สมัยลัทธิคัมภีร์ควรจะจบสิ้นไปแล้ว ถึงเวลาที่จะเข้าหาความเป็นจริง ต่อสู้ ดัดแปลง แก้ไข สู่ความเป็นจริง
คนดี คนเลว
ยังจบไม่ลง ได้แตกย่อยไปในประเด็นต่างๆ ที่น่าเป็นห่วง ยังแฝงไปด้วยระบบคิดแบบอัตตา ฐานความดี ความเลว ยังกำหนดกันด้วยอัตตา เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางต่อความหมาย "คนดี" "คนเลว"
การเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยนี้ได้เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน ความคิดเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยพฤติกรรมรวมของผู้คนและ ธรรมชาติ
ผมไม่ปฏิเสธตำรา ไม่ปฏิเสธคัมภีร์ ผมไม่ได้ปฏิเสธความดีตามที่ได้กล่าวอ้างมา เป็นความดีมีมาตรฐาน เป็นฐานความคิดที่เป็นประโยชน์ แต่เราจะปฏิเสธต่อผู้คนแวดล้อมเราไม่ได้ คนเราไม่ได้เกิดมาเหมือนกัน สิ่งแวดล้อมต่างกัน ความเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ต่างกัน วัฒนธรรมความเป็นอยู่ การรับรู้ต่างกัน
เราเรียกร้องกำหนดในมาตรฐานต่าง ต่อคนอื่นโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ "คนดี" "คนเลว" เป็นพฤติกรรมการเคลื่อนไหวในสังคม
การเรียกร้อง มือข้างซ้ายถือคัมภีร์ ข้างขวาถือไมโครโฟน เรียกร้องผู้คนให้เป็นแบบอย่างที่เราเป็น เป็นความคิดที่ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง
บันทึกที่ได้เปิดไปแล้วนั้น ล้วนเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ในความเป็นจริงที่จะปฏิบัติให้ได้ผลต่อการเปลี่ยนแปลง คงต้องลงไปในรูปธรรม
มีบางท่านได้เปิดบันทึกถึง "คนดี" "คนเลว" แล้วอ้างอิงถึงบันทึกผมนั้น เหมือนกับสรุปว่าคนดีต้องเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ปฏิเสธต่อสังคม ปฏิเสธต่อความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
สมัยลัทธิคัมภีร์ควรจะจบสิ้นไปแล้ว ถึงเวลาที่จะเข้าหาความเป็นจริง ต่อสู้ ดัดแปลง แก้ไข สู่ความเป็นจริง
ผมจะจบ"คนดี" "คนเลว"เพียงเท่านี้ อยากเข้าสู่ธรรมชาติ "สุสานป่า" ในบันทึกต่อไป
สร้าง: ส. 17 พฤษภาคม 2551 @ 13:20
แก้ไข: อา. 20 ก.ค. 2551 @ 02:16
ขนาด: 4257 ไบต์
เมื่อ พ. 04 มิ.ย. 2551 @ 01:27
684059 [ลบ]
ฮ่าๆๆๆท่าน อ. ธ.วั ช ชั ย นึกว่านอนไปแล้ว
เชิญครับ ช่วยกันฝัน ความสุขที่แบ่งปันกันได้อย่างไม่มีขอบเขต