ผมกลับมาจากทำงานตามลำน้ำโขงก็มืดแล้วถึงห้องพักก็เปิดดูข่าวความเคลื่อนไหวของบ้านเมืองที่รัก ยังไม่ทันที่ผมจะวางข้าวของ ข่าวการเสียชีวิตของคุณหมอสงวนก็ออกมาทันที กล้องที่ผมคล้องคออยู่ใช้งานทันที

ประมาณปี พ.ศ. 2524 ผมและเพื่อนๆร่วมงานโครงการ NET สุรินทร์ เดินทางไปประชุมกันที่โรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ในเรื่องเกี่ยวกับอนามัยในการพัฒนาชนบท เป็นครั้งแรกที่เราได้ใช้ห้องประชุมโรงพยาบาลของอำเภอที่อยู่ในชนบท การประชุมเพื่อนๆ NGO กับนายแพทย์และพยาบาลทั้งหลาย
ครั้งนั้นผมได้มีโอกาสรู้จักกับนายแพทย์หนุ่มที่แปลกไปกว่าคุณหมอทั่วไป ที่ช่าง active เหลือเกิน และทำไมมาคบกับพวก NGO ที่ใครๆดูจะรังเกียจ เพราะพวกนี้มักจะมีความเห็นที่ต่างไปจากรัฐบาลบ่อยๆ เรานัดประชุมกันเป็นประจำ และมีกลุ่มคุณหมอ พยาบาล และนักวิชาการด้านสุขอนามัยอีกหลายท่านที่เข้ามาพูดคุยกันในเรื่องที่หาทางทำงานกับชาวบ้านในด้านต่างๆ เช่น คุณหมอโกมาตร คุณหมอสุภาพสตรี ที่มีบทบาทต่อสื่อสาธารณะก็คงมีคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ คุณหมอโกมาตร และ...
ในทัศนะของผมคิดว่านับตั้งแต่นั้นวงการพัฒนาชนบทของกลุ่ม NGO ก็ใกล้ชิดกับกลุ่มคุณหมอหนุ่มที่มีทัศนคติคล้ายกันในเรื่องการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น และมากขึ้น ผมเคยเป็นทีมงานกับคุณหมอสงวนในการประเมินผลงานเกี่ยวกับงานอนามัยในชนบทที่ อ.สูงเนิน โดยมีท่านอาจารย์ ดร.รอ.ผศ.มรว. อคิน รพีพัฒน์ เป็นประธานคณะประเมินผล ผมเองได้เรียนรู้งานด้านนี้มากขึ้น ทั้งกระบวนการสุขภาพเพื่อชนบท กระบวนการทำงานของระบบการสาธารณะสุขที่กำลังพัฒนาและยกระดับขึ้นมากมาย และดูเหมือนเป็นหน่วยงานราชการที่ก้าวหน้าที่สุด ทีเราติดตามและมีความรู้สึกร่วมกัน เมื่อผมก้าวเข้ามาสู่สายที่ปรึกษา ก็ห่างเหินการเข้าร่วมการประชุมต่างๆที่เคยทำกับทีมคุณหมอ ได้เพียงแต่ติดตาม ฟังข่าวสารจากเพื่อนๆ และอ่านเอกสารต่างๆของวงการและพบกันบ้างนานๆครั้งตามโอกาส
คุณหมอสงวนเป็นศิษย์อาจารย์แพทย์คือ ดร.สุธีรา วิจิตรานนท์(ทอมสัน) ทราบว่าปัจจุบันท่านเป็นประธานสถาบันพัฒนาบทบาทสตรีอะไรสักอย่าง ท่านอาจารย์ ดร.สุธีรา เป็นที่ปรึกษาโครงการ NET ของ CUSO (Canadian University Services Overseas) สมัยที่ทำงานที่นั่น ท่านอาจารย์ ดร.สุธีรา กล่าวถึงคุณหมอสงวนว่า เป็นนักศึกษาแพทย์ที่ทำกิจกรรมในช่วงการเรียนมากมาย และไม่อยู่นิ่งคิดอ่านหาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอมา โดยเฉพาะช่วงนั้นเป็นช่วงหลัง 14 ตุลา ย่อมมีผลต่อบัณฑิตใหม่นักกิจกรรม ที่มุ่งมั่นในการทำงานกับชนบท
ท่านอาจารย์ดร.สุธีรามักกล่าวถึงกับคุณหมอสงวนศิษย์ท่านนี้ให้เราฟังบ่อยๆ จนกระทั่งคุณหมอก้าวเข้ามาสู่การยกระดับวงการสาธารณะสุขของประชาชนทั้งประเทศนั่นคือ การเข้ามานั่งเป็นเลขาธิการ สปสช. และงานที่สำคัญ คือ โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค ทั้งที่คุณหมอสงวนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณะสุขแล้ว คุณหมอยังลาออกเพื่อมาเป็นเลขาฯของ สปสช. ผมเข้าใจเองว่าเพราะคุณหมอไม่ชอบงานบริหารเท่าไหร่ ถ้าเลือกได้คุณหมอชอบงานที่ปฏิบัติและส่งผลต่อสังคมวงกว้างนั่นเอง
นับเป็นการก้าวไปอีกไกลทีเดียวที่คุณหมอได้ผลักดันให้ สปสช.ก้าวไปสู่แนวหน้าของนานาประเทศในด้านนี้ แม้ว่างาน สปสช. จะถูกตั้งคำถามมากมายในแง่ของการสนับสนุนงบประมาณต่อโรงพยาบาล แต่ผมเชื่อว่าการเดินทางของสปสช.นั้นกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใหญ่โตและเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบมากมาย ย่อมไม่ง่ายเลยที่จะลงตัวในช่วงเวลาอันสั้น และงานด้านนี้ก็เข้าตารัฐบาลต่างๆที่หยิบเอาไปเป็นนโยบาย โฆษณาประชานิยมมากมายเพื่อเรียกคะแนนจากชาวบ้าน มิใยที่จะกล่าวถึงผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานอย่างหนักของ คุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง เพียงการเมืองหยิบเอางานของท่านไปใช้ตามที่ผมเข้าใจ
คุณหมอได้มอบภาระอันสำคัญนี้ให้กับวงการสาธารณะสุขประชาชนแล้ว คุณหมอจากไปด้วยผลงานการก่อสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่สังคม ขอให้กุศลอันมีคุณค่าต่อประชาการไทยโดยเฉพาะผู้ยากไร้ยิ่งนี้ได้ส่งผลแห่งการกระทำดี แด่คุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ได้สู่สุขคติภพเทอญ
ด้วยความอาลัยรักคุณหมอหงวนเป็นอย่างยิ่ง
บางทราย
โรงแรมนกอินทรีย์ ไชยบุรี ลาว
18/01/2551
(หากศัพท์แสงที่ใช้ในบันทึกนี้ผิดพลาดต้องขออภัยด้วยครับ)
สวัสดีค่ะ อ.บางทราย
สวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นต้องมาร่วมแสดงความเสียใจ ต่อการจากไป ของคุณหมอสงวน อย่างไม่มีวันกลับ ร่วมกับพี่บางทรายค่ะ
ผลงานการพัฒนา 30 บาท ของ ส.ป.ส.ช. มีผลต่อสถานีอนามัยมิใช่น้อย อย่างน้อย เราก็ได้รับงบประมาณมากขึ้น ทันสมัยขึ้น ตามนโยบาย ใกล้บ้าน ใกล้ใจ ซึ่งสถานีอนามัย ดำเนินงานมานานแล้ว
ต่อมาท่านมีการวางแผนเป็นลำดับขั้น เช่นการโอนงบลงมา จากเดิมมาจากส่วนกลาง ก็กลายเป็นเริ่มต้นที่จังหัด และต่อมา เริ่มต้นที่โรงพยาบาลคู่สัญญา
ก็เป็นสิ่งเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับชาวสาธารณสุขอย่างมากด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
คุณหมอสงวนในความรู้สึกเบิร์ดท่านเป็นรัฐบุรุษของวงการสาธารณสุขคนหนึ่งเลยล่ะค่ะ
ท่านเคยเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท ออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นเลขาฯของสปสช. เป็นผู้ผลักดันนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วยความหวังว่าคนไทยควรจะมีหลักประกันในการรักษาพยาบาลที่พรรคการเมืองหยิบไปเป็นผลงานของตัวเองอย่างไม่เคยพูดถึงเลยว่ามาจากไหน..และการยืนอยู่ตรงนั้นท่านต้องทนกับแรงเสียดทานมากมายทั้งจากการเมืองและกระทรวงเดียวกันแต่ท่านไม่เคยพูดเลยแม้แต่น้อย
แม้ในวาระสุดท้ายท่านก็มอบร่างกายตัวเองให้เป็นอาจารย์ของนศ.แพทย์ต่อไป..
เบิร์ดขอน้อมส่งคุณหมอสงวนเดินทางไกลด้วยคนนะคะพี่บางทราย ขอคุณความดีที่ท่านกระทำมาช่วยส่งให้ท่านเดินทางด้วยความ เบิกบานในทุกย่างก้าวสู่จุดหมายปลายทางที่สว่าง สะอาด สงบ งามตลอดไปค่ะ
สวัสดีครับป้าแดง
1. pa_daeng
เพื่อนๆในวงการส่งข่าวให้ผมทราบเป็นระยะว่าคุณหมอไม่ดีเลย ผมเองไม่มีโอกาสไปเยี่ยม ได้แต่ฝากความไปเท่านั้นครับ...
นี่คุณ paleeyon เพิ่งจะลุกออกจากโต๊ะอินเตอร์เนทเมื่อกี้เองครับ
สวัสดีครับน้องรุ่ง
2. ตันติราพันธ์
เราคิดถึงคุณหมอ ครับคุณความดีที่คุณหมอทำไว้ช่างมีผลประโยชน์ต่อผู้ยากไร้มากจริงๆ ไม่มีใครกล่าวถึงท่าน นะครับ ช่วงที่ร่วมงานกัน เราเห็นคุณหมอทำตัวง่ายๆ และเข้ากับเราได้ดีมากจนผิดวิสัยคุณหมอทั่วไปที่พบคนทำงานชนบทอย่างเรา คิดถึงท่านต้องทำงานให้มากขึ้น
สวัสดีครับน้องสาว
3. เบิร์ด
สวัสดีครับ ท่านบางทราย (อยู่ลาวต้องเรียกว่าท่าน)
ปกติพันธมิตรที่ห่างหายจะโทรหาผมวันละคนสองคน วันนี้โทรมาบอกว่าหายไปหลายเดือนเพราะผ่าตัดคอ ที่รพ.จุฬาฯ เขาเป็นคนไม่มีเงินบอกว่าใช้บัตรทอง ๓๐ บาท ไม่งั้นเขาแย่แน่
ใครไม่เจ็บป่วย หรือยากจนอาจจะไม่ทราบความรู้สึกเบื้องลึกว่า การไม่ได้ดูแลรักษาให้หายจากป่วยไข้เพราะไม่มีเงินนั้นเป็นเช่นไร
อาจมีข้อเย้ยหยัน ถกเถียงมากมายว่า ๓๐ บาทนั้นมันมีปัญหา แต่ผมว่าคนจนทุกภาคส่วนนั้นเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในชนบท ทีเขาโกงกันตั้งมากมาย ให้พี่น้องร่วมชาติที่จนได้รับบ้างไม่เห็นเป็นไร
คุณหมอสงวน ได้คิดนอกกรอบไว้ คนรุ่นนี้ต้องสานต่อให้ดียิ่งขึ้น ไอ้หลักการนั้น เพลาๆลงบ้างก็ได้ ทำให้มันพลิกคว่ำพลิกหงายสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้อนุชนรุ่นหลังได้นึกรักเหมือนหมอสงวนนี้บ้าง
ขอให้วิญญาณคุณหมอไปสู่สุขติ
ผมใจหายเมื่อเช้า ไม่น่าเชื่อว่าจะเร็วเพียงนี้
ผมไม่ทราบประวัติของท่าน ไม่ได้สนใจการมาของ สปสช.มากนักเนื่องด้วยเป็นเรื่องการเมืองยุคตลาดที่ผมไม่สันทัด และเพราะการเปลี่ยนแปลงของกระทรวงสาธารณสุขก็อยู่ในกลุ่มอำนาจและนักการเมือง
แต่ด้วยความเคารพในแนวคิดการทำงานและสื่อความคิดของท่านหลายเล่มที่ผมได้อ่าน ก็ทำให้ยอมรับได้ว่า ท่านเป็นนักคิดคนหนึ่ง
ศักยภาพของ สปสช.เมื่อเปลี่ยนขุนศึก ผมยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
นี่คือการเสียบุคลากรสำคัญ ของกระทรวงสาธารณสุขครับ
ขอให้คุณหมอสู่ภพใหม่ด้วยบุญที่สะสม และเชื่อว่าสิ่งดี ๆ มากมายจะมีผู้คนคิดและสานต่อ ครับ
สวัสดีค่ะคุณบางทราย
ใจหายมากที่เห็นข่าว
เคยมีโอกาสพูดคุยกับท่าน สัก 2 ครั้งได้ ท่านเป็นคนทำงานจริงจัง และactiveมากค่ะ
ขอให้วิญญาณท่านไปสู่สุคติเถิดค่ะ
สวัสดีครับพี่บางทราย
ขอให้วิญญาณท่านไปสู่สุคติด้วยครับ ผมเพิ่งทราบท่านก็จากบันทึกพี่นี่ล่ะครับ ้เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทยในการทำสิ่งดีๆเพื่อสังคม
ขอบคุณมากครับ
ขอร่วมไว้อาลัย...และขอให้ดวงวิญญาณของอาจารย์หมอสงวน ไปสู่สุขคติด้วยเทอญ...
....
ความงดงาม ก็คือ ความงดงาม..
และความงดงาม...นั้น..ก็ยังประทับ...อยู่ในใจเราตลอดไป
...
กะปุ๋ม
นิภาพร ลครวงศ์
ขออนุญาตลิงค์ข่าว สำหรับท่านที่อาจจะไม่รู้จักคุณหมอสงวน
ขอร่วมน้อมคารวะไว้อาลัยแด่ดวงวิญญาณของท่านด้วยค่ะ
ขอโทษค่ะพี่...ลิงค์ข่าวไม่ขึ้น..ขออนุญาตคัดลอกมาเลยจากเว็บผู้จัดการค่ะ
นพ.สงวน เป็นเลขาธิการ สปสช.สมัยที่ 2 เป็นบุคคลที่ทุ่มเทเพื่อการสร้างระบบสุขภาพที่เป็นธรรมอย่างเท่าเทียมเพื่อประชาชนทุกคนเกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2495 ที่กรุงเทพมหานครจบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี 2520 เริ่มรับราชการที่ รพ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในปี 2521 จนกระทั่งปี 2526 เป็นผู้อำนวยการ รพ.ราษีไศล และย้ายมาเป็นผู้อำนวยการ รพ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งการทำงานทั้งสองแห่งได้บุกเบิกการสร้างสุขภาพชุมชนจนเป็นที่รักของชาวบ้านอย่างมาก
นพ.สงวน ได้รับคัดเลือกเป็นแพทย์ดีเด่นประจำปี 2528 ด้วยผลงานขยายเตียงรองรับผู้ป่วยจาก 30 เตียง เป็น 60เตียง ในเวลา 3 ปี จัดทีมบริหารให้คล่องตัวมีประสิทธิภาพวางแผนงานใช้สาธารณสุขมูลฐานเป็นกลยุทธ์แก้ปัญหาตั้งกองทุนยา กองทุนโภชนาการหมู่บ้านและชุมชน ฯลฯ ในปี 2538 เป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขในปี 2544-2546 ก่อนที่จะมาเป็นเลขาธิการ สปสช.ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2546
นพ.สงวน นับเป็นหัวขบวนที่ปฏิรูประบบสุขภาพไทยครั้งใหญ่ในการสร้างความเป็นธรรมทางด้านสุขภาพให้กับประชาชนเป็นผู้นำในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่รู้จักกันว่าโครงการ 30 บาท
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สปสช.ที่อยากจะทำ ซึ่งจะมีผู้สานต่อโครงการต่อไป 5 ประการ กล่าวคือ
1.จะเร่งรณรงค์ให้ประชาชนในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่เป็นโรคตาบอด โดยเฉพาะจะกวาดล้างโรคตาต้อกระจกให้หมดไปจากประเทศไทย ให้ความสำคัญในเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งจะมีกระบวนการดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันยังมีประชาชนรอคิวรับการผ่าตัดอยู่อีกจำนวนหนึ่งก็ตาม ซื่งจะเชื่อมโยงไปถึงคนป่วยที่จะเป็นโรคเบาหวานจะเสี่ยงกับโรคตาบอดด้วย โดยจะมีวิธีจัดการเช่นเดียวกับโรคหัวใจ
2.กองทุนตำบล ขณะนี้ สปสช.ได้ดำเนินการไปจำนวนมากแล้วก็ตามแต่จะให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะ อบต.แห่งไหนที่ยังไม่พร้อมที่จะเข้าโครงการในปีที่ผ่านมาปีนี้มีความพร้อมของ อบต.มากขึ้น ซึ่งจะมีการประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่งสรรหา อบต.เข้าร่วมโครงการทั้งประเทศต่อไปเนื่องจากที่ผ่านมา สปสช.ได้ให้ ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก ประเมินโครงการดังกล่าวแล้วควรดำเนินการต่อไปและมีกิจกรรมมากขึ้น
3.โครงการลดความแออัดใน รพ. จะมีการปรับโฉมใหม่ของหน่วยบริการทั่วประเทศและจะเริ่มทยอยเผยรายชื่อหน่วยบริการที่มีความพร้อมซึ่งที่ผ่านมามีรพ.ภูมิพลและเครือข่าย รพ.พระนครศรีอยุธยาและเครือข่ายและนครราชสีมา แพร่ หล่มสัก จ.เพชรบรูณ์ ฯลฯ ซึ่งมีทั้งหมด 13 แห่งโดยให้ประชาชนที่ถือบัตรทองไปใช้หน่วยบริการใกล้บ้านใกล้ใจ หรือปฐมภูมิ หรือกล่าวได้ว่าจะไม่มีคนไข้ Walk In อีกต่อไป
4.โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน หรือ “จิตอาสา” ให้คนไข้ที่ป่วยและหายแล้วให้กำลังใจที่มีจิตใจความเป็นมนุษย์ช่วยเหลือเพื่อนที่ยังเจ็บป่วยให้หายจากโรคต่างๆได้ ที่ผ่านมา มีเพื่อนช่วยเพื่อนแล้ว เช่น เครือข่ายโรคมะเร็ง เครือข่ายโรคหัวใจ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้นโดยในปีนี้จะมีการขยายโครงการไปยังโรคเรื้อรังอื่นๆ อีก
5.โครงการ “ทำดีได้ดี” เป้าหมายคือสร้างแรงจูงใจให้หน่วยบริการและเครือข่ายจัดบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่ สปสช.กำหนดอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ จากงบเหมาจ่ายรายหัว 2,100 บาท/คน/ปี (2551) นั้นในจำนวนนี้มีการจัดสรรงบคุณภาพบริการไว้ประมาณ 20 บาท/คน/ปี จากจำนวนประชากร 48 ล้านคน (หรือสำนักงบประมาณให้งบเหมาจ่ายรายหัวที่ 46 ล้านคน อีก 2 ล้านคน สปสช.จะต้องทำเรื่องของบเพิ่มเติมในแต่ละปี)รวมเป็นเงินในโครงการนี้ประมาณ 929.54 ล้านบาทนั้น จะแบ่งเป็นจัดสรรให้หน่วยบริการปฐมภูมิประมาณ 43.31%ที่เหลืออีก 56.69% จะจัดสรรให้หน่วยบริการรับส่งต่อดำเนินการ
ทั้งนี้ โครงการทำดีได้ดีนั้นเป็นการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวพิเศษเป็นปีแรกที่จัดสรรตามผลงานเนื่องจากหน่วยบริการในโครงการทั้งรัฐและเอกชนนั้นได้รับงบพัฒนาคุณภาพบริการรักษาให้ประชาชนอยู่แล้ว แต่ปีนี้จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้หน่วยบริการและเครือข่ายมากขึ้นโดยจะมีการสร้างกลไกลการจัดการทางการเงินตามผลงานในการส่งเสริม สนับสนุนและควบคุมกำกับคุณภาพหน่วยบริการและเครือข่ายพร้อมทั้งเฝ้าระวังระบบสารสนเทศด้านคุณภาพการให้บริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การจัดบริการสาธารณสุขโดยให้สปสช.สาขาเขตพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการโดยแบ่งสัดส่วนวงเงินให้แต่ละเขตพื้นที่ตามสัดส่วนจำนวนประชากร
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดการแข่งขันในการทำงานในพื้นที่จะมีการคัดเลือกหน่วยบริการที่ทำดีเพื่อเชิดชูและเป็นตัวอย่างกับสถานพยาบาลอื่นๆ ไป ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวอาจจะมีหน่วยบริการได้รับงบในการพัฒนาคุณภาพบริการไม่เท่ากันจากเดิมจะมีการแบ่งงบเหมาจ่ายรายหัวส่งตรงไปจังหวัดแต่ในปี51 นี้หน่วยบริการจะได้รับงบในการพัฒนาคุณภาพไม่เท่ากันขึ้นกับผลงานแต่ละแห่งบางแห่งอาจจะได้น้อยกว่า 20 บาท ขณะที่บางแห่งได้ 20 บาท นพ.สงวน กล่าวว่า จะไม่มีปัญหากับหน่วยบริการ เพราะ สปสช.ได้จัดงบพิเศษให้อีกโดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ทุรกันดารหรือแม้กระทั้งพื้นที่ที่มีประชากรน้อย ซึ่งจะมีการประเมินทุก 3 เดือน
สวัสดีครับ
7. TAFS
ใครไม่เจ็บป่วย หรือยากจนอาจจะไม่ทราบความรู้สึกเบื้องลึกว่า การไม่ได้ดูแลรักษาให้หายจากป่วยไข้เพราะไม่มีเงินนั้นเป็นเช่นไร
เป็นความจริงที่สุด คนยากไร้นั้นเมื่อถึงเรื่องสุขภาพแล้วเขาไม่มีทางออกมากนักหรอกครับ เมื่อรัฐเปิดโอกาสให้ด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค คนยากจนก็พอมีชีวิตได้รับการประกันมากขึ้น คนจนก็อยากมีชีวิตยืนยาวเหมือนกัน และคนยากจนก็เสียภาษีมากด้วยครับ
อาจมีข้อเย้ยหยัน ถกเถียงมากมายว่า ๓๐ บาทนั้นมันมีปัญหา แต่ผมว่าคนจนทุกภาคส่วนนั้นเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในชนบท ทีเขาโกงกันตั้งมากมาย ให้พี่น้องร่วมชาติที่จนได้รับบ้างไม่เห็นเป็นไร
การเมืองนั้นทำทุกอย่างได้จริงๆ ยกเว้นการสนับสนุนคนดีดี เช่น คุณหมอสงวนครับ ประชาชนในชนบท และคนยากจนทั้งหลายก็คือคนไทย และเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ หากไม่เฉลี่ยประโยชน์ให้กับคนกลุ่มนี้แล้วประเทศชาติจะอยู่ได้อย่างไร
สวัสดีครับน้อง 8. สุมิตรชัย
<div class="content">
....เคารพในแนวคิดการทำงานและสื่อความคิดของท่านหลายเล่มที่ผมได้อ่าน ก็ทำให้ยอมรับได้ว่า ท่านเป็นนักคิดคนหนึ่ง
เป็นความจริงครับหมอหงวนเป็นนักคิดคนหนึ่ง เมื่อรับบทบาทหน้าที่ที่สำคัญเช่นนั้น หมอทุ่มเทและมุ่งมั่นมาก
นี่คือการเสียบุคลากรสำคัญ ของกระทรวงสาธารณสุขครับ
นอกจากกระทรวงสาธารณะสุขแล้ว ประเทศชาติยังสูญเสียพลังสร้างชาติที่สำคัญไปด้วยครับ
</div>
สวัสดีครับท่านพี่ 9. Sasinanda
<div class="content">
ใจหายมากที่เห็นข่าว เคยมีโอกาสพูดคุยกับท่าน สัก 2 ครั้งได้ ท่านเป็นคนทำงานจริงจัง และactiveมากค่ะ ขอให้วิญญาณท่านไปสู่สุคติเถิดค่ะ
หมอหงวนเข้ากับคนทั่วไปได้ดี ง่าย และน่ารัก ไม่รังเกียจ ไม่ถือตัว บุคคลิคผู้มีบทบาทสูงเช่นนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีต่อสังคมครับ
</div>
สวัสดีครับน้องเม้ง . เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
<div class="content">
ขอให้วิญญาณท่านไปสู่สุคติด้วยครับ ผมเพิ่งทราบท่านก็จากบันทึกพี่นี่ล่ะครับ ้เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทยในการทำสิ่งดีๆเพื่อสังคม
โคควายวายชีพ ได้ เขาหนัง
คือสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้
คนเด็ดดับสูญสัง- ขารร่าง
มีแต่ชื่อกับเสียงได้ ร้าย กับ ดี
คุณหมอสงวนนั้นเหลือชื่อเสียงที่ดีครับ เพราะท่านทำดีกับสังคม ประวัติศาสตร์สาธารณะสุขของประเทศไทยต้องระบุชื่อคุณหมอสงวนครับ
</div>
สวัสดีครับ
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
<div class="content"><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%" height="100%" id="HB_Mail_Container"><tbody><tr width="100%" height="100%"><td id="HB_Focus_Element" width="100%" height="250" valign="top">
นี่แหละหนาชีวิต คนเก่งคนดี ก็มาด่วยจากไปให้เราอาลัย ยังหนุ่มกว่าผม ไม่น่าแซงคิวเลย บัตรคิวสวรรค์เป็นอย่างไรไม่รู้เน๊อะ เสียดายหมอหงวน เสียดายคนดี ของแผ่นดิน
ความมุ่งมั่นในการทำงาน และประสบผลสำเร็จเพื่อประชาชนเรื่องนี้ พลิกประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่งมากครับ เพราแรงต้านมีมากจริง แต่ก็ผ่านมาได้ และกำลังปรับตัวดีวันดีคืนครับ เสียดายคนดีดีเช่นนี้จริงๆ
</td></tr></tbody></table></div>
สวัสดีครับน้องกะปุ๋ม
คนอยู่ในวงการนี้ย่อมรู้จักท่านเป็นอย่างดี ความที่เป็นคนเอาจริงเอาจัง และมุ่งมั่น ฝ่าพงหนามมามากในเรื่องการหลักดันเรื่องนี้ครับ แต่ก็ทำให้ประชาชนคนยากจนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากขึ้นกว่าเดิมมากมายจริงๆ