คุณหมอได้มอบภาระอันสำคัญนี้ให้กับวงการสาธารณะสุขประชาชนแล้ว คุณหมอจากไปด้วยผลงานการก่อสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่สังคม......

ผมกลับมาจากทำงานตามลำน้ำโขงก็มืดแล้วถึงห้องพักก็เปิดดูข่าวความเคลื่อนไหวของบ้านเมืองที่รัก ยังไม่ทันที่ผมจะวางข้าวของ ข่าวการเสียชีวิตของคุณหมอสงวนก็ออกมาทันที กล้องที่ผมคล้องคออยู่ใช้งานทันที      

ประมาณปี พ.ศ. 2524 ผมและเพื่อนๆร่วมงานโครงการ NET สุรินทร์ เดินทางไปประชุมกันที่โรงพยาบาลราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ในเรื่องเกี่ยวกับอนามัยในการพัฒนาชนบท เป็นครั้งแรกที่เราได้ใช้ห้องประชุมโรงพยาบาลของอำเภอที่อยู่ในชนบท การประชุมเพื่อนๆ NGO กับนายแพทย์และพยาบาลทั้งหลาย 

ครั้งนั้นผมได้มีโอกาสรู้จักกับนายแพทย์หนุ่มที่แปลกไปกว่าคุณหมอทั่วไป ที่ช่าง active เหลือเกิน และทำไมมาคบกับพวก NGO ที่ใครๆดูจะรังเกียจ เพราะพวกนี้มักจะมีความเห็นที่ต่างไปจากรัฐบาลบ่อยๆ เรานัดประชุมกันเป็นประจำ และมีกลุ่มคุณหมอ พยาบาล และนักวิชาการด้านสุขอนามัยอีกหลายท่านที่เข้ามาพูดคุยกันในเรื่องที่หาทางทำงานกับชาวบ้านในด้านต่างๆ เช่น คุณหมอโกมาตร คุณหมอสุภาพสตรี ที่มีบทบาทต่อสื่อสาธารณะก็คงมีคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ คุณหมอโกมาตร และ...  

ในทัศนะของผมคิดว่านับตั้งแต่นั้นวงการพัฒนาชนบทของกลุ่ม NGO ก็ใกล้ชิดกับกลุ่มคุณหมอหนุ่มที่มีทัศนคติคล้ายกันในเรื่องการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น และมากขึ้น ผมเคยเป็นทีมงานกับคุณหมอสงวนในการประเมินผลงานเกี่ยวกับงานอนามัยในชนบทที่ อ.สูงเนิน โดยมีท่านอาจารย์ ดร.รอ.ผศ.มรว. อคิน รพีพัฒน์ เป็นประธานคณะประเมินผล ผมเองได้เรียนรู้งานด้านนี้มากขึ้น ทั้งกระบวนการสุขภาพเพื่อชนบท กระบวนการทำงานของระบบการสาธารณะสุขที่กำลังพัฒนาและยกระดับขึ้นมากมาย และดูเหมือนเป็นหน่วยงานราชการที่ก้าวหน้าที่สุด ทีเราติดตามและมีความรู้สึกร่วมกัน เมื่อผมก้าวเข้ามาสู่สายที่ปรึกษา ก็ห่างเหินการเข้าร่วมการประชุมต่างๆที่เคยทำกับทีมคุณหมอ ได้เพียงแต่ติดตาม ฟังข่าวสารจากเพื่อนๆ และอ่านเอกสารต่างๆของวงการและพบกันบ้างนานๆครั้งตามโอกาส   

คุณหมอสงวนเป็นศิษย์อาจารย์แพทย์คือ ดร.สุธีรา วิจิตรานนท์(ทอมสัน) ทราบว่าปัจจุบันท่านเป็นประธานสถาบันพัฒนาบทบาทสตรีอะไรสักอย่าง  ท่านอาจารย์ ดร.สุธีรา เป็นที่ปรึกษาโครงการ NET ของ CUSO (Canadian University Services Overseas) สมัยที่ทำงานที่นั่น ท่านอาจารย์ ดร.สุธีรา กล่าวถึงคุณหมอสงวนว่า เป็นนักศึกษาแพทย์ที่ทำกิจกรรมในช่วงการเรียนมากมาย และไม่อยู่นิ่งคิดอ่านหาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอมา โดยเฉพาะช่วงนั้นเป็นช่วงหลัง 14 ตุลา ย่อมมีผลต่อบัณฑิตใหม่นักกิจกรรม ที่มุ่งมั่นในการทำงานกับชนบท       

ท่านอาจารย์ดร.สุธีรามักกล่าวถึงกับคุณหมอสงวนศิษย์ท่านนี้ให้เราฟังบ่อยๆ จนกระทั่งคุณหมอก้าวเข้ามาสู่การยกระดับวงการสาธารณะสุขของประชาชนทั้งประเทศนั่นคือ การเข้ามานั่งเป็นเลขาธิการ สปสช. และงานที่สำคัญ คือ โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค ทั้งที่คุณหมอสงวนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณะสุขแล้ว คุณหมอยังลาออกเพื่อมาเป็นเลขาฯของ สปสช. ผมเข้าใจเองว่าเพราะคุณหมอไม่ชอบงานบริหารเท่าไหร่ ถ้าเลือกได้คุณหมอชอบงานที่ปฏิบัติและส่งผลต่อสังคมวงกว้างนั่นเอง

นับเป็นการก้าวไปอีกไกลทีเดียวที่คุณหมอได้ผลักดันให้ สปสช.ก้าวไปสู่แนวหน้าของนานาประเทศในด้านนี้ แม้ว่างาน สปสช. จะถูกตั้งคำถามมากมายในแง่ของการสนับสนุนงบประมาณต่อโรงพยาบาล แต่ผมเชื่อว่าการเดินทางของสปสช.นั้นกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใหญ่โตและเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบมากมาย ย่อมไม่ง่ายเลยที่จะลงตัวในช่วงเวลาอันสั้น และงานด้านนี้ก็เข้าตารัฐบาลต่างๆที่หยิบเอาไปเป็นนโยบาย โฆษณาประชานิยมมากมายเพื่อเรียกคะแนนจากชาวบ้าน มิใยที่จะกล่าวถึงผู้อยู่เบื้องหลังการทำงานอย่างหนักของ คุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ที่ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง เพียงการเมืองหยิบเอางานของท่านไปใช้ตามที่ผมเข้าใจ 

คุณหมอได้มอบภาระอันสำคัญนี้ให้กับวงการสาธารณะสุขประชาชนแล้ว คุณหมอจากไปด้วยผลงานการก่อสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่สังคม ขอให้กุศลอันมีคุณค่าต่อประชาการไทยโดยเฉพาะผู้ยากไร้ยิ่งนี้ได้ส่งผลแห่งการกระทำดี แด่คุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ได้สู่สุขคติภพเทอญ 

ด้วยความอาลัยรักคุณหมอหงวนเป็นอย่างยิ่ง

บางทราย

โรงแรมนกอินทรีย์ ไชยบุรี ลาว

18/01/2551

(หากศัพท์แสงที่ใช้ในบันทึกนี้ผิดพลาดต้องขออภัยด้วยครับ)