สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
เรื่องเล่าจากดงหลวง
บางทราย
อ่าน: 580
ความมหัศจรรย์ของไม้ป่า

ความรู้ดั้งเดิมที่เคลื่อนตัวอย่างเงียบๆอยู่ในชนบทนั้นมากมายนัก เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร มากไปกว่านั้นหลายคนมองข้ามเลยเสียด้วยซ้ำไป

 

ยิ่งเดินเข้าชนบทและให้เวลากับเขา นั่งฟังอย่างเคารพ และสนทนาอย่างสุนทรี (อิอิ..) ก็ยิ่งมองเห็นความมหาศาลขององค์ความรู้ที่ไม่จบสิ้น  หากเราตั้งหน้าจัดเก็บข้อมูลเข้าระบบ ก็คิดว่าเราจะได้ฐานข้อมูลมหึมานั่นเทียว

 

เราทราบกันดีว่าเด็กรุ่นใหม่จากชนบทนั้น หันหลังให้กับขุมทรัพย์ของบ้านตัวเองไปสู่ของวิถีในเมือง คนแล้วคนเล่า มิใยจะเงี่ยหูฟัง ลุง ป้า น้า อา ตักเตือน และมิได้สำเหนียกต่อองค์ความรู้ที่ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ได้ปฏิบัติอยู่วันต่อวัน....

 

ไม้ตะแบก ทุกท่านคงเคยได้ยิน หลายท่านรู้จัก บางท่านรู้ดีอย่างลึกซึ้ง แต่ก็อาจจะมีบางท่านไม่รู้จัก ใคร่ขอแนะนำสั้นๆดังนี้

ตะแบกเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางและใหญ่ลำต้นสูงประมาณ10-25 เมตรโคนต้นเป็นพูเป็นเหลี่ยมผิวเปลือกมีสีเทาปนน้ำตาลอ่อน ผิวเปลือกค่อนข้างเรียบมีรอยขรุขระเป็นหลุมตื้นๆเกิดสะเก็ดเป็นแผ่นบางๆ มี่เปลือกใบเป็นใบเดี่ยวออกตามกิ่งก้าน  ปลายยอดลักษณะใบมนขอบขนาน เนื้อใบหนา ผิวเกลี้ยงเรียบเป็นมัน ขนาดใบกว้างประมาณ 8-10 เซนติเมตร ยาวประมาณ  10-14 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อยาว ลักษณะดอกมีกลีบรอบดอกเป็นรูปถ้วยเชื่อมติดกับดอก มีกลีบดอกประมาณ 5-7 กลีบ ริมขอบกลีบจะย่นบาง ดอกมีสีม่วงอ่อน ขนาดผลยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตรผลเมื่อแก่จะแตกเป็นเสี้ยว 6 เสี้ยวภายในผลมี  เมล็ดเล็ก ๆ

 

ดอกตะแบก 

ชาวบ้านดงหลวงคุยกับผมว่า ต้นไม้ตะแบกนั้น อีสานเรียก ไม้เปือย สะแบกก็เรียก ไทยโซ่เรียก อะลวงสะเรียง เนื้อไม้นิยมทำเรือ เพราะมีน้ำหนักเบา นิยมเอามาทำพื้นบ้าน เพราะโดยธรรมชาติเนื้อไม้ตะแบกมีความลื่นในตัว หากเจ้าของบ้านขัดพื้นบ้านด้วยอะไรก็แล้วแต่ให้มันๆ แล้วเอาเสื่อกกปู แล้วเราเดินไปบนเสื่อนั้น ชาวบ้านดงหลวงบอกว่า มีสิทธิ์ล้มหัวแตกได้ง่ายมากๆ เพราะไม้ตะแบกลื่นมากๆ

โดยธรรมชาติในป่าไม้นั้นต้นตะแบกที่สวยๆหายากเพราะมักจะเป็นโพรง และเป็นที่อยู่ของสัตว์นานาชนิด เช่น เม่น ลิ้น อีเห็น ตัวแลนแม้กระทั่งหอยและแมงโยงโย่ ที่เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อแสนเรียนรู้ธรรมชาติของแมงโยงโย และหอยป่าที่ชอบอยู่โพรงจึงทำโพรงเรียนแบบธรรมชาติ เพื่อให้หอย และแมงโยงโยมาอาศัยอยู่ เมื่อมีมากๆก็แบ่งเอาไปกินเสียบ้าง  อิอิ พ่อแสนกะจะไม่ใช้เงินซื้ออาหารเลย พึ่งพิงธรรมชาติให้มากที่สุด เพราะสวนป่าครอบครัวพ่อแสนนั้นอุดมจริงๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่ที่งในองค์ความรู้ของชาวบ้านดงหลวงคือ ไม้ตะแบกเมื่อตายแห้ง มักจะมีเห็ดชนิดหนึ่ง มีสีขาว สีนวล และสีน้ำตาลเกิดขึ้น และมีขนาดตั้งแต่เล็กไปจนขนาดใหญ่ พ่อสัมบูรณ์ ผู้นำไทบรูคนหนึ่งกล่วว่า สมัยอยู่ป่านั้น ทหารป่าที่เขาเวรดูแลพีน้องในค่ายในป่านั้น มักจะเดินหาเห็ดที่เกิดจากขอนไม้ตะแบก  แล้วเอาไปตากแดดให้แห้งสนิท  เมื่ออยู่ยามกลางคืนก็เอามาจุดไฟ เขาจะไหม้ไฟคล้ายๆธูป ซึ่งค่อยๆไหม้ลามไปเรื่อยๆ ช้าๆ ส่งควันและกลิ่นออกมา ขับไล่ยุงป่าดีแท้   แม้ว่าจะมีกลิ่นเหม็นอยู่บ้าง  แต่ก็ทนได้ 

ถามว่าเห็ดชนิดนี้จะขึ้นกับไม้ป่าชนิดอื่นไหม  ชาวบ้านบอกว่า อาจจะมี แต่ไม่เคยเห็นเลย มีแต่เห็ดไม้ตะแบกนี่แหละที่เรารู้จักมานานและใช้กันมาตลอด  แต่กินไม่ได้นะครับ...

ผู้นำไทบรูหลายท่านยืนยันความรู้นี้ และต่างก็เคยได้ใช้ประโชน์มาแล้วทั้งสิ้น

แต่หากจะมีเวลามากกว่านี้ ชาวบ้านก็เล่าให้ฟังว่าจะเข้าป่าไปหาไม้ป่าอีกชนิดหนึ่งตือ ตะไคร้ต้น เอาเมล็ดหรือเปลือกตะไคร้ต้นมา ตำ หรือตีให้แหลกแล้วเอามาผสมกับน้ำมันยาง ปั้นให้เป็นคบ เอาจุดไฟ ก็สามารถไล่ยุงได้ดี แถมกลิ่นหอมเหมือนตะไคร้ด้วย ตะไคร้ต้นยังเข้าเครื่องยาสมุนไพรอีกหลายตำหรับอีกด้วย

 

ดอกตะไคร้ต้นตูม

เรื่องตะไคร้ต้นนี้ก้าวไปไกลมากกว่าตะแบก เพราะคุณสมบัติความหอมของเขานี่แหละ ที่ภาคเหนือจึงมีการนำ ผล เปลือกมาผ่านกระบวนการกลั่นทำน้ำมันหอมระเหย ทำยากันยุงและอื่นๆ มากไปกว่านั้นที่คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำตะไคร้ต้นมาวิจัยศึกษาคุณสมบัติทางยาต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นแนวทางในการรักษาโรคมะเร็ง อีกด้วยครับ...

 

ดอกตะไคร้ต้นบาน 

 

นี่เป็นเพียงความรู้นิดหน่อยขององค์ความรู้ทั้งหมดของป่า ที่น้องเม้ง เยอรมันป่าวร้องมานานให้ช่วยกันปลูกป่า ท่านครูบาจับทุกคนที่ไปสวนป่าให้ปลูกต้นไม้

 

ท่านทราบหรือไม่ว่ายาในปัจจุบันนั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งมีที่มาจากป่า

 

โรคภัยไข้เจ็บที่เรายังรักษาไม่ได้นั้น อาจจะมีตัวยาที่เรายังค้นไม่พบ แต่มีอยู่ในป่า

 

เรามารักษาป่า ฟื้นฟูป่า ปลูกต้นไม้กันเถอะครับ

 

 

 

 

 

สร้าง: พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 00:12   แก้ไข: พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 00:35   ขนาด: 17703 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 00:28
652204 [ลบ]

สวัสดีครับพี่ชาย

    สบายดีนะครัีบ เอาประโยคในเล่มวิจัยมาฝากครับ...

The root of knowledge is in nature; without root, it  is  fruitless.

Nature ที่่ว่านี้ ก็รวมๆทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่าง ตลอดจนป่าของพี่ไว้ด้วยครับ ป่านั้นนับว่าเป็นรากของความรู้เลยครับ หมดป่าเมื่อไหร่หมดชีิวิตเมื่อนั้น

ข้อคำถามจากป่า...

  • มีใครใส่ปุ๋ยกระสอบละพันกว่าให้ฉันไหม?
  • มีใครบำรุงฮอร์โมนให้ฉันไหม?
  • มีใครพ่นยาฆ่าแมลงที่จะมาทำลายฉันไหม?
  • แต่มีใครไม่รู้เข้ามาขออาหารจากฉัน
  • ใครไ่ม่รู้มองฉันเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต
  • ใครไ่่ม่รู้มาขอต้นไม้ไปทำสิ่งก่อสร้างต่างๆ
  • ใครไม่รู้มาหายารักษาโรค
  • ใครไม่รู้มาขโมยสัตว์ ธารน้ำจากฉันไป
  • ใครไ่ม่รู้กำลังจะเปลี่ยนพื้นที่ฉันเป็นสวนน้ำมัน สวนยางพารา สวนปาล์ม สวนไม้โตเร็ว สวนบ้าเงิน
  • แล้วใครจะป้องกันพายุให้เธอ?
  • แล้วใครจะป้องกันน้ำท่วมให้เธอ?
  • แล้วใครจะเรียกฝนฟ้าให้เธอ? นางแมวหรือฉัน?
  • แล้วใครหล่ะจะช่วยเธอซับน้ำตา....
  • แล้วเธอจะโหยหาฉัน...เมื่อฉันเหลือแต่ตอ...

นมัสการพระธรรมชาติ

P
2. ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 05:44
652243 [ลบ]

ตะไคร้ต้น เคยเอามาปลูก โตแล้วแล้ว คนงานปรารถนาดี ฟันทิ้ง ไม่รู้จัก ความไม่รู้จักอย่างเดี๋ยวก๋อ่วมแล้วละครับ ท่านบางทราย

ภาพสวย เรื่องดี เสมอ

P
3. บางทราย
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 06:42
652263 [ลบ]

น้องเม้งครับ

  • วันก่อนในทีวีไทยเอาคุณดาบวิชัย "ที่แต่ก่อนใครๆเรียกแกว่าคนบ้าปลูกต้นไม้ สองล้านต้น" มาวันนี้แกปลูกไปแล้วสามล้านห้าแสนต้น
  • แกได้รับรางวัลมาแล้ว 19 รางวัล 1 รางวัลเป็นระดับโลก
  • ทีวีตามไปถ่ายว่าผลผลิตที่แกปลูกนั้นทำประโยชน์อะไรแก่คนบ้างในปัจจุบัน
  • โอยมากมายก่ายกอง  ชาวบ้านเอาลูกตาลไปทำขนม ขายทั่วบ้านทั่วเมือง เอาใบตาลไปสานหมวกสวยๆ เอาก้านตาลไปทำเก้าอี้ ทำโต๊ะที่พี่นั่งทำงานทุกวันที่ห้องพัก ก็เป็นผลงานของดาบวิชัย  และชาวบ้านได้เงินทองใช้สารพัดก็เพราะดาบวิชัยปลูกต้นไม้นี่แหละ

  • แต่พี่คิดในอีกมุมหนึ่งว่า การให้รางวัลแก่ดาบวิชัยนั้นดีแล้ว จะให้ดีมากกว่านั้นหน่วยงานที่ให้รางวัลต้องระดมคนออกมาปลูกต้นไม้ด้วย อิอิ
P
4. บางทราย
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 06:47
652267 [ลบ]

ท่านครูบาครับ P 2. ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

ตะไคร้ต้น เคยเอามาปลูก โตแล้วแล้ว คนงานปรารถนาดี ฟันทิ้ง ไม่รู้จัก ความไม่รู้จักอย่างเดี๋ยวก๋อ่วมแล้วละครับ ท่านบางทราย

ภาพสวย เรื่องดี เสมอ

 

มาสวนป่าวันศุกร์จะเอาตะไคร้ต้นมาฝากครับ

เรื่องภาพและข้อมูลบางส่วนผมเอามาจาก เว็บอื่น  พอเอามาแล้วลืมจดว่ามาจากไหน จะไปอ้างอิงก็ไม่ได้ซะแล้ว  ขออภัยเจ้าของด้วยนะครับ

P
5. ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 07:38
652293 [ลบ]

         สวัสดีครับคุณ บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา) กระผมชื่นชอบแนวการเขียนบันทึกของท่าน พอดีเข้ามาอ่านเจอข้อมูลของไม้ตะแบก ตะแบกไม่รู้ไปแบกอะไร? แบกไว้ให้หนักทำไม? กระผมแปลกใจ แต่กระผมก็ไปเอาชื่อของเขามาเป็นนามเรียกขาน(นามที่ 2) ของกระผม คือ "ตะแบก ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง" แนวความคิดคือจะลองแบกภาระทางด้านสังคมไว้เหมือนกับต้นตะแบก

         กระผมก็ชอบปลูกต้นไม้ ที่บ้านในเนื้อที่ 6 ไร่ ผมแบ่งพื้นที่ให้กับต้นไม้มากกว่าครึ่ง ปลูกต้นสักทอง แดง ประดู่ ตะแบก มะค่า ฯลฯ ปลูกรวมกันไว้ให้เป็นป่าโดยประมาณ 300 ต้น ปลูกทุกปี ปีนี้ก็จะปลูกอีก กระผมมีพันธุ์ไม้ยาง อยู่ 30 ต้น ได้มาจากเลาะริมลำน้ำพรม อยากจะเอามาปลูกในสวนแต่เกรงว่ายางเขาจะไปกินพื้นที่ของไม้ชนิดอื่นมากไปหรือปล่าว บางทีอาจจะเอาไปปลูกตามทางหลวง เพราะเคยเห็นที่ลำพูนทางไปเชียงใหม่สวยงามมาก

         ที่นี่จะมีภาพบางส่วนของป่าที่ผมกำลังจะเนรมิตขึ้นให้เป็นที่อยู่ของนกชนิดต่างๆ http://gotoknow.org/blog/peemagroup/178689 ครับ

P
6. บางทราย
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 09:06
652361 [ลบ]

สวัสดีครับ P 5. ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง

  • ยินดีต้อนรับครับ "ร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง" ผมคงมีโอกาสได้พักร่มบ้างนะครับ
  • ผมตามเข้าไปชม บล็อคของท่านแล้วก็ชื่นชอบ ถูกจริตผมอยู่เหมือนกัน เรามาแลกเปลี่ยนเรื่องราวของชนบท ป่า คน และอื่นๆที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคมกันนะครับ
  • ธรรมชาติเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจมากๆ เพราะตอนนี้ธรรมชาติได้ลงโทษมนุษย์ขี้เหม็นมากต่อมากแล้ว เตือนให้รู้ว่า การลงโทษครั้งใหญ่ๆจะตามมาอีกนับไม่ถ้วน
  • เกษตรสมบูรณ์ผมเคยไปอยู่ ภูเขียวก็เคยไป แก้งคร้อ ฯลฯ ชัยภูมิยังมีป่าภูเขียวที่มีโครงการของป่าไม้อยู่น่าสนใจ คนข้างกายผมไปศึกษาเรื่อง "วัวปล่อยเข้าป่ามีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อป่า" 
  • ป่าภูเขียวมีไม้กฤษณาที่ขึ้นชื่อลือชานัก แถมมีโรงงานกลั่นกันเลย (ผิดกฏหมาย)
  • เพื่อนๆเคยมาทำโครงการพัฒนาลุ่มน้ำพรมครับ
  • ยินดีที่รู้จักครับ
P
7. คุณนายดอกเตอร์
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 09:49
652431 [ลบ]

สวัสดีค่ะพี่บางทราย สวยงามและมหัศจรรย์จริงๆนะคะในสิ่งที่ธรรมชาติมีให้มนุษยชาติ

นึกภาพว่าการได้เรียนรู้จากป่าและปราชญ์ชุมชนต้องเป็นความเบิกบานอย่างยิ่ง ขนาดที่บ้านมีที่กระจิ๊ดเดียว ได้เห็นวัชพืชที่เป็นสมุนไพรทั้งนั้น แค่นี้ก็สำนึกในพระคุณของธรรมชาติเหลือหลายค่ะ

ดอกตะไคร้ต้นสวยจริงๆค่ะ

P
8. โก๊ะจิจัง แซ่เฮ~natadee ที่สุดในแก๊ง
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 10:26
652498 [ลบ]

สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงจ๋า

คิดถึงงงงงงงงงงงงงงงงง ดีใจจะได้ไปเล่นที่สวนป่าแล้ววว เย้ๆๆๆๆ ล้า ลา ล่า ล้า ลา อารมณ์ดี

เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^

P
9. บางทราย
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 11:08
652547 [ลบ]

สวัสดีครับน้องนุช P 7. คุณนายดอกเตอร์

  • เมื่อเราไปฟังชาวบ้านพูดถึงประโยชน์ของต้นไม้ พรรณไม้ต่างๆในป่า คิดเสมอว่า ทำไมเราไม่ทุมเทการรวบรวมความรู้พวกนี้ แล้วมาใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์เข้าไปจัดระบบใหม่ขึ้นมา เพื่อยกระดับองค์ความรู้
  • มั่นใจว่ามีคนทำอยู่หลายส่วน  แต่น่าจะยังไม่ครอบคลุม ไม่ครบถ้วนที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ
  • นับวันความรู้เหล่านี้จะทะยอยล้มหายตายจากไปกับผู้รู้ทั้งหลาย
  • พุดไปพูดมา ทำไมเราไม่ทำเองล่ะ ไปเรียกร้องให้ใครทำ อิอิ
  • คิดหนัก  จะเริ่มอย่างไรดี
P
10. บางทราย
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 11:10
652550 [ลบ]

หลานจิที่คิดถึง P 8. โก๊ะจิจัง แซ่เฮ ^๐^!

เจ้าทุยเผือกกินหญ้าหรือยัง เอาหญ้าไปป้อนมันหน่อยนะ  อิอิ สงสารมัน เวลาทำงานมันก็ทำหนัก เวลามันพักผ่อน เราก็ดูแลเขาหน่อยนะ  อิอิ  ทดแทนคุณเขาบ้าง

P
11. อ.ลูกหว้า
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 16:10
652901 [ลบ]

  • พี่บูทคะ....
  • ตะแบกเป็นต้นไม้ในใจเสมอค่ะ   เวลามองจากหน้าต่างห้องทำงานจะเห็นขึ้นอยู่เรียงรายเต็มไปหมด เป็นการพักสายตาอย่างหนึ่ง
  • ส่วนดอกตะไคร้เพิ่งเคยเห็นค่ะ   ปกติไม่เคยสังเกตเลย แต่พอพี่ถ่ายรูปมาให้ชม   ดูสวยงามจริงๆค่ะ
  • มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีคุณค่าในป่า  แต่เรากลับมองข้ามไป    คงต้องมาช่วยกันค้นหากันแล้ว มหัศจรรย์ของไม้ป่าจริงๆนะคะ
  • ไว้เจอกันที่สวนป่าค่ะพี่
P
12. บางทราย
เมื่อ พ. 14 พฤษภาคม 2551 @ 17:05
652964 [ลบ]

น้องสาวคนงาม P 11. อ.ลูกหว้า

  • มันเป็นของใกล้ตัวแต่ไกลตัวเพราะเราไม่ค่อยได้สนใจเขา
  • เมื่อมาทราบคุณสมบัติเราก็ตื่นเต้นนะครับ
  • ความจริงก็พอรู้มาบ้างแล้ว การมาฟังชาวบ้านย้ำเตือนเราก็ยิ่งเห็น ตระหนักมากขึ้นน่ะครับ
  • แล้วเจอะกันครับ
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
เป็นบันทึกประสบการณ์การทำงานพัฒนาชนบทที่อำเภอดงหลวงจังหวัดมุกดาหาร รวมถึงพื้นที่อื่นๆของผู้เขียน และของเพื่อนๆมาเล่า แทรกความคิดเห็นส่วนตัว เพื่อขยายประสบการณ์สู่การเรียนรู้สาธารณะ
MARCH 2550
************
Start Walking From Sep 4, 2550