เป็นเวลาหนึ่งพรรษาที่บวชที่สำนักวิปัสนาแห่งหนึ่งพระอาจารย์ท่านได้เฝ้าสอนพระนวกะให้ปฏิบัติมหาสติปัฐฐาน 4 ไม่จำเป็นต้องท่องบนหนังสือใดๆ

 

เป็นเวลาประมาณ 6 ปีที่ผมเฝ้าวนเวียนอยู่กับกลุ่มปฏิบัติธรรมของท่าน SM Chinghai ท่านให้เฝ้าพิจารณาเสียงและแสงภายในตัวเอง โดยการนั่งสมาธิกลุ่ม และปฏิบัติตามขั้นตอนของพระอาจารย์

 

เมื่อวิถีต้องกลับสู่ชีวิตนักพัฒนาที่ต้องรับผิดชอบงานในหน้าที่และครอบครัว ทำให้หลุดออกมาจากวงจรนั้นไปนานทีเดียว แต่สิ่งคงเหลือคือการกินมังสวิรัติ และพยายามรักษาศีล

 

แต่แล้วกลับมาได้ยิน Voice dialogue อีกครั้งเมื่อเข้าร่วมกระบวนกรที่สวนป่าที่ผ่านมา ครั้งแรกก็งงๆ แต่เมื่อกลับไปนอนทบทวนแล้วก็ฟื้นคืนสู่ประสบการณ์เดิมๆได้ เมื่อทีมวิทยากรแนะนำให้เราเดินออกไปจากห้องนี้กลับสู่ธรรมชาติ ผมจึงแบกกล้องและสมุดติดตัวเดินออกไปเรื่อยๆอย่างสงบ 

คอกน้องหมูเหมยซาน หน้าตาเขามีแววบ่งบอกถึงการยังชีวิตไปวันหนึ่งๆ ผมยืนนิ่งสักพักกวาดสายตาไปรอบๆและมาหยุดอยู่เจ้าตัวน้อยนี้ เธอมีชีวิตเพียงเพื่อกิน ขี้ ปี้ นอน แล้วก็เป็นอาหารให้อีกชีวิตหนึ่ง

 

กิน เพื่อ ยังชีวิตเท่านั้น ขี้ ออกมาก็เป็นไปตามระบบของชีวิต ปี้ เป็นความต้องการพื้นฐานของสรรพสิ่งชีวิต นอน ก็เป็นไปตามธรรมชาติของระบบชีวิต  ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

 

บันทึกความคิดที่บอกมาอย่างนั้นลงไปในสมุดเล่มน้อย แล้วเดินต่อไป

 

ใครหนอมาจัดสรรให้เถาว์ไม้นี้มาชูช่อดอกแปลกๆให้เราผู้ผ่านมาได้ชื่นชม ดอกของพืชธรรมชาติสร้างสรรค์ค์มาเพื่อเป็นวงจรของการขยายเผ่าพันธุ์ ธรรมชาติออกแบบมาเฉพาะเถาว์ไม้นี้ให้มีดอกแบบนี้ สีแบบนี้ มิได้มาโดยการแต่งแต้มแต่อย่างใด เผ่าพันธุ์เป็นเช่นไร ก็แสดงออกมาเช่นนั้น สวยหรือไม่สวยอยู่ที่ผู้มองต่างหาก

 

 

 

เมื่อก้มหน้าเดินต่อไป พบเจ้าแมลงที่ไม่รู้จักชื่อนี้ไต่เตาะแตะอยู่บนกิ่งไม้แห้งเล็กๆ ขามีหน้าที่เกาะจับมิให้ตัวเจ้าล่วงหล่นลงไป หนวดเจ้าแกว่งไกวไปมาเพื่อสัมผัสสิ่งต่างๆรอบตัวแล้วส่งสัญญาญรับรู้ แม้ขนาดเจ้าเล็กกว่านิ้วก้อยของเรา แต่ชีวิตเจ้าก็เทียบเท่าช้างที่ใหญ่กว่าเจ้านับพันหมื่นเท่า แมลงน้อยนี้ก็ไม่ต่างไปจาก น้องหมูเหมยซานพันธุ์กระดูกนั่นในแง่การดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ เจ้ายังชีวิตเพื่อชีวิตเท่านั้น

 

 

ต่ำลงไปที่พื้นนั้นคือซากแห่งชีวิตที่ดับดิ้นลงแล้ว กลายเป็นอาหารของมดและสัตว์อื่นคืนสู่ธรรมชาติ ที่ทุกชีวิตต้องเดินไปสู่จุดเดียวกัน

 ส่วนประกอบของชีวิตอีกแบบหนึ่งคือพืช ที่มีใบทำหน้าที่เป็นโรงครัวให้ก็ยังมีความแตกต่างหลากหลาย  เจ้าใบนี้ ธรรมชาติสร้างให้มีโรงครัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ยังชีพได้เท่ากับโรงครัวใหญ่ๆทั้งหลาย 

 

เห็นการจากลา .......

 

 

เห็นกุลสตรีท่านนี้ ยื่นมือมาช่วยน้องสร้างสรรค์งานเล็กๆ คือปูทางเดินด้วยอิฐ เธอเดินไปหยิบอิฐก้อนแล้วก้อนเล่า น้องก็คิดวางอิฐอย่างมุ่งมั่น แต่มิโดดเดี่ยว  มันเป็นการงานที่งดงามครับ

 

หากชีวิตมนุษย์มิได้มีมาเพื่อ กิน ขี้ ปี้ นอนเท่านั้น

หากเสียงภายในตะโกนดังออกมาตลอดเวลาว่า

 

เจ้าเกิดมาเพื่อสลายตัวคืนสู่ธรรมชาติเหมือนกับสรรพสิ่งทั้งหลาย 

วันเวลาที่เจ้าดำรงอยู่นั้น เพื่ออะไรกันเล่า....

ก็ชีวิตขั้นพื้นฐานเท่านั้นที่จำเป็นสำหรับเดินสู่เชิงตะกอน 

แล้ว...เวลาและพื้นที่ชีวิต ที่เป็นของเจ้านั้น เจ้าจัดการมันอย่างไรเล่า

 

 เพื่อสันติสุขในตัวเจ้า เพื่อครอบครัว และเพื่อเพื่อนร่วมโลกนี้หรืออย่างไรเล่า

และหากมีกลุ่มเพื่อนคิดสร้างสรรค์อย่างเจ้า มากมายขึ้น ลงมือดำเนินวิถีขั้นพื้นฐานแห่งการอยู่ร่วมกันเพียงเท่านั้น  เวลาและพื้นที่ชีวิตเจ้าจะมีค่ามากที่สุด งดงามมากที่สุด และจะจรรโลงสรรพสิ่งแห่งการอยู่ร่วมกัน

 

ทั้งหมดคือผัสสะกระตุ้นให้เกิดเสียงภายในและส่งไปกระทบจิตสำนึก

 

มันเป็นเสียงแห่งธรรมวิถีที่ผมได้ยิน