ผมละคลั่งไคร้เธอเหลือเกินครับ ภรรยาผมที่บ้านก็ไม่ว่าไง เธอใจดีมากยอมให้มาอยู่ชายคาเดียวกัน ก็เธอหอมไปหมดตั้งแต่เบื้องต่ำสุดไปจนเบื้องสูงสุด ทั้งกลางวัน ยิ่งกลางคืนละก้อมีบรรยากาศ ยิ่งหอมไปใหญ่

 เธอกำลังจะลาจากไปแล้วครับ โน่นแน่ะ ปีหน้าเธอบอกว่าจะแวะมาใหม่  ผมละคลั่งไคล้เธอเหลือเกินครับ ภรรยาผมที่บ้านก็ไม่ว่าไง เธอใจดีมากยอมให้มาอยู่ชายคาเดียวกัน ก็เธอหอมไปหมดตั้งแต่เบื้องต่ำสุดไปจนเบื้องสูงสุด ทั้งกลางวัน ยิ่งกลางคืนละก้อมีบรรยากาศ ยิ่งหอมไปใหญ่ กลิ่นหอมเธอเนียะ มีนักธุรกิจเอาไปทำน้ำหอมเลยหละ  วัน วัน ผมไม่ไปไหน วนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอ 

 กลางคืนภรรยาผมดูละคร ละเม็ง ผมก็แอบมานั่งสูดดมเธอที่ห้องทำงาน  ผมกล่าวในใจว่า นี่..แม่ จันกะพ้อทำไมเธอมาและไปพร้อมๆกับ นางสาวสารภีข้างบ้านนั้นล่ะ แม่สารภีนั่นเขาก็หอม นะ แต่เธอหอมยั่วยวนใจมากกว่า แต่ก็รักเธอทั้งคู่แหละ  วันนี้ผมมาอาลัยอาวรณ์ น้องจันกะพ้อก่อนเธอจะโรยราดอกหมดต้นนะครับ

 

 ขณะผมพิมพ์ต้นฉบับนี้ เธอยังเอาใจผมโชยกลิ่นหอมมาให้ด้วยละครับ   ผมได้เธอมาเมื่อสัก 6 ปีที่แล้ว ก็น้องชายเอากล้ามาให้บอกว่าเอามาจากป่าภาคใต้ครับ เป็นสาวป่าไม่ใช่สาวบ้าน แหมเข้ากันดีกับผมที่ทำงานชนบท น้องให้มา 3 ต้น อ.ดร.แสวงแบ่งไปต้นหนึ่ง ผมปลูกข้างบ้าน 1 ต้น หลังบ้าน 1 ต้น ข้างบ้านนั้นปลูกใต้ต้นสาเก มันไม่โต เพราะโดนหนอนเจาะหักกลางต้นไปเลย แต่ก็แตกใหม่ ส่วนหลังบ้านเติบโตดีมาก อาจเป็นเพราะได้น้ำชุ่มชื้นตลอดเพราะอยู่ใกล้ก๊อกน้ำ ไม่ว่าล้างอะไรก็เทลงโคนต้นทุกที เธอสูงเท่าชั้นที่สองของบ้านแล้วครับ   

 ปีนี้เธออกดอกเป็นปีที่สอง น้องชายบอกว่า 15 ปีจึงจะให้ดอก งั้นผมโชคดี ปลูก 6 ปีได้ดอกแล้ว เต็มต้นจริงๆ ดกมากครับ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ลักษณะเหมือนดอกจำปีแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก เป็นพวง เต็มกิ่งไปหมด พอกลางเดือนก็เริ่มคลี่ใบดอกออกพร้อมกับส่งกลิ่นหอม อ่อนๆ

 ตั้งแต่นั้นมาก็คลี่ดอกกันใหญ่เรื่อยมาจนเต็มต้น  ดอกที่คลี่บานแล้วเพียง 1-2 วันก็ปล่อยให้กลีบดอกล่วงลงพื้นทีละกลีบ ทีละกลีบ จะล่วงหล่นเฉพาะช่วงเช้ามืดเท่านั้นนะจนถึงสัก เจ็ดโมง และซาลงจนหมดประมาณแปดโมงเช้า  คุณเอ๋ย  กลีบดอกมันล่วงลงมาโดนใบต้นมันเองและโดนพื้นดินข้างล่างเสียงดังเปาะแปะ ดังสายฝนที่เริ่มจะลงเม็ดยังไงยังงั้นเลย  ที่ดีกว่าก็คือมันส่งกลิ่นหอมมาด้วยครับ 

 คุณลองจินตนาการว่าช่วงเช้าอากาศสดใส มานั่งกินอาหารเช้าที่ห้องครัวติดกับต้นจันกะพ้อยามนี้มันจะสุขขนาดไหน หอมก็หอม ฟังเสียงกลีบดอกเขาหล่น กินกาแฟร้อนๆสักแก้วหนึ่ง นั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตา แค่นี้ก็วิเศษกว่า มื้อเช้าที่ โอเรียลเต็ล อีกครับ เอ้า โอเรียลเต็ล มีบรรยากาศแบบนี้หรือเปล่า  ไม่มีครับ  ถ้าจะให้ดีก็เดินออกไปเก็บกลีบดอกที่ร่วงลงสู่พื้นมาใส่แก้วปากบานใสๆ มอบให้เธอตอนเช้า เธอก็จะยิ้มไปทั้งวันแล้วแหละ  เอ้อ  อย่าอิจฉานะ.. 

จากเอกสารกรมป่าไม้บอกว่า จันกะพ้อขึ้นแถบป่าบึงน้ำจืด ชื่อวิทยาศาสตร์เขาว่า vaticadiospyroides เป็นไม้หายากครับ ป่าบึงน้ำจืดเคยมีที่ภาคกลาง ปัจจุบันไม่เหลือแล้วอาจจะมีที่ฝั่งแม่น้ำตาปี เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ที่อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ผมพยายามเปิดดูในพจนานุกรมไม้ดอกไม้ประดับของท่าน ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ก็ไม่พบจันกะพ้อในสารบัญ  ใน Google มีนิดหน่อย เอาเป็นว่าไม้หายากก็แล้วกัน  

 ดอกจันกะพ้อร่วงพรู...

เจ้ามิใช่ร่วงสู่แผ่นดินแห่งไหนโดยง่าย

ลมพาเอากลิ่นขจาย…..…..

จันกะพ้อคือเหล่าสตรี

มีราคี เพราะชายขยี้พรหมจรรย์

ความสาวแหลกเหลวสิ้นพลัน

ไร้ค่า....

เหมือนจันกะพ้อร่วงพรู 

ขอมอบดอกจันกะพ้อให้ทุกท่านครับ โดยเฉพาะ ท่านครูบา อ.ขจิต น้องหนิง น้องลูกหว้า น้องกาเหว่า  น้องจันทรัตน์  น้องเม้ง น้องเบิร์ด  น้องออต  น้องบอน-กาฬสินธุ์  ท่านจันทวรรณ น้องมะปรางเปรี้ยว(ปรี๊ด) น้องเอก เมืองปาย คุณราณี ดอกแก้ว โอ๋-อโณ อ.แป๋ว บีแมน แผ่นดิน น้องกันเกรา น้องศิรินทรา อ.อรรถชัย อ.แสวง อ.อุทัย อ.หมอวัลลภ อ.หมอฟีนิคซ์ เพื่อนสุรเชษฐ์ และทุกท่านที่นึกไม่ออกครับ