ความเห็น: 30
เรื่องเล่าจากดงหลวง 94 เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก(ผีเจ้านายภาคเหนือ)
(วันนี้เอาเรื่องเบาๆมาฝากกัน เคยนำลงแล้วครั้งหนึ่ง แต่ “คุณภูคา” บอกว่าอยากให้ลงอีกครั้ง ต้องขออภัยท่านที่เคยอ่านไปแล้วด้วยนะครับ)
เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก : ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล หรือคนกว้างขวางที่ไหนหรอก หรือไม่ใช่ผู้ขมังเวทย์อย่างเณรแอ อีกเช่นกัน ...เรื่องมันมีอย่างนี้..ประมาณปี พ.ศ. 2521 ผู้บันทึกทำงานพัฒนาชนบทที่อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กับสมาคมสตรีผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย(GGAT) เราร่วมกันจัดค่ายเยาวสตรี โดย GGAT เป็นผู้เชิญเยาวชนสตรีมาจากชนบทจำนวน 50 คน มีคนพื้นเมืองเหนือ ไทยลื้อ ไทยใหญ่ ค่ายจัดทำแบบลูกเสือ มีแค้มป์ไฟล์ ร้องรำทำเพลงสลับความรู้ต่างๆตามหลักสูตรที่กำหนด นอนในเต็นท์ จัดแบ่งเป็นหมวดเป็นโซน แบบวงกลม ข้างๆเต็นท์ก็จะมีชั้นไม้ไผ่แบบง่ายๆสำหรับวางถ้วยชามต่างๆ จุดกึ่งกลางวงกลมเต็นท์ก็มีกองไฟ
สถานที่ที่จัดเป็นลานสนามกีฬาของโรงเรียนประจำตำบล รอบๆเป็นหมู่บ้าน และไม่ไกลนักก็เป็นวัดประจำหมู่บ้าน คืนแรกเท่านั้นเองก็เกิดเรื่อง..เมื่อตกค่ำดำเนินการตามกำหนดการแล้ว พี่เลี้ยงก็ให้เด็กเข้านอน เราพวกเจ้าหน้าที่ก็มาสุมหัวกันรอบกองไฟคุยกัน และบรรยากาศแบบนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการ ดื่ม ร้องเพลงสลับเสียงกีต้าร์แบบเคาะเป็นเพลงบ้าง ไม่เป็นบ้างสลับ “เสียงนกแสก” ร้องบนต้นไม้ใหญ่ริมขอบเขตค่ายนั้น นัยว่าการแหกปากร้องเพลงนี้เป็นเพื่อนน้องๆที่มาจากต่างถิ่น และคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย
พักเดียวเท่านั้นแหละ มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่เต็นท์น้องเยาวชนสตรีเต็นท์หนึ่ง คือเธอร้องกรีดออกมาเสียงดังลั่น พวกเราตกใจคิดว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรต่างกรูกันไปดู เสียงเธอทำให้เต็นท์อื่นๆต่างตื่นกันหมด อาการแปลกๆ ร้องลั่น ตัวเนื้อสั่น ควบคุมสติไม่อยู่ ความตกอกตกใจพวกเราคิดอะไรไม่ออก จนชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆวิ่งมาดู แล้วลงความเห็นว่า “ผีเข้า” เท่านั้นเอง..น้องคนอื่นๆต่างเริ่มร้องให้ เพราะความกลัว เพื่อนๆเจ้าหน้าที่ GGAT ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงกว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้พอสมควร แล้วเธอก็ถอดสร้อยคอที่มีพระให้แก่น้องคนนั้น..คืนนั้นเราไม่ได้นอน เพราะต้องคอยดูแลน้องตลอด..
ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวบ้านต่างมาสอบถามสารทุกข์ แล้วคิดไปต่างๆนาๆ มีคนเสนอให้เด็กทุกคนเดินไปกราบพระประธานในโบสถ์ที่วัดใกล้นั้นเอง เราทำตามคำแนะนำ แต่แล้วเด็กน้องเยาวชนคนนั้นที่ชาวบ้านกล่าวว่า “ผีเข้า” ร้องกรีด...และไม่ยอมก้าวเข้าธรณีประตูโบสถ์ ดิ้นพราดๆ เพื่อนๆพยายามอุ้มเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเข้า จนเจ้าอาวาสท่านออกมาแล้วบอกว่า.... ไม่อยากเข้าก็ไม่ต้องเข้า เดี๋ยวอาตมาจะไปทำพิธีที่ค่ายเอง....
เจ้าอาวาสเป็นพระหนุ่มแต่ท่านสนใจเรื่องกรรมฐานและสิ่งเหลือเชื่อเหล่านี้ ท่านไปประกอบพิธีฝังยันต์ตรงมุมบริเวณค่ายทั้ง 4 มุม สวดคาถาอาคม เสกเป่าต่างๆ พร้อมพรมน้ำมนต์ให้ทุกคนและทั่วบริเวณค่าย ทุกคนโล่งใจ และสบายใจขึ้นเมื่อพิธีเสร็จ ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวบ้านต่างมาเยี่ยมมายามกัน ถามไถ่กันตามประสาชนบทที่มาให้น้ำใจ กำลังใจ และแนะนำกันต่างๆนานา
ค่ายแตกเพราะเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก: คืนที่สองก้าวเข้ามาแบบหดหู่ เมื่อความมืดมาถึงทุกคนก็เกาะกลุ่มกันแน่น ต่างพยายามนอนหลับให้เร็วที่สุด พวกเราและเจ้าหน้าที่ค่ายยังคงเป็นเพื่อนเหมือนเดิม นั่งล้อมกองไฟ คุยกัน แต่ไม่ค่อยสนุกแล้ว...แล้วก็เกิดขึ้นอีก.....คราวนี้เสียงร้องของน้องเยาวชนสตรีคนเดิมร้องดังมาก..เพ้อ ไม่มีสติ พูดจาไม่รู้เรื่อง....(ไม่อยากบรรยาย..)
พวกเราปรึกษาหารือกัน แล้วพยายามควบคุมสถานการณ์ให้ไม่ตื่นตระหนกมากไป ชาวบ้านออกมาเป็นเพื่อน แล้วในที่สุดก็ตกลงว่าหากปล่อยไปเช่นนี้เป็นสิ่งไม่ดี เราควบคุมไม่ได้ และเด็กก็ไม่มีสมาธิ จิตใจตระหนก อกสั่นขวัญหายกันหมด เสนอกันว่าให้ปิดค่ายเลย..รุ่งเช้าทุกคนไปกราบลาพระอาจารย์เจ้าอาวาสวัด ลาผู้นำชุมชน ผู้เฒ่าผู้แก่ และชาวบ้านที่มาช่วยเหลือ แล้วเจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าที่ควบคุมน้องๆเดินทางออกจากสะเมิงกลับบ้าน ยกเว้นน้องคนที่ชาวบ้านกล่าวว่าผีเข้า ซึ่งเพื่อนจาก GGAT เอาตัวไปพักผ่อนที่สำนักงานในเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีที่พักสะดวกสบาย
การปรากฏตัวของเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก 1 : คืนแรกที่สำนักงาน GGAT ในตัวเมืองเชียงใหม่ แม่บ้านสำนักงานมีอาการผิดปกติและในที่สุดกลายเป็นนางเทียมที่มีวิญญาณมาปรากฏ ด้วยสำเนียงพูดที่มิใช่เสียงของแม่บ้าน กล่าวว่า....พวกมึงเหยียดหยามกู..ไม่เคารพกู..พวกมึงมาส่งเสียงดัง (พวกเราร้องเพลง....) พวกมึงมาเยี่ยวใส่หัวกู .....ฯลฯ....พวกมึงไม่รู้หรือว่ากูคือเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก.. ถ้าพวกมึงไม่ขอขมาลาโทษกู...กูจะเอาให้เจ็บหนักกว่านี้.....ฯลฯ
เป็นที่เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นเหตุ ใครเป็นคนทำผิดธรรมนองคลองธรรมของพื้นบ้าน...และใครเป็นผู้มาอาละวาด สั่งสอนพวกเรา..นั่นคือเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก “เจ้าที่” บริเวณนั้น การถอดความหมายก็คือ พื้นที่นั้นมี “เจ้าที่” ชื่อเจ้าพ่อข้อมือเหล็กดูแลอยู่ เราเข้าไปจัดค่ายโดยไม่ได้บอกเล่า “เจ้าที่” แถมน้องเยาวสตรีไปอาบน้ำในลำห้วยตอนเย็น ตรงนั้นมี “หอเจ้านาย” ตั้งอยู่แล้วเธอ “ฉี่” ออกโดยไม่ขอขมา “เจ้าที่” แถมพวกพี่ๆหวังดีไปแหกปากร้องเพลงดังลั่นป่า เป็นที่รำคาญของ “เจ้าที่” ท่านจึงสั่งสอนให้ซะ... .
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ GGAT และพวกเราซึ่งถือว่าเป็นคนสมัยใหม่(ในช่วงเวลานั้นนะ..) ก็ถูกผีบ้านผีเมืองสั่งสอนเสียครั้งใหญ่ เราสอบถามพิธีการขอขมาลาโทษจากผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วก็พินอบพิเทาดำเนินการด้วยความสำนึก....แล้วก็ส่งตัวน้องเยาวสตรีกลับบ้านด้วยประสบการณ์ชีวิตครั้งใหญ่ ที่ไม่ใช่เนื้อหาหลักสูตรของค่ายเยาวสตรีแม้แต่ น้อย แต่สร้างสำนึกแห่งคุณค่าของวิถีความเชื่อ และการคงอยู่ของสิ่งลี้ลับ.
การปรากฏตัวของเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก 2: ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น มีหนังสือทางสังคมวิทยา-มานุษยวิทยาเรื่องหนึ่งออกมาชื่อว่า “ผีเจ้านาย” เขียนโดยอาจารย์ฉลาดชาย รมิตานนท์ และอาจารย์วิรดา สมสวัสดิ์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาระที่ท่านอาจารย์เขียนกล่าวว่า ตัวเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นอาณาจักรเก่าแก่แห่งหนึ่ง มีวัฒนธรรมประเพณีความเชื่อของท้องถิ่นมากมาย และมีพิธีกรรมของเมืองเชียงใหม่ที่สำคัญพิธีหนึ่งคือการทำพิธี “ไหว้สาแม่เสื้อเมืองทรงเมือง” จัดพิธีที่ทุกประตูของกำแพงเมืองเชียงใหม่
“เสื้อเมืองทรงเมือง” มีมากมายหลายท่านหลายคนที่คอยดูแล ปกปักรักษาเมืองเชียงใหม่ แต่ละท่านก็มีอาณาบริเวณขอบเขตดูแล แบ่งปันขอบเขตเหมือนนายอำเภอปกครองพื้นที่ทำนองนั้น มีชั้นมียศ มีศักดินา ผู้เขียนคว้ามาเล่มหนึ่งอ่านไปอย่างสนใจ แล้วก็ปรากฏชื่อ “เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก” เป็นผู้ดูแลพื้นที่อำเภอสะเมิงควบมาถึงบางส่วนตำบลโป่งแยงของอำเภอแม่ริม....
ใจผมเต้นตึกๆ..นี่ไปลองของสูงเข้าแล้ว....
ยกมือท่วมหัว ที่ท่านแค่สั่งสอนเท่านั้นนะ.....
ทุกครั้งที่ผมเดินทางเข้าพื้นที่ชนบท เข้าป่าผมจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยู่ในใจเสมอ..
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « เรื่องเล่าจากดงหลวง 93 ความจริงข...
- ใหม่กว่า » เรื่องเล่าจากดงหลวง 95 ภูเขาไฟที...
ความเห็น
- พี่ไพศาลคะ...
- เวลาหว้าเรียนที่ม.ช. เวลาไปเที่ยวป่ากัน
- หว้าจะเป็นคนนำของไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางทุกครั้งค่ะ
- เพราะวัยรุ่นไปเที่ยวกันแบบนี้ กำลังคึกคะนองค่ะ เราไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรผิดบ้างหรือเปล่า
- แม่สอนไว้ทุกครั้งค่ะ เพราะแม่มักพาพวกลูกป่าไปออกค่าย แล้วมักเจอเหตุการณ์แปลกๆเป็นประจำ
- อิอิ..มาแก้คำผิดอ่ะ เดี๋ยวงง
- แม่หว้ามักจะพาพวกลูกเสือไปออกค่ายค่ะ
- เจอเป็นประจำ ใช่ๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่จริงๆค่ะ
- ที่บ้านมีกฎกติกาว่าด้วย
เข้าบ้าน กราบผีบ้านก่อนนอน
เข้าป่า กราบผีป่าก่อนเข้า
กราบผีเจ้า ก่อนขึ้นปี สุขขีตลอดกาล
สวัสดีครับน้องอ.ลูกหว้า
ผู้ใหญ่สูงอายุส่วนมากจะเคารพสิ่งนี้มากกว่าคนปัจจุบัน ท่านแนะนำถูกต้องแล้วครับ การเคารพสถานที่ ก็ถือว่าเป็นการแสดงกิริยาอาการที่ดีต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ ดีแล้วครับน้องลูกหว้า
สวัสดีครับ พี่องุ่น
น่าสนใจข้อปฏิบัตินี้นะครับ แต่ผมไม่เข้าใจ " กราบผีเจ้า ก่อนขึ้นปี " หมายความว่าอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บอกได้ว่ามิติที่นอกเหนือจากเรานั้นมีจริง ..และความเชื่อต่างๆมีที่มาที่ไป..เบิร์ดไม่เคยสัมผัสกับเรื่องแบบนี้หรอกค่ะแต่โตมากับคำสอนที่ว่าไปที่ไหนก็ให้ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง..ซึ่งก็ทำมาตลอดเพราะถือว่าการแสดงความเคารพไม่ใช่สิ่งเสียหาย เพราะทำให้เราเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ( ฝึกเราไปในตัวอีกด้วย อิ อิ )
ขอบคุณค่ะที่นำเรื่องที่น่าสนใจมาฝาก..ขอที่อยู่พี่บางทรายด้วยนะคะจะส่ง CD ไปให้ ( ถ้าว่างเชิญที่http://gotoknow.org/blog/beutifulmemories/95065
นะคะพี่บางทราย ^ ^ )
สวัสดีครับน้องเบิร์ด
ปรบมือให้คนอ่อนน้อม เป็นสิ่งที่ดูแล้วน่ารักด้วยซิใครก็ตามที่ทำสิ่งนี้
พี่เคนจำได้ว่าท่านอาจารย์นายแพทย์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งนั่งรถผ่านพระประธานที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลท่านยังยกมือไหว้เลย ดูแล้วน่ารักเป็นที่สุด พี่กลับมองเป็นการเสริมความเป็นผู้มีคุณธรรม นอบน้อมและเคารพในสิ่งที่เป็นสูงสุดของความเชื่อ
พี่แอบไปเยี่ยมน้องหลายครั้งแล้ว แต่คอยโอกาสเหมาะก่อนครับ เดี่ยวพี่ไปนะครับ
พี่ส่งที่อยู่ไปให้แล้วครับ
ขอบคุณครับ
ไปไหนก็ต้องไหว้เจ้าที่เจ้าทางนะครับ...ตอนผมอยู่เมืองนอกยังต้องไหว้เลยครับ..อย่างน้อยก็สบายใจครับ
โอชกร
พี่เองก็ทำเช่นนั้น อย่างน้อยที่สุดก็มีใจเคารพสิ่งเหนือธรรมชาตินี้ เราทำ เราได้ ก็ได้อย่างน้อยที่สุดสบายใจครับ
สวัสดีค่ะ
น่ากลัวจังค่ะ
ขอสารภาพว่า ไม่เคยเข้าป่าเลยในชีวิต ไม่เคยเห็นเรื่องน่ากลัวพวกนี้
มีแต่ไปอยู่ดอยสุเทพ แล้วเห็นเจ้าของที่จะๆเลย นอนอยู่ข้างๆด้วย สวดมนต์ ไม่ยอมลืมตาจนหลับ ว่างๆว่าจะเล่าให้ฟัง
สวัสดีครับsasinanda
เรื่องแบบนี้มักจะได้ยินมาก บ่อยจากป่าเขาน่ะครับ เรื่องในสะเมิงมีอีกหลายเรื่องทำนองนี้ครับ
บางครั้งมันเหมือนกับว่า ผีกลัวตึกรามบ้านช่อง เพราะเคยมีคนผีเข้า ชาวบ้านสองจิตสองใจว่าจะรักษาแบบพื้นบ้านหรือแบบส่งให้หมอตรวจสอบดูว่าเป็นโรคภัยไข้เจ็บหรือเปล่า ปรากฏว่าหมออนามัยบอกให้ส่งเข้าโรงพยาบาลใหญ่ สวนดอกในตัวเมือง แต่พอรถที่ผู้ป่วยนั่งมาพ้นดอย ภูเขาลงมาที่อำเภอแม่ริมเท่านั้นเอง หายเป็นปลิดทิ้ง จนชาวบ้านบอกว่า ผีกลัวตึก แต่ชอบป่าเขาต้นไม้อะไรทำนองนั้นครับ
ขอบคุณครับ ว่างๆเล่าให้ฟังบ้างนะครับ
สวัสดีค่ะคุณบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
น่าสนใจมากเลยนะคะ ดิฉันเองก็ไม่เคยเจอแบบนี้ค่ะ แต่ถ้าไปที่ไหนไม่เคยไป ก็จะแสดงความเคารพโดยการตั้งจิตอธิษฐานระลึกในใจค่ะ
ตอนเรียน ป.ตรี ไป survey camp ที่ลพบุรี อยู่ประมาณ 3 อาทิตย์ พวกผู้หญิงอยู่บ้านยกพื้นรวมกันหลายๆ คน พวกผู้ชายนอนศาลาไม่มีฝา มีคืนนึงพวกผู้หญิงขึ้นบ้านไปนอนกันหมดแล้ว แต่เช้าขึ้นมาพวกเพื่อนผู้ชายมาถามว่าเมื่อคืนใครมานั่งอยู่ชานบันได แต่ก็ไม่รู้เพื่อนหลอกให้กลัวหรือเปล่านะคะ จำได้แต่ว่าใจคิดว่าถ้าเราไม่มีกรรมเวรต่อกันก็คงจะไม่มาทำอันตรายเรา แล้วถ้าต้องพบจริงๆ ก็จะต้องมีสติ อโหสิกรรมแก่กันประมาณนั้นค่ะ ..
สวัสดีครับ อ.กมลวัลย์
- ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเป็นสิ่งเฉพาะตัวที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ครับ
- แต่คนที่ทำงานชนบท พบปรากฏการณ์เหล่านี้บ่อย ทุกภาคเลยที่ไปทำงานมา
- การแผ่ส่วนบุญกุศลเป็นแนวทางที่พระท่านแนะนำครับ
- ขอบคุณครับ
อ่านแล้วขนลุกเลยครับ...ผมเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง และไม่คิดอยากมีครับ
ไม่ค่อยเชื่อเรื่องผีสางเทวดาเท่าไร แต่กลัวจริงๆจังๆ ครับ
สวัสดีครับคุณบางทราย
เรื่องแบบนี้เป็นปัจจัตตัง คือรู้ได้เฉพาะตัว บางคนจะสัมผัสได้เอง บางคนต้องมีสื่อ(ร่างทรง)
ถ้าตั้งใจศึกษากันจริงๆจังๆ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นธรรมชาติทั้งสิ้น เพียงแต่เรายังไม่มี"เครื่องมือวัด"ที่ดีพอที่จะวัดได้เท่านั้นเอง จึงคิดว่าเป็นเรื่อง"เหนือธรรมชาติ"
ทีวี โทรศัพท์มืถือ เชื้อโรค ไวรัส ฯลฯ ก็จัดได้ว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติของ"คนยุดเก่า"เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมปฏิบัติของผู้ไม่ประมาท ไปในที่ต่างถิ่น ขนาดเจอเจ้าถิ่นยังต้องฝากตัวเลย แล้วนี่เป็นเจ้าที่เจ้าพ่อที่มองไม่เห็นตัว ยิ่งต้องฝากทั้งตัวทั้งใจเลยแหละ ถึงจะรู้สึกปลอดภัย
ขอบคุณที่มีเรื่องเล่าสนุกๆมาฝาก
สวัสดีครับjoin_to_know
หากท่านสนใจลองหาหนังสือเรื่องผีเจ้านายของท่านอาจารย์ฉลาดชาย รมิตานนท์มาอ่านดูนะครับจะทึ่งมากกว่านี้ ว่าเมืองเชียงใหม่ที่ใครๆอยากไปเที่ยวนี้ มีอะไรอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับอาจารย์อ.ศิริศักดิ์
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ครับ คนสมัยก่อนยังไม่เข้าใจเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์มากนัก เมื่อมีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตแบบนี้ ก็ต้องฝากเนื้อฝากตัว แต่มองในแง่ดีก็มีมากนะครับที่เป็นตัวควบคุมพฤติกรรมคนให้อยู่ในร่องรอย ธรรมนองคลองธรรม
ผมยังต้องวิ่งหาที่พึ่งเลยครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
กราบผีเจ้า ก่อนขึ้นปี
คือไหว้เจ้า ขึ้นปี ในวันตรุษจีน ค่ะ
ส่วนประสพการณ์ลี้ลับ จะขอเล่าตอน AAR ใต้แสงจันทร์วันเฮฮาศาสตร์ 2 ที่บ้านพ่อครูนะค่ะ ( ตอนตี 2 )
สวัสดีคะ
หนูสนใจเรื่อง เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก มากเลยคะ
อยากรู้รายละเอียดมากมาย หรือ ถ้า พี่สนใจ เราก็มาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์กันได้นะคะ
พอดี หนูจะทำ ภาคนิพนธ์ พอดี เลยจะไปเก็บข้อมูลคะ เรื่อง เจ้าพ่อข้อมือเหล็ก
ยังไง ช่วยติดต่อ มาด้วยนะคะ
ขอบคุณคะ
สวัสดีค่ะคุณพ่อผู้อบอุ่น ... เรื่องความเชื่อ แต่ละท้องถิ่น น่าสนใจนะคะพี่ท่าน
ช่วงอยู่อิสาน เห็นหน้าบ้านมีตุ๊กตาผีแม่ม่ายมาวางไว้หน้าบ้าน เอาแล้วๆ ช่วงไปร้อยเอ็ด คุณป้าเล่าเรื่อง ผีฟ้ามาเข้าฝัน บอกต้องแยกห้องนอนกับคุณลุงสามีสักแป๊บนึง (ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหรอก แปลกดี) เห็นป้าเตรียมร้อยมาลัย เครื่องบูชา พร้อมชุดสวยลายดอกลูกไม้เต็มยศ บอกว่า วันมะรืนเช้าต้องไปรำถวายผีฟ้า มีนางรำที่ถูกเข้าฝันเป็นร้อยอนงค์นาง
เสียดายต้องรีบกลับก่อน จึงอดร่วมพิธีกรรมนี้เลย ... ยังสงสัยว่าผู้ที่ผีฟ้าเข้าฝัน ให้ไปรำถวาย ส่วนใหญ่จะเป็นสาว (เหลือ) น้อยทั้งนั้นเลยค่ะ ...
สุขสันต์วันพ่อนะคะพี่ท่าน ... เรื่องงานไหว้สาแม่เสื้อเมือง ปูก็พลาดชมค่ะ เสียดายจริง
รำผีฟ้ามีอยู่มากในชนบทอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้ เคยมีการศึกษาเพื่อทำ ป.โทมาแล้ว เป็นวัฒนธรรมความเชื่อของคนไทยลาว เท่าที่เข้าใจในแง่จิตวิทยานั้น กายกับใจนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน คนโบราณรำผีฟ้าเพื่อบอกกล่าวผีต่างๆมาปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เมื่อทำแล้วจิตใจก็ดี ส่งผลถึงกายดีขึ้นด้วย
เป็นวิถีชีวิตที่คนที่คาบลูกคาบดอกก็จะว่ากล่าวว่าไร้สาระ งมงาย แต่ในแง่มานุษยวิทยาแล้ว มีคุณค่ามากครับน้องปู
สวัสดีครับ น้องธิดารัตน์
พี่ได้รับข้อมูลแล้วเรื่อง email และเบอร์โทร พี่ลบออกจากบันทึกเพราะป้องกันมิให้คนอื่นๆเอาไปใช้ประโยชน์อื่นๆน่ะครับ แล้วจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันครับ
เมื่อ อ. 29 ธ.ค. 2552 @ 18:36
#1767745 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
สวัสดีค่ะ
อยากทราบว่า ทำไมถึงไม่มีประวัติของเจ้าพ่อข้อมือเหล็กที่หน้าศาลเจ้าพ่อล่ะค่ะ
เผอิญคุณพ่อผ่านไปพบ แล้วเกิดสนใจอยากที่จะศึกษาประวัติของท่าน แต่ไม่มีให้อ่าน จึงได้ค้นหาทางอินเตอร์เน็ตแทน
เลยอยากถามพี่ไพศาลนะค่ะ ช่วยตอบด้วยนะค่ะ
สวัสดีครับ ผมไม่ทราบว่าศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็กที่กล่าวถึงนั้นอยู่ที่ไหนครับ ผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องนี้ เพียงแต่มีประสบการณ์เผชิญเรื่องราวเท่านั้นครับ ผมแนะนำให้ไปที่ห้องสมุด แล้วถามหาหนังสือเรื่อง ผีเจ้านาย ของท่านอาจารย์ฉลาดชาย รมิตานนท์ ครับท่านเขียนเรื่องนี้ไว้ครับ
ขออภัยที่ไม่สามารถตอบรายละเอียดได้ครับ ขออภัยจริงๆครับ




























