ด้วยความที่อยากเป็นคนเก่งเหมือนคนอื่น โดยเฉพาะด้านภาษาและการสื่อสาร รู้สึกสนใจหนังสือที่คุณวนิษา เรซ (ปริญญาโท เกียรตินิยมด้านสมอง จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอ้จฉริยภาพ) เขียนไว้ว่า....บุคคลที่มีอัจฉริยภาพด้านภาษา คือคนที่เป็นนายของภาษา สามารถใช้ภาษาได้อย่างที่ใจต้องการ ไปพูดที่ไหนใครๆ ก็อยากฟัง จะต่อรองกับใครก็ไม่ค่อยเพลี่ยงพล้ำ บางคนเป็นนักพูด นักประชาสัมพันธ์ นักการเมือง นักการทูต บางคนชอบอ่านมากกว่าฟังและพูด เป็นคนที่อ่านหนังสือได้เป็นวันๆ อ่านได้ทุกประเภท บางคนชอบเขียน เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน คารมคมคาย คนกลุ่มนี้เป็นคนที่ฟังเป็น มีทักษะในการรับรู้ข้อมูลผ่านภาษาสูงมาก ช่างสังเกตและเป็นคนที่ไวกับภาษาต่าง ๆ
อัจฉริยภาพด้านการอ่าน
หากอยากเป็นคนที่อ่านเร็ว ต้อง..
ลบความเชื่อเก่าๆ ออกไปก่อน นั่นคือ
- การอ่านเร็วเป็นเรื่องยาก
- เราไม่ควรใช้นิ้วลากตามข้อความที่เราอ่าน
- เราต้องอ่านทุกคำให้ครบ และเริ่มจากต้นจนจบ
- เราต้องอ่านให้ช้าจึงได้ใจความครบถ้วน
เปลี่ยนมาเป็น
- การอ่านเร็วเป็นเรื่องง่าย ทำได้ด้วยการเรื่มฝึกทีละนิด
- เราใช้นิ้วลากตามข้อความ หรือใช้นิ้วชี้ตามข้อความได้..สบายๆ
- เราใช้วิธีมองภาพรวมข้อมูลก่อน และไม่ต้องอ่านครบทุกคำก็ได้
- อ่านเร็วก็ได้ข้อมูลที่จำเป็นเท่ากับการอ่านช้า
เทคนิคกระดาษเปล่า
ทุกครั้งที่เริ่มอ่านหนังสือ หากเป็นการอ่านที่ต้องมีจุดมุ่งหมายเช่น อ่านให้เร็ว อ่านเอาความ อ่านให้จำได้แม่น ควรเอากระดาษเปล่าวางไว้ข้างตัวเสมอ และคอยจดข้อมูลลงด้วยปากกาสีสวยถูกใจ กระดาษเปล่าเป็นตัวบังคับเราให้นอนหลับไม่ได้ เพราะต้องคอยจดตลอด
เทคนิคการมองภาพรวมทั้งหมดก่อน
สมองชอบรู้ภาพรวมก่อนเข้าสู่รายละเอียด เพราะสมองถูกสร้างมาให้ประเมินสภาพแวดล้อมก่อนเพื่อความปลอดภัยของร่างกาย ดังนั้น หากเราต้องการอ่านเร็วและจำแม่น อย่ารีบพุ่งเข้าสู่ข้อมูลรายละเอียด แต่ให้ประเมินสภาพแวดล้อมโดยรวมของสิ่งที่เราจะอ่านก่อน เริ่มจากการพลิกหนังสือเร็วๆ ให้เห็นทีละหน้า หน้าละประมาณหนึ่งวินาที โดยไม่ต้องสนใจเนื้อหา ไม่ต้องอ่าน ทำอย่างนั้นให้หมดเล่มเลย แล้วคราวนี้ค่อยย้อนกลับมาอ่านหัวข้อ เมื่ออ่านหัวข้อจนครบแล้ว ค่อยมาดูว่าเราต้องอ่านลงรายละเอียดในหัวข้อไหนบ้าง ที่สำคัญ ให้อ่านเอาองค์ความคิด อย่างอ่านแค่เอาคำพูด
อัจฉริยภาพด้านการเขียน..
การจดโน๊ตแบบอัจฉริยะ
การจดโน๊ตเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากสำหรับทุกช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียนหรือทำงานแล้ว Mind Maps เป็นสิ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นมาให้เหมาะกับการทำงานของสมอง เพราะมีการแตกข้อมูลจากจุดศูนย์กลาง คล้ายเซลล์สมองคนจริง ๆ มีการใช้ภาพ สีสัน นอกจากการใช้ Mind Maps แล้วควรจดโน๊ตด้วยการแบ่งกระดาษออกเป็น 80/20 คือ80 % ไว้จดข้อมูลที่เราได้ฟัง อีก 20 % ไว้จดสิ่งที่เราได้คิดหรือจินตนาการในระหว่างที่ฟังข้อมูลนั้น ซึ่งถือเป็นการจดโน๊ตเชิงรุก
เทคนิคการเขียนเร็วและได้ข้อมูลดี
1. เตรียมตัวก่อนเขียน ก็คือการระดมสมองห้านาที บนกระดาษเปล่า
2. เขียนครั้งที่หนึ่ง ลองเขียนดูโดยไม่ต้องหวังให้มันสมบูรณ์แบบ
3. นำงานเขียนของเราไปให้คนอื่นอ่านดู
4. ปรับปรุงครั้งที่หนึ่ง หลังจากฟังคำแนะนำของเพื่อน ก็นำกลับมาทำใหม่ให้ดี
5. ตรวจคำผิด แก้ไขไวยกรณ์ที่ผิด แก้ไขรูปประโยค
6. เขียนซ้ำ พอแก้คำผิดแล้วเราก็มาลองดูข้อมูลโดยรวมใหม่ซ้ำอีกรอบ
7. ตรวจขั้นสุดท้าย พอทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ส่งสู่สายตาประชาโลกได้เลย


เมนูของ waleerat1





เมื่อ พ. 08 ส.ค. 2550 @ 00:05
342918 [ลบ]
เมื่อ พ. 08 ส.ค. 2550 @ 09:23
343151 [ลบ]
เป็นหนังสืออ่านเล่นที่เป็นประโยชน์มากค่ะ รู้สึกว่าเมื่อเราอ่านแล้วเป็นประโยชน์ก็อยากให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ไปด้วย..ขอบคุณ คุณสายลมที่แวะเข้ามานะคะ
เมื่อ พ. 08 ส.ค. 2550 @ 13:10
343336 [ลบ]
เมื่อ พ. 08 ส.ค. 2550 @ 22:03
343791 [ลบ]
คิดไม่ถึงว่าพี่ติ๋มจะแวะเข้ามาที่นี่..ดีใจค่ะ หนังสือเล่มนี้เพื่อนหนึ่งให้มาค่ะ อ่านแล้วชอบมากก็เลยอยากลงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจมองข้ามไปไว้ หนึ่งเองก็ฝึกๆ อยู่ค่ะ มีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ ขอคำแนะนำจากพี่ด้วยนะคะ..โดยส่วนตัวรู้สึกปลื้มพี่ติ๋มอยู่ลึกๆ ค่ะ ผู้หญิงอะไรนอกจากความสวยที่ไม่มีทีท่าจะลดลงเลย ยังเก่งอีกตะหาก..แวะเข้ามาอีกนะคะ หนึ่งอยากลงสิ่งดีๆ ไว้แต่โอกาสไม่ค่อยอำนวย (ช่วงนี้งานเยอะค่ะ ดึกๆ หากเขียนบล๊อกแล้วจะติดจนไม่อยากทำงานต่อ เสร็จแล้วก็ง่วงค่ะ เลิกทำงานไปเลยก็มี)
เมื่อ พ. 08 ส.ค. 2550 @ 22:17
343806 [ลบ]
ลงต่อเกี่ยวกับ กิจกรรมส่งเสริมอัจฉริยภาพด้านภาษานะคะ
แนวคิดในการพัฒนา
- พัฒนาทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน
- พัฒนาเชิงลึก เพิ่มระดับภาษา และความสละสลวยในภาษาแม่
- พัฒนาเชิงกว้าง เปิดช่องทางเรียนรู้ภาษาอื่นๆ ภาษาที่ 2,3,4 และเปิดช่องทางเรียนรู้ศัพท์เทคนิคในแวดวงนอกเหนือวิชาชีพของตน
กิจกรรม
การฟังอย่างลึกซึ้ง : เวลาสนทนา ลองฟังจริงๆ ฟังเพื่อจับประเด็นโดยไม่ต้องคำนึงว่าเราจะตอบว่าอะไรดูบ้าง เพราะการที่เรามัวแต่คำนึงว่าเราจะตอบโต้ไปว่าอย่างไร จะทำให้ประสิทธิภาพการฟังไม่เต็มที่เท่าที่ควร
ฝึกหน้าที่ Moderator : ระหว่างการประชุมหรือสัมมนา ลองคิดว่าตัวเองเป็นพิธีกรที่ต้องคอยจับประเด็น สรุป และเชื่อมโยงสิ่งที่ผู้พูดแต่ละคนพูด จะทำให้เราใช้เวลาทำงานในการฝึกฝนทักษะการฟังได้อย่างเต็มที่
อ่านสารบัญหนังสือขายดี : แวะร้านหนังสือบ่อยๆ เพื่อดูหนังสือออกใหม่ อาจสังเกตเล่มยอดนิยม หรือหนังสือขายดีของหลายๆ สำนักพิมพ์ แล้วลองเปิดสารบัญอ่านดู เพราะจะเป็นการปูภาพรวมในแนวคิดของหนังสือเรื่องนั้น ทำให้เราเข้าใจและเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องอ่านทั้งเล่ม และเราจะมีความรู้กว้างขวางในสาขาอื่นๆ สามารถนำแนวคิดมาเชื่อมโยงใช้ในการทำงานได้
ชวนคุย : ระหว่างนั่งรอต่อคิวในสถานที่ต่างๆ หรือนั่งแท็กซี่ ลองเปิดบทสนทนา คุยกับคนข้างๆ หรือคนขับรถดูบ้างเพื่อเรียนรู้วิธีคิด วิถีชีวิต และฝึกการสร้างบทสนทนา
วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่ได้ทำงาน..ขอบคุณคุณวนิษา เรซ ค่ะ
เมื่อ พ. 08 ส.ค. 2550 @ 23:09
343860 [ลบ]
ขอบคุณพี่หนึ่งที่นำสาระสำคัญของหนังสือมาแบ่งปัน มีประโยชน์มาก และจะพยายามนำไปปรับใช้
ขอบคุณพี่หนึ่งมากคะได้ผลอย่างไรจะนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
เมื่อ พฤ. 09 ส.ค. 2550 @ 00:06
343897 [ลบ]
แวะมาเยี่ยมครับ และถือโอกาสสวัสดีด้วยครับ
เมื่อ อ. 21 ส.ค. 2550 @ 12:20
356633 [ลบ]
เมื่อ พ. 12 ก.ย. 2550 @ 09:56
381938 [ลบ]
สวัสดีครับพี่หนึ่ง หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนาน เนื่องจากมีภารกิจต้องไปรับใช้ชาติ ณ แดนไกล กลับมา ก็พยายามติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวงคนเขียน blog ใน มวล. อยากจะบอกว่า ประทับใจมากครับ ผมเองอยากจะขอเป็นอีกคนหนึ่ง ที่จะมายืนยันว่าพี่หนึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน blog แล้วจะเข้ามาติดตามข้อเขียนดี ๆ ในโอกาสต่อไปครับ
อ้อ! เกือบลืมไปว่า ถ้าหากย้อนเวลาได้ ในสมัยที่เป็นนักเรียน ถ้าหากเจอกระทู้นี้ แล้วได้อ่านซ่ะก่อน คงจะทำให้ผมเรียนได้ผลการเรียนดีกว่าที่เป็นอยู่ เป็นแน่....แต่ไม่เป็นไรครับ เก็บเทคนิคนี้เอาไว้สอนลูกก็ไม่น่าจะสายเกินไป...ใช่มั๊ยครับ