คนกลุ่มนี้จะมีความสามารถพิเศษในด้านต่างๆ ที่คนที่มีอัจฉริยภาพด้านอื่นๆ ไม่อาจสู้ได้ เช่น ความสามารถในการรู้อารมณ์ตนเองได้ในฉับพลันทันที ความสามารถในการภาคภูมิใจในตน ความสามารถในการปลอบใจตนเองอย่างได้ผลและทันท่วงที ความสามารถที่จะอยู่ได้ตามลำพังอย่างมีความสุข และการสร้างความมุ่งมั่นในการทำงานให้ตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งผู้อื่นหรือปัจจัยภายนอก
บางคนคิดว่า คนที่มีอัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเองจะเป็นคนชอบเก็บตัว เป็นพวกขวางโลก เข้ากับใครไม่ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามเลยค่ะ คนที่เข้าใจตัวเองได้ดีกลับเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะเสียด้วยซ้ำ เพราะคนเหล่านี้มักมีวุฒิภาวะสูง เมื่อมีความฉลาดทางอารมณ์สูง ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ เพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ จึงทำให้คนเหล่านี้มีโลกส่วนตัวที่มีความสุข แต่เมื่อเปิดตัวไปพบปะผู้คนก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์ที่ทำให้ทุกฝ่ายมีความสุขได้
อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจในตน ดีกับเราอย่างไร
ถ้าจะพูดกันจริงๆ แล้ว ผู้แต่งเชื่อว่าอัจฉริยภาพด้านการเข้าใจในตนสำคัญที่สุดในกระบวนอัจฉริยภาพทั้งหมดที่มนุษย์จะพึงมีได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ได้เห็นคนเก่งมาเยอะ กลุ่มคนเก่งที่เห็นแล้วสงสารที่สุด ก็คือคนเก่งไปหมดทุกเรื่อง แต่ไม่รู้อยู่เรื่องเดียว...คือชีวิตตนเอง
หลายท่านเก่งมากขนาดเป็นหัวหน้า มีลูกน้องมากมาย แต่จัดการอารมณ์ตนเองไม่ได้ ก็เลยพาลเหวี่ยงโยนอารมณ์นั้นไปรอบๆ อย่างกระจัดกระจาย จนลูกน้องสติผวากันหมด จะเห็นได้ว่าอารมณ์ของคนหนึ่งๆ มีผลกับคนอื่นรอบตัวมากมาย ยิ่งถ้าเป็นคนเก่ง ก็ยิ่งต้องมีทักษะ มีเครื่องมือในการจัดการดูแลอารมณ์ตัวเองให้ดียิ่งขึ้นกว่าคนปกติ เพราะโอกาสที่คนเก่งจะประสบความสำเร็จมีสูง เมื่อประสบความสำเร็จมากก็ยิ่งต้องติดต่อ ดูแลลูกน้องหรือลูกค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้อารมณ์ของเราที่เป็นของส่วนตัวแท้ๆ กลับกลายเป็นของส่วนรวมไปได้ และอารมณ์นี้เองที่มันจะมีผลกับคนจำนวนมหาศาล
ว่ากันว่า...อัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเอง หรือ "ตัวตนที่แท้จริง" นี้จะอยู่กับเราข้ามสถานที่และกาลเวลา โดยไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ขึ้นลง หรือเรื่องร้ายดีในชีวิต สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคืออารมณ์ตามสถานการณ์แวดล้อม แต่ความเป็นตัวตนที่แท้จะไม่เปลี่ยนแปลง
ตรวจสอบตัวเอง : คุณมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่
- ชอบทำงานให้เสร็จด้วยฝีมือตนเอง
- มั่นใจในตนเอง
- ยืนยันความคิดตนเอง
- วาดฝันถึงอนาคตของตนเองได้ชัดเจน
- อยู่คนเดียวได้อย่างสบายใจ
- ชอบวางแผนหรือตั้งเป้าหมายชีวิต
- อธิบายวิธีคิดหรือเหตุผลในการตัดสินใจของตัวเองได้ชัดเจน
- กล้าปฏิเสธในเรื่องที่ไม่ชอบ
- รู้ว่าตัวเองถนัดในเรื่องใด ไม่ถนัดในเรื่องใด
- ชอบเขียนเกี่ยวกับความคิด หรือความรู้สึกของตนเอง
- ใส่ใจในการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตนเอง
- เวลาเครียดจะมีเทคนิคที่ทำให้ตนเองผ่อนคลาย สบายใจ
กิจกรรมส่งเสริมอัจฉริยภาพด้านการเข้าใจในตนแนวคิดในการพัฒนา
- รู้เป้าหมายชีวิตของตนเองชัดเจน
- พัฒนาความรู้ความเข้าใจตนเอง ในด้านศักยภาพ ความสามารถที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รู้จุดดี จุดด้อยของตนและสามารถวางแผนในการพัฒนาความสามารถของตนเองได้
- บริหารจัดการเวลาชีวิตของตนเองได้
กิจกรรมทบทวน
ชีวิตในวันนี้
ทำอะไรมามากมายใน 1 วัน ก่อนหลับตานอนแต่ละครั้ง ลองทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำไปแล้ว และลองคิดว่าพรุ่งนี้เราจะมีชีวิตที่สดใสขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไร
Self SWOT Analysis
นำหลักการบริหารธุรกิจมาใช้บริหารชีวิตเราเอง ด้วยการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรคของตัวเราเอง เพื่อที่จะได้พัฒนาศักยภาพและใช้โอกาสของตนได้ถูกจังหวะ
ตั้งเป้าหมายแบบไคเซ็น
เป้าหมายไกลๆ อาจจะทำให้สมองเกิดความเครียด ตื่นกลัวด้วยความรู้สึกว่าไกลเกินเอื้อม ลองมาวางเป้าหมายเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละเล็กละน้อย อาทิ อยากออกกำลังกาย อาจเริ่มต้นจากวันละน้อยที่สุดเท่าที่ระบบชีวิตของเราจะไม่กระทบกระเทือน เช่น เร่งฝีเท้าการเดินให้เร็วขึ้น จอดรถในช่องจอดที่ไกลที่สุด ยกดรัมเบลล์วันละ 3 ครั้ง หรือทำโยคะวันละ 1 ท่า แต่ขอให้เริ่มแล้วสามารถเข้าไปอยู่ในระบบการดำรงชีวิตของเราได้ทันที การทำเช่นนี้ จะทำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ๆ ได้ง่าย เมื่อพฤติกรรมนั้นคงที่ก็เพิ่มปริมาณขึ้นทีละนิดด้วยหลักการเดียวกัน คือ เพิ่มให้น้อยจนชีวิตเราไม่กระทบกระเทือน แต่ค่อยๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง นี่คือหลักคิดของไคเซ็น อันพัฒนามาจากการทำงานของสมอง
การผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ (Total Relaxation)
เป็นกิจกรรมที่ดีต่อร่างกายและจิตใจ ทำได้โดยการหาที่สบายๆ แล้วนอนพัก ในท่าที่สบายที่สุด แล้วหลับตาเบาๆ ค่อยๆ นำใจสัมผัสไปที่อวัยวะส่วนต่างๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผ่อนคลายอวัยวะแต่ละส่วนที่ใจเราสัมผัส หายใจเข้าออก ช้า ลึก ยาวให้สม่ำเสมอ เราจะรับรู้ได้ถึงร่างกายเราว่ามีส่วนใดบ้างที่ตึงเครียดและเราจะค่อยๆ ผ่อนคลาย เพื่อให้ร่างกายของเราสบายขึ้น
เขียนชีวประวัติของตนเอง
ลองเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเอง ตั้งแต่เล็กๆ เขียนบันทึกเป็นชีวประวัติ อาจเลือกเหตุการณ์ที่ประทับใจ ใล่เลียงตามลำดับเวลา เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตจะสะท้อนสิ่งที่เราเป็นในปัจจุบันได้
วันของฉัน
อาจกำหนดวันใดวันหนึ่งในรอบเดือน เพื่อเป็นวันให้รางวัลกับตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำจริงๆ สักที อาทิ ปลูกต้นไม้ ดูวีซีดี หรืออ่านหนังสือที่ซื้อมาเก็บไว้เนิ่นนาน ออกกำลังกาย วางระบบเอกสาร
...ขอให้เป็นสิ่งที่เราคิดแล้วว่าอยากทำ แต่หาเวลาแทรกลงไป
ในชีวิตประจำวันไม่ได้ การกำหนดวันให้ชัดเจนจะได้ช่วยเป็นเครื่องกำหนดให้เราเลิกผลัดวันที่จะทำสิ่งที่เราอยากทำสักที


เมนูของ waleerat1





เมื่อ พ. 19 ก.ย. 2550 @ 21:25
391105 [ลบ]
ขอบคุณพี่วลีคะ