อีดำ

วันนี้ถึงคิวอีดำบ้างละนะ แย้มตัวไว้หลายวันแล้ว………………เมื่อปี ๔๙  ในฤดูน้ำ ( ฤดูของชาวบ้านเขานักวิชาการไม่เกี่ยว ) น้ำท่วมบางลี่มาก  ………………..เช้าวันหนึ่งฉันเปิดบ้านออกมาเดินสูดอากาศยามเช้าต้องแปลกใจกับแขกไม่ได้รับเชิญ ……ต้องเรียกแขกจริง   เพราะมันนอนที่ม้าหินรับรองแขกและมุมพักผ่อนอันแสนสำราญรมย์ของฉัน………….เมื่อแรกเห็นหมา??????   อันดับแรกของฉันเก็บก้อนหินขว้างไล่มันก่อนอื่นเลย เพราะ ๑ ฉันกลัวแพ้น็อคมัน เพราะหมาพวกนี้หมัดหนัก ยิ่งจรจัดด้วยแล้วเป็นฝูง ….๒ฉันไม่ชอบเลี้ยงสัตว์สักชนิดเดียว………กลัวเป็นขี้ข้าเทวดา  ………ลำพังเทวดาในบ้านยังไม่ได้ดูแลเลย…………พล่ามมานาน อีดำต่อนะ   ……เมื่อไล่มัน มันก็ไปแต่พอเรากลับบ้านก็เห็นมันอยู่บนม้าหิน เป็นอันว่ามันจะจองยังงั้นแหละ เราก็ไล่ แต่พอเผลอมันก็นอน  จนวันหนึ่งต้องเจรจาหย่าศึกด้วยการขู่และกำชับว่าถ้าอยากอยู่ต้องอยู่ให้เป็นที่ และอย่าหวังว่าแกจะได้กินอาหารจากบ้านฉันและที่สำคัญต้องลงไปอาบน้ำในบ่ออย่าให้มีกลิ่นเป็น  ต้มข่า  ต้มฟัก   ต้มยำ   เหมือนอีพะโล้ ตลอดจนมันต้องพยายามเก็บหมัดของมันให้มิดชิดถ้าออกมาโชว์เมื่อไรและฉันแพ้น็อค  มันต้องไปจากบ้านนี้ทันที.???????……… เออมันเปลี่ยนที่นอนใหม่เป็นใต้ต้นเฟิร์นหน้าบ้าน ไปอาบน้ำอาบท่าไม่มีกลิ่นหมา  แต่ไปเที่ยวกินบ้านโน้นบ้านนี้  แล้วกลับมานอนที่บ้านฉัน   เป็นอันว่ามันสามารถอยู่ได้โดยสวัสดิภาพ  มันจะเคยไปที่โรงเรียนบ้างหรือเปล่าไม่รู้ เห็นแต่นอนที่หน้าบ้านฉัน ส่วนห้องแถวถัดบ้านครูดวงไปก็มีหมาหนุ่ม ๒ ตัวเป็นเจ้าถิ่น…………อีดำเป็นหมาแปลกมันอยู่มาครึ่งปีหลังจากน้ำลดก็ไม่ไปไหน มันไม่เคยเห่าใคร หรืออะไรให้  ได้ยินสักแอะ  อย่างดีก็เดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วก็กลับ  ถามใคร ๆ ก็ไม่มีใครได้ยิน  ทุกคนลงความเห็นว่ามันน่าจะเป็นใบ้  หรือไม่ก็นางพิกุลทองกลับชาติมาเกิด   และมันก็ไม่เคยดุใครที่เดินผ่านเข้ามาหน้าบ้านฉัน………แต่ทุกคนชอบที่มันไม่เห่าเพราะไม่หนวกหู ( น่าจะหูหนวกนะ )  …………………และแล้วฤดูแห่งการสร้างสายใยรักก็เกิดขึ้น  อยู่ ๆ ไอ้หมาเจ้าถิ่นสองตัวก็เดินมาอวดโฉมที่หน้าบ้านฉันทั้งที่ ๒ ๓ ปี มันไม่เคยข้ามถิ่นมาเดินให้ถูกขว้างด้วยก้อนหินหรอก………..จาก ๒ เป็น ๓  และ  มากมาย  แปลก!!!!เวลากลางคืนพวกมันไม่มา เหมือนหมาที่อื่นๆ ( ที่กลางคืนมักมากัดกันให้เดือดร้อนชาวบ้านไม้ต้องหลับต้องนอน )  อีดำก็นอนอยู่ที่หน้าบ้านฉัน  แต่พอตอนเช้าพาเพียบงานนี้อีพะโล้ก็มาด้วยทั้ง ๆ ที่ยังมีลูกอ่อน  แต่งานนี้ก็ไม่มีการแย่งหรือหวงกันอีก  มันตกลงยังไงกัน  ครูทั้งหลายเป็นงง หรือว่าพวกมันซึมซับกับการอบรมจริยธรรมกันบ่อย ๆ ……………………แล้วฉันก็ต้องกำชับอีดำอีกตามเคยว่า มึงไปทำกันที่อื่นเลยถ้ากัดกันข้าวของหรือต้นไม้เสียหาย มึงไม่ต้องอยู่( ปกติ หมา แมว มันฟัดกัน ต้นไม้ต้นไร่พังหมด นี่เรื่องจริงนะครู ๆ เขาเดือดร้อนกันทั่วเรื่องสัตว์เลี้ยงนี่ แล้วไม่รู้เป็นไงมันก็ขยันมากันจริง )  เหมือนมันจะรับรู้…………..ปกติพักกลางวันฉันไม่ค่อยได้เข้าบ้าน  วันนี้มีกิจธุระของเดือนขับรถเข้าเขตบ้านพักตนเองพอถึงหัวถนนเท่านั้น โอ!!!!! อะไรกันนี่ บ้านของฉัน เป็นที่พักผ่อนของหมาไปแล้วมันนอนกันเกลื่อนโรงรถเลยนับประมาณ ๑๐  ตัว   ………..เท่านั้นแหละ อีดำ!!!!!!มึงจัดการเลยบ้านกูไม่ใช่…..นะว้อย  หนอย ๆ ๆ มากมายซะขนาดนี้เชียว…………   ตกเย็นฉันก็เล่าสู่ครูด้วยกันฟัง ปรากฏว่า ………..” เธอเพิ่งเห็นหรือไงมันมานอนกันหลายวันแล้ว “ !!!!!  เป็นงั้นไป…..แต่แปลกนะงานนี้อีพะโล้มันไม่หวงอีดำและไอ้ตัวอื่น ๆ มันก็ไม่สนใจอีพะโล้และก็ไม่แย่งอีดำกัน………..สรุปพวกมันจบบริหารการจัดการหรือ KM นะ  …………….สามเดือนต่อมาอีดำออกลูก  มา ๘  ตัว  เป็นสีดำเหมือนมันทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ พ่อหมาไม่เห็นมีสีดำเลย………..งานนี้เดือดร้อนต้องตรวจดีเอ็นเอ  …..หรือใครจะทำโครงงานดีล่ะ………………  บ้ายบาย……………………………..