เล่าเรื่องเล่น ๆ
นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
|
นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
โรงเรียนบางลี่วิทยา
อีเมลติดต่อ
|
|
อ่าน: 842
ท่องเที่ยว ได้ภาพถูกใจ
เช้าวันนี้ เวลา ๖ โมงเช้าพี่สาวจากสระบุรีมารับไปเที่ยวอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ สอบถามได้ความว่าจะไปเที่ยววัดป่าสิริวัฒนาวิสุทธิ์

คุณยายซิ่งรถไฟฟ้าไปตลาดเช้า ที่ตลาดร้อยปี
อ. สามชุก จ. สุพรรณบุรี
เราตั้งใจแวะกินข้าวเช้าที่ตลาดร้อยปีสามชุก ขับรถเข้าตลาดเราเห็นคุณยายเราก็อยากได้ภาพแต่คณะของเรายังหาที่จอดรถไม่ได้ กว่าจะได้จอดรถคุณยายก็ไปไหนต่อไหนเสียแล้ว ขากลับขณะที่รถติดในซอยเพื่อรอหลีกกัน หันไปมองข้างหลัง เฮ้ย! คุณยายขับรถมาเร็วๆๆๆๆ ลงไปขอถ่ายรูปหน่อย ถ่ายภาพเสร็จเจ้าเอ้ตากล้องเล่าให้ฟังว่า " คุณยายถามว่าจะถ่ายไปทำไม แต่คุณยายก็กรุณาถอยรถ(ออกจากซอยที่กำลังจะเลี้ยวเข้าบ้าน)และเก็กท่าให้เราได้ภาพสวยๆ "

พุทธสถานเจดีย์พุทธคยาจำลองพร้อมกับลานหยินหยาง ที่วัดป่าสิริวัฒนาวิสุทธิ์ อ. ท่าตะโก จ. นครสวรรค์ เป็นวัดที่สวยงามมาก เมื่อถึงท่าตะโกผู้ท่องเที่ยวต่างสับสนเพราะมีวัดที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งคือวัดเขาพนมฉัตร

น้องฮ่องเต้ เราพบน้องคนนี้ขณะเดินลงเขาเพื่อเดินทางกลับ แรกเห็นน้องก็หายเหนื่อยเลย เราจึงขอถ่ายภาพน้อง ใครเห็นใครทักน้องเลยทำหน้างงงง....เกือบแงแง

เครื่องมือชนิดหนึ่ง........ใครรู้ช่วยบอกด้วยค่ะ เกี่ยวข้องกับการรถไฟไทย

นี่ก็เครื่องมืออีกชนิดหนึ่ง........ของการรถไฟไทย มีภาษาไทยเขียนไว้ด้วย คือ ทางปิด ขบวนรถจะออก ขบวนรถจะถึง

นี่เจ้าเอ้ขอถ่ายภาพกับรถไฟซึ่งเป็นตู้สุดท้ายสำหรับพนักงานรักษารถของขบวนตู้สินค้า ...ลูกไม่เคยเห็นเพราะส่วนใหญ่คุ้นเคยกับตู้โดยสาร ...ที่วัดนี้ตั้งแสดงไว้ ๒ ตู้ พร้อมกับที่นั่งของผู้โดยสารที่ทำด้วยไม้(สมัยเก่า) และเครื่องมือ ๒ เครื่องที่อยู่ภาพบน

ต่อสู้เพื่อชีวิต....มะละกอต้นนี้ขึ้นอยู่กลางซอกหินและโน้มเอียงลำต้นเพื่อหาแสงแดดในการเจริญเติบโต

กลับจากวัดป่าสิริวัฒนา เราก็เลยต้องแถมขอขึ้นไปดูวัดเขาพนมฉัตร .....วัดนี้แรกเห็นต้องคิดว่าเป็นวัดสระโบสถ์ รถหลายคันหลงเข้าไปวัดนี้กันทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่คณะของเรา...สอบถามจึงได้ความว่าทางเข้าต้องไปเข้าเส้นทางเดียวกับวัดดอนคา ไกลพอสมควรเชียวหละ แต่เมื่อได้ขึ้นไปแล้วก็ไม่ผิดหวังมีพระธาตุให้นมัสการด้วย.... วัดนี้ได้เงินส่งเสริมในการสร้างพุทธสถานจากคุณบุญชู โรจนเสถียร ประมาณ ๑๗ ล้านบาท เป็นเงินส่วนตัว เขาเขียนป้ายไว้ว่าอย่างนั้น.....ใครที่เคยไปนมัสการวัดพระธาตุช่อแฮ ที่ จ. แพร่ จะรู้สึกคุ้นๆ กับพุทธสถานแห่งนี้ ... เขายังสร้างไม่เสร็จ ทางขึ้นก็ชันและโค้งหักศอก ที่จอดรถก็ต้องเรียกว่ายังไม่มี เห็นมีจอดอยู่ ๔ คัน รวมทั้งของเราด้วยก็เต็มพื้นที่แล้ว

กลอง....เพิ่งเชื่อนิทานเรื่องที่นางอรพิมหนียักษ์เข้าไปอยู่ในกลองก็คราวนี้แหละ ..ดูหนังกลองน่าจะใช้หนังช้างมั้ง..ใหญ่เหลือเกิน กลองนี้อยู่ทางทิศเหนือของมณฑปที่บรรจุพระธาตุ...ลองตีดูเสียงดังไพเราะดี..ตีเสร็จแล้วจึงเห็นไม้ตีกลอง๕๕๕

ดูขนาดซิ...ใส่คนได้มากกว่า ๑ คนแน่นอน

ดอกงิ้ว ...หนึ่งเดียว....งามท่ามกลางขวากหนาม....และหุบเหว....อยู่ด้านทิศตะวันตก

ขากลับลงมาข้างล่างที่วัดดอนคาก็ได้คำตอบว่าชาวบ้านมาทำอะไรกันมากมาย...เขาบวชนาคกัน นี่คงเป็นนาคคนจนมั้ง...ถ้าคนรวยสมัยก่อนเขานั้งรถยนต์ไปวัดกันนี่นา...เจ้อูฐเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนพี่ๆ เขาเราเช่นลูกป้าคนนั้นคนนี้บวชพร้อมกันสี่คนที่วัดบ้านบน ท่าน้ำอ้อย พี่ๆ เขาก็ขี่ช้างไปวัดกัน...เหอๆ บ้านอยู่ห่างวัดห่างโบสถ์ไม่ถึง ๕๐ เมตรเนี่ยนะต้องขี่ช้างไปวัด....ที่หมูบ้านดอนคา(เขาล้อ)นี่เราขับรถผ่านตอนแรกคิดว่าหมู่บ้านเล็กๆ พอขึ้นไปอยู่บนเขามองลงมาไม่เป็นอย่างที่คิด...เป็นหมู่บ้านใหญ่มีมากกว่า ๕๐๐ หลังคาเรือนและบ้านแต่ละหลังก็ใหญ่โตมีทั้งบ้านแบบโบราณและสมัยใหม่แต่สิ่งที่เขาอนุรักษ์ไว้(คิดเองนะคะ) น่าจะเป็นยุ้งข้าวเพราะเห็นมีแทบทุกบ้าน

กลับจากท่าตะโกเราก็เดินทางกลับตามเส้นทางพยุหะคีรีเพื่อความสะดวกในการเดินทาง...เราก็เลยได้แวะไปที่วัดปากคลองมะขามเฒ่าเพื่อกราบหลวงปู่สุข แล้วเจ้าเอ้ก็ได้ภาพเครื่องมือเสี่ยงทำนายโชคชะตาหรือที่เราเรียกกันว่าเซียมซี ...เขาบอกถูกใจเพราะเล็กดีและสวยงามมาก

แม่เจ้าเอ้ลองหมุนดูว่าหมุนได้จริงไหม...หมุนได้จริงและลื่นมากเรียกว่าหมุนติ้วเลยหละ แสดงว่ามีผู้คนมาเสี่ยงทายกันมาก

เจ้อูฐพี่สาวคนโตของครูพรรณา กับพี่เล็กพี่เขยผู้มีอาชีพขับรถลากไม้จากป่าต่างๆ ทั่วประเทศไทย แถมพม่า มาเลย์ และลาว...ครูพรรณาชอบฟังพี่เล็กเล่าเรื่องราวต่างๆ จากการทำงานของเขา...
ข้อสังเกต การไปเที่ยววัดป่าสิริวัฒนา ควรไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว ผู้ขับขี่ต้องมีความสามารถในการขับรถขึ้นลงเขาอย่างชำนาญถ้าต้องการขับรถขึ้นเขาด้วยตนเอง และไม่ควรไปช่วงเทศกาลเพราะชั้นที่ ๒สำหรับจอดรถไม่มีที่จอดเพียงพอ...ต้องเดินขึ้นเนินไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จุดจอดรถ จากนั้นเราควรขึ้นรถโดยสารที่เขามีบริการขึ้นไปชมชั้นที่ ๓ หลังจากนั้นก็เดินชมพุทธสถานตามชั้นต่างๆ ส่วนขาลงเราก็อาจลงโดยใช้รถโดยสารบริการหรือเดินลงทางลัดได้....ผู้สูงอายุที่ไม่แข็งแรงพอไม่ควรเดินขึ้นชมพุทธสถาน ควรใช้รถที่เขามีไว้บริการจะปลอดภัยกว่า
สร้าง: ส. 03 ม.ค. 2552 @ 20:19
แก้ไข: ส. 03 ม.ค. 2552 @ 20:19
ขนาด: 19069 ไบต์
เมื่อ จ. 12 ม.ค. 2552 @ 17:11
1067515 [ลบ] [แจ้งลบ]
เมื่อ อ. 13 ม.ค. 2552 @ 12:13
1068854 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ
นายวิโรจน์ พูลสุข
* ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวด้วยกันค่ะ
* แต่งกลอนได้เก่งจังเลย
* สุขกายสุขใจนะคะ
รายการนี้ใช่ไหมคะ...ขอมาจากครูอ้อย แซ่เฮ จ้า ชอบคำว่า...จิตอาสา...โกทูโนมีเยอะ
* น้ำพริกสะเดาซูดดดดดดดซ้าดดดดดดดดดด
* ขอบคุณมากค่ะ
เมื่อ อ. 13 ม.ค. 2552 @ 12:17
1068858 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขจิต ฝอยทอง
* ขอบคุณค่ะ สนใจและชอบมาก...ได้แต่แหงนมองฟ้าอยู่นั่นแหละ
* ติดตามมาทุกปี เด็กก็ไม่ว่าง ครูยิ่งหนัก เป็นช่วงสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าใหม่พอดีเลย
* จะสมัครทิ้งไว้ก่อน ก็เกรงใจอาจารย์และคนอื่นๆ อย่างมากค่ะ
* ให้สุขกายสุขใจนะคะ