๘ มีนาคม ๒๕๕๒ เช้านี้พวกเราอำลาเมืองเชียงใหม่ด้วยการนมัสการหลวงพ่อที่วัดอุปคุตและรองท้องด้วยโจ๊กจากร้านมีชื่อที่ต้องออกเสียงดังๆ สนนราคาชามละ ๓๕ บาท กินกันจนอิ่มเงินแล้วก็มุ่งหน้าสู่ปาย ขณะเดินทางพี่ดำรงแนะนำว่าให้กินยาแก้หรือกันเมารถ นายเอ้กินก่อนใคร แม่กับน้าไม่มีใครพิสมัยยาสักพักเมื่อรถเริ่มขึ้นเขาและลัดเลาะไปตามทางที่มากโค้งเราก็เริ่มคุยกันถึงคำกล่าวขวัญถึงปาย....อ๊วกแทบตายกว่าจะถึงปาย ...กูไปปายมาแล้วโว้ย....ถนนทุกสายมุ่งสู่ปาย....ฯลฯ น้องโอ๋เริ่มบ่นว่าเวียนหัวแต่จะบอกยกเลิกการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ได้เพราะจะเสียเหลี่ยมในความอยากของตน พี่ดำรงบอกว่าไม่เป็นไรรถของเราเองอยากอ๊วกเมื่อไรก็อ๊วกได้ พวกเราเลยได้เฮกัน เอาละซิน้องตูจะอ๊วกในรถ ......เฮ้ย! พี่หมายความว่าอยากอ๊วกเมื่อไรก็บอกจะจอดรถให้ลงไปข้างล่างโน่น ปัดเหนี่ยวให้วอนซะแล้วไหมล่ะพวกแกนี่...แป่ว
เราใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง ก็ถึงบ้านโป่งร้อนเขตอำเภอปาย พี่ดำรงก็พาแวะเข้าไปชมโป่งน้ำร้อนพักรถและพักคนแต่ละคนก็เอาขาแช่น้ำแร่กัน เห็นมีชาวต่างชาติหลายคนหลายชาติพากันมานั่งนอนแช่น้ำแร่ที่โป่งร้อน สักครึ่งชั่วโมงพวกเราก็อำลา ก่อนอำลาก็ต้องจับจองอาณาเขตกันซะก่อนตามประสาคนเกิดปีจอ ขณะกำลังจับจองกันอยู่นั้นเสียงเจ้าเอ้ก็แว่วมาว่า แม่ๆ ขอดูห้องน้ำแม่บ้างได้ไหม ????? ของมัน ที่สุดก็อ๋อ

แบบว่ามีมากซะจนเอ้สงสัยน่ะครับ
จากนั้นก็เริ่มมุ่งหน้าเข้าตัวอำเภอปายกันระหว่างทางเห็นมีคนขี่ช้างชมป่า และชาวบ้านมีคอกสำหรับเลี้ยงช้างบางบ้านมีช้างถึง ๕ ตัว (เชือก) สักพักพี่ดำรงก็บอกว่าคอยดูนะระหว่างทางจะมีบ้านต้นไม้มีแห่งเดียวที่ปายนี่แหละเขาสร้างบ้านไว้บนต้นไม้....เออดูพี่แกตื่นเต้นหนูก็เคยเห็นแถวทุ่งนามีเยอะแยะเถียงเขาในใจก็แค่เถียงนาบนต้นไม้???.....เมื่อถึงแล้วก็ชี้ให้ดูพร้อมกับอธิบายว่าเขามีห้องพักให้เช่าด้วยนะ
...คุยกันไปสักพักเออพี่แล้วทำไมเราไม่ลองแวะเข้าไปถามราคาที่พักดูล่ะ...พรืดเอ้าถอยๆๆๆๆๆๆๆๆ รถถอยหลังสัก ๕๐๐ เมตร แล้วก็ไถ่ถามราคารวมทั้งไอ้เจ้าบ้านต้นไม้นี่ด้วย.....ราคาคืนละ ๖๐๐ บาทต่อห้องแถมอาหารเช้าด้วย....เท่านั้นแหละเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเอาบ้านต้นไม้นี่แหละหนูจองห้องบนสุด...แล้วเราก็ขึ้นไปดูห้องนอน

ความพยายามอยู่ที่ไหนความสุขสนุกอยู่ที่นั่น
สนุกกับบ้านต้นไม้กันสักพักก็พากันไปตะลอนแหล่งท่องเที่ยวในตัวอำเภอกัน พยายามมองหาบ้านคุณเอกตามรูปที่เคยเห็น แฮ่ๆ ถ้าพบก็ปาฎิหารซิคะ......ผ่านไปเห็นท้องทุ่งนาเต็มไปด้วยกระต๊อบเล็กๆ ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดพี่ดำรงเล่าว่าพอหน้าหนาวละก็แกเอ๋ยไอ้ที่เห็นโล่งๆ นี่เต็มไปด้วยกระท่อมและเต้นท์นอน แค่ให้เช่าที่กางเต้นท์ก็กระดาษปลิวว่อนแล้ว
....มื้อเที่ยงเราอิ่มอร่อยกันที่ร้านอาหารของหมู่บ้านยูนาน พี่ดำรงว่ามาถึงปายต้องกินขาหมูยูนาน แต่ครูพรรณาไม่ชอบกินอาหารประเภทนี้จึงเลือกเนื้อแพะแดดเดียวทอด...พอเสี่ยวเอ้อวางจานเท่านั้นแหละพวกเราก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแดดเดียวก็เกินพอ...กินแล้วก็อร่อยดีเหมือนกินตอกที่มัดปิ้งไก่ย่างนั่นเชียวสนนราคาก็ ๕๕๕๕ จานละ ๑๕๐ บาทมี ๑๕ มัดพอดีเลย...
เนื้อแพะแดดเดียวมัดด้วยตอก..ขาวๆ น่ะตอกนะคะ
จากนั้นก็ชมร้านค้าและสถานรักษาโรคด้วยพลังลมปราณ....และก็มีเครื่องมือสำหรับตรวจโรคด้วยอ่านๆดูจากฝอย(ใบโฆษณาสินค้า)ที่เขาให้มาเมื่อแช่เท้าลงในอ่างน้ำถ้ามีโรคอะไรก็จะมีฟองน้ำสีต่างๆ ปุดขึ้นมา เช่น โรคมะเร็งต่างๆ ฟองน้ำสีดำ โรคไต ฟองน้ำสีเหลือง...เราสนใจใคร่รู้แต่คณะชาวจีนที่เดินทางไปจากกรุงเทพฯ รีบพูดกันท่าว่าพวกเธอจะรักษาวันนี้ไม่ได้นะเพราะพวกฉันจองคิวไว้หมดแล้ว...แป่ว...เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจแล้วหมอก็จะทำการรักษาด้วยพลังลมปราณและยาต่างๆ ถ้าอยู่หลายวันก็ต้องพักค้างคืนที่บ้านพักซึ่งจัดเตรียมไว้บริการสนนราคาหลังละ ๑,๐๐๐ บาทต่อคืนเองจ้า....แล้วเราก็ไปต่อกันในที่อื่นๆ เช่นวัดน้ำฮู้ สะพานปาย ร้านกาแฟอินเลิฟ ใครไม่อินเลิฟก็ไม่ควรนั่งนะคะ พวกเราเข้าไปใช้บริการกาแฟเย็น ๑ แก้ว น้ำเปล่าหนึ่งขวดหลอดสามค่ะ .....ในที่สุดก็ตัดสินใจกลับที่พักเถอะแบบว่านายเอ้ง่วงแล้วตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๒ ยังนอนไม่เต็มอิ่มสักคืนเลย

กลับถึงที่พัก กำลังเอนหลังแบบจะได้ที่เสียงนายเอ้ก็แว่วมาแม่ๆๆๆ ดูช้างเดินไปแม่น้ำซิ

..ลุกขึ้นชะโงกดู เออ! แม่คิดออกแล้วเดี๋ยวเย็นนี้เราลงเล่นน้ำปายกัน...ตอนนี้ให้ช้างมันเล่นไปก่อน......เนินดินที่เห็นฝั่งตรงข้ามแม่น้ำไปไกลถึงเนินเขาเป็นของรีสร์อทแห่งนี้นัยว่าหลังสงกรานต์จะจัดมหกรรมดนตรีเพื่อเรียกลูกค้าและสร้างจุดขายใหม่เพราะปายมีรายได้เพียงปีละ ๓ เดือน เท่านั้น...ช่วยๆ เขาหน่อย

สนุกสนานกันอย่างเต็มอิ่มที่แม่น้ำปาย ว่ากันยันตะวันตกดินนั่นแหละ
ใครไม่เคยว่ายน้ำถอยหลังก็ไปทดลองได้ที่แม่น้ำปายนะคะ
แล้วก็ได้เวลาอาหารเย็น..อาหารที่นี่(ที่พัก)รสอร่อยมากกว่าในตัวอำเภอและราคาก็แสนถูกอย่างไม่น่าเชื่อ.....รู้งี้เมื่อกลางวันเราเชื่อน้องเขาก็ดีนะ
ถึงเวลาค่ำคืนออกไปเดินถนนคนเดินเห็นแล้วก็เฮ้อ! ร้านรวงส่วนใหญ่มีไว้ต้อนรับหรั่งจ๋ากันทั้งนั้น แผงลอยริมทางเป็นที่พึ่งที่แสนจะอบอุ่นด้วยมิตรไมตรี จะเจรจาอ้าอู้กันด้วยสายตาและกิริยาที่น่าซื้อขาย...ขากลับเหลือบไปเห็นวัดกลางติดไฟที่พระธาตุไว้แวววาว แวะหน่อยเถอะนะนมัสการแล้วออกมาก็สังเกตเห็นกระดาษที่เป็นสัญญลักษณ์แห่งชีวิตปักบูชาพระสอบถามเจ้าพนักงานก็อธิบายว่านอกจากบูชาพระด้วยดอกไม้แล้วก็มักจะขอพรพระให้ช่วยปกปักรักษาชีวิตให้ปลอดภัยมีความสุขก็ถวายกระดาษนี้ด้วย

มืดแล้วกลับที่พักขากลับก็เห็นเปลวไฟแดงๆ บนภูเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองสายจากเมื่อตอนหัวค่ำมีเพียงสายสั้นๆ เท่านั้น นอนหลับไปตื่นขึ้นมาตอนตี ๒ ได้กลิ่นควันไฟโชยมาลุกขึ้นชะโงกหน้าต่างดู อ้าวบนเขาฝั่งโน้นไฟลุกแดงเป็นทางยาวถึง ๓ สันเขาเชียว เออ! ควันไฟนี่กระมังที่ทำให้ปายเป็นเมืองในหมอก....สักพักกลิ่นควันก็จางหายไป...ที่ได้กลิ่นอาจเป็นเพราะลมพัดหวนมาในทิศทางที่พวกเราอยู่กัน...แหงนมองพระจันทร์ลอยเด่นสว่างอยู่กลางฟ้าอากาศค่อนข้างเย็นนอนต่อดีกว่า....เช้าแล้วได้เวลาอาหารเช้าแบบฝรั่งกินกันเสร็จแล้วพวกเราก็ตัดสินใจไปอาบน้ำเช้ากันที่บ่อน้ำแร่บ้านโป่งร้อนกันดีกว่า...๗.๐๐ น. เก็บสัมภาระออกเดินทางทันที

เราสนุกกันประมาณ ๒ ชั่วโมงที่บ่อน้ำแร่บ้านโป่งร้อน .....ขึ้นจากน้ำแล้วก็ชมทัศนียภาพของสถานที่ซึ่งจัดไว้อย่างรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด.............แล้วเราก็อำลาปาย...มุ่งเดินทางสู่ดอยอ่างขาง
ไม้แกะสลัก ศรัทธาต่อศาสนาและอริยสงฆ์
ก้านกล้วยให้ความชุ่มชื้นแก่ดอกไม้.....ภูมิปัญญาชาวบ้าน
สวัสดีครับ คุณครูผมว่าจะไปจะไป ยังไม่ได้ไปสักที อ่านบันทึกนี้แล้วเหมือนไปเองเลย เยี่ยมมาก น่าเปิดบริษัทจัดนำเที่ยวได้แล้ว จะมาติดตามดอยอ่างขางต่อเพราะยังไม่เคยไปเหมือนกัน ขอบพระคุณ โชคดีครับ
มาเที่ยวชม
เห็นสวยงามดีนะครับ
สวัสดีค่ะอ.พรรณา
น่าจะทราบก่อนว่าอาจารย์จะไปปาย... จะได้แนะนำสมุนไพรกันอาเจียนค่ะ ให้พกพริกขี้หนูสด 2-3 เม็ดไว้ในกระเป๋าเสื้อ แค่นี้ก็รอดแล้วค่ะ...ทดลองด้วยตัวเองมาแล้วค่ะ
น่าสนุกมาก ๆ ค่ะ....^_^....
ชอบภาพนี้มากเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะท่านผอ.
ประจักษ์~natadee
* ขอบพระคุณที่ติดตามไปเที่ยวชมทุกสถานที่
* เปิดบริษัทนำเที่ยวน่าสนใจค่ะ..เงินหนาๆ หน่อยเปิดเข้าไปซื้อตั๋วนำเที่ยว...อิอิ
* ขอให้สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ
KRUPOM
* ยินดีอย่างยิ่งค่ะ...ให้ไปฟรีด้วยค่ะ
* งานหายยุ่งหรือยัง ให้ครูพรรณาช่วยไหมคะ
* ฝากดอกไม้มาให้ชมค่ะ
ชอบค่ะ ยังไม่เคยไปเลย อิอิ
แล้วใครเป็นหนุ่มเมืองปายค่ะ
5555+
งง จริง
อิอิ
สวัสดีค่ะอาจารย์
umi * ขอบคุณที่แวะมาค่ะ ปลายเมษาอาจจะได้ล่องใต้ค่ะ...ถ้าสังขารอำนวย
คุณปรีดา
เกษตร(อยู่)จังหวัด * ว้าวๆ อนุญาตให้ใช้แม่น้ำโขงล้างตา ห้ามล้างปากนะคะ
* ขี้ช้างถูกน้ำก็ย่อยหมดแล้วเห็นมีแต่บนฝั่งกองโตๆ น่าเก็บไปทำปุ๋ยกองเดียวพอเลย คิดถึงที่บ้านเดินเก็บขี้วัวใส่ถุงไปใส่ต้นไม้
* ได้มีโอกาสเหยียบคินดี้และคินหี้ด้วยแหละ แหะๆ
.****** สุขกายสุขใจทุกท่านนะคะ*******
สวัสดีค่ะน้อง
กอก้าน>>>ก้านกอ*:)*(แก๊งค์ก้านคอพับ)
* งานนี้ไม่ลองไม่รู้ไม่ดูไม่เห็นค่ะ
* หนุ่มเหน้าให้เฝ้าบ้านค่ะ..เอิ๊กๆ
* สุขกายสุขใจนะคะ
ครูไปเยือนบ้านผมเเล้ว แต่ไม่ได้ต้อนรับเลย :)
แวะมาเที่ยวปายคลายเหงาค่ะพี่ครูพรรณา..รักค่ะขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณเอก
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
* แหม! กะว่าถ้าพบบ้านนะจะแกล้งไก๋ซะหน่อย พระท่านก็ไม่เข้าข้างคนคิดไม่ดีค่ะ...อิอิ
* ดีใจจังทีการท่องเที่ยวครั้งนี้พบแต่มิตรไมรตรีจากผู้ขายบริการตั้งแต่ต้นจนกลับบ้านนั่นแหละค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
พระอาทิตย์ตกดินที่แม่น้ำปาย
ว้าว....ปายเมืองในฝัน...สักวันคงได้ไปเยือนค่ะ.....
ขอบคุณค่ะ...
สวัสดีค่ะคุณ
♥< lovefull >♥
* มันไม่ยอมตกลงมาค่ะ...เกาะกันเป็นกลุ่มเลย..อิอิ
* แมลงมุมค่ะ มีมากมายตามพื้นดินก็มีเวลาเดินต้องคอยระวัง
* เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีพิษค่ะ
* ฝากภาพผักกาดภูเขา(ตั้งเองค่ะ) จากดอยอ่างขางมาให้ชมก่อนค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะศน.
add
* ขอบคุณค่ะ
* ดีใจด้วยที่หายเหงานะคะ
* ฝากภาพดอกเงี้ยว,งิ้ว ที่สดใสมาให้ชมค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะน้อง
•.♥°.•.♥• kittyjump.•.♥.•°♥natadee
* พระเอกเมืองปาย
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ยิ้มแก้มปริแน่เลยค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดี คุณนาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)