ความเห็น: 5
กว่าจะรู้ว่า...รัก
วันนี้เป็นวันเกิดของ "หมู" น้องชายคนเดียวของเรา...ลูกชายคนเดียวของครอบครัว

แม้ว่าเราจะเกิดห่างกันเพียงปีเดียว แต่กลับดูเหมือนว่าเราไม่ค่อยรู้จักกันมากนัก ส่วนหนึ่งอาจมาจากในตอนเด็กๆ พ่อและแม่ต้องทำงานเพื่อสร้างครอบครัว และอาจไม่มีเวลาเลี้ยงดูพวกเราซักเท่าไหร่นัก พวกเราจึงต้องไปอยู่กับปู่ย่าตายาย โดยเราไปอยู่กับปู่และย่า ในขณะที่หมูไปอยู่กับตาและยาย ![]()
จนเมื่อเติบใหญ่ถึงวัยต้องเข้าเรียน พวกเราถึงได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แม้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา แต่ก็มีอะไรหลายๆอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งก็ถูกนำมาหยิบยกเพื่อบลัฟกัน เช่น ในคืนวันหนึ่ง ระหว่างที่หมูกำลังปูที่นอนให้แม่ หมูก็จะบอกว่า "เคยปูที่นอนให้แม่บ้างหรือเปล่า" (ทั้งๆที่เราปูที่นอนให้แม่เกือบทุกวัน แต่วันนี้ถูกชิงไปก่อน) เป็นต้น
ความที่หมูเป็นคนร่าเริง มีอารมณ์ขัน ช่างพูด(ขี้บ่นเป็นบางครั้ง) หมูจึงเป็นที่รักของทุกคน จนบางครั้งเรายังแอบเรียกว่า "เทวดาประจำบ้าน" หรือ "คุณชายประจำบ้าน"
ซึ่งเป็นคำเรียกที่หมูรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอันมาก
อย่างไรก็ตาม มีอย่างหนึ่งที่หมูหลีกเลี่ยงมาตลอด ก็คือ "การไปดูงานต่างประเทศ(ตามแต่บริษัทจะส่งไป)" และแล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง หมูต้องไปดูงานต่างประเทศ แม้จะไปในเวลาสั้นๆ(ประมาณ 1 อาทิตย์) แต่เรายังจำวันที่หมูเตรียมจัดกระเป๋าเดินทางได้ไม่รู้ลืม...ก็แหม! หมูพยายามจะเอาหมอนเน่า(หมอนใบเล็กๆที่ใช้มาตั้งแต่เด็กๆ)ยัดลงในกระเป๋าเดินทาง จนเราต้องบอกว่า ถ้าหากเอาหมอนไปด้วย สงสัยเขาจะไม่ให้เข้าประเทศแน่ๆ เพราะเขากลัวเอาขยะเป็นพิษไปทิ้งในประทศเขา
นอกจากนี้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มักเคียงคู่ไปกับเส้นทางชีวิตของหมู นั่นก็คือ การเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
(ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยจนบางครั้งเราก็แอบคิดไม่ได้ว่า ทำไมถึงไม่เข็ดสักที เพราะถ้าเป็นเรา หากเจออุบัติเหตุอย่างที่หมูเจอ เราคงขยาดกับการขับรถไปนานหรือไม่ก็ไม่ขับรถอีกเลย) หรืออาจกล่าวได้ว่า อุบัติเหตุกับหมูจึงกลายเป็นความคุ้นชิน ในขณะที่เรากลับรู้สึกกังวลทุกครั้งหากได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังในเวลาดึกๆ
จนกระทั่งคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 ซึ่งเป็นวันที่หมูรับปากกับแม่ว่าจะรีบกลับบ้านเพื่อตื่นไปส่งแม่ที่สนามบินในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ในคืนนั้น เรารู้สึกไม่พอใจหมูเล็กน้อยเพราะดึกมากแล้วยังมาไม่ถึงบ้านและไม่มีการติดต่อกลับมา จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืน เสียงโทรศัพท์แผดก้องขึ้นมา
พร้อมๆกับคำพูดว่า
"หมูได้รับอุบัติเหตุ เสียชีวิต"
เหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้า..
เราไม่เคยรู้เลยว่า รักน้องชายคนนี้ขนาดไหนจนวันสุดท้ายที่หมูจากไป

ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยของเทวดาประจำบ้าน...
ไม่มีอีกแล้ว...
ความเห็น
- สวัสดีครับท่านป้าทั้งสองที่รักยิ่ง
- ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งครับ ผมเองก็เคยได้รับความรู้สึกอย่างนี้เช่นกัน กับปู่ของผมเองครับ ปู่ของผมที่รักผมมาก แต่ตอนที่ท่านเสียผมเองกลับทำตัวไม่ดีต่อท่าน กว่าจะมารู้ว่ารักก็เสียท่านไปแล้วครับ ท่านรักผมถึงขนาดที่รอจนกว่าผมจะกลับบ้านและท่านก็ขาดใจไปข้าง ๆ ผม ซึ่งผมเองนั้นไม่รู้เลยว่าท่านขาดใจไปข้าง ๆ มารู้อีกทีก็ตอนเช้าที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบกับปู่ที่จากผมไปเสียแล้ว ถ้าย้อนเวลากลับมาได้คืนนั้นผมคงจะคุยกับปู่และทำอะไรให้ปู่ได้มากกว่านี้ คำพูดสุดท้ายที่คุยกับปู่ยังคงก้องอยู่ในหูผมตลอดมาครับ
- ป้าทั้งสองดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
- รักและคิดถึงเสมอครับ
- 1 ปี ผ่านไปช่างไวจริง ๆ
- จากบันทึกทำให้คิดได้ว่าหากเรารู้สึกดี ๆ กับใครคงต้องรีบบอกเพื่อที่จะได้ไม่สายเกินไปนะ
สวัสดีจ๊ะ...หลานจอห์น
- ทุกวันนี้ moomi เองก็รู้สะท้อนใจทุกครั้งเมื่อเรียกน้องทานข้าวในยามที่เขาไม่อยู่แล้ว
- อย่างไรก็ตาม แม้จากกันแต่หมูก็ยังอยู่ในใจของmoomiเสมอ
- ดูแลสุขภาพเช่นกันนะ...หลานจอห์น
- ป้าทั้งสองคนยังรักและเป็นห่วงอยู่เสมอ

- หนึ่งปีผ่านไปเร็วจริงๆค่ะ และเป็นหนึ่งปีที่ยังคงมีภาพน้องวนเวียนอยู่ในความทรงจำ
- การจากไปของหมู ทำให้ moomi ได้คิดว่า ชีวิตเรานี้น้อยนัก หากเรารู้สึกดีๆกับใครก็ควรบอกให้เขารู้ แม้ว่าอาจจะขัดเขินบ้าง แต่ยังดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลังว่า ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « การ์ตูน emoticons 3
- ใหม่กว่า » ฉันเกือบไม่มี..พ่อ



















