ส่วนมากจะออกเสียงอ่านเป็น -คลี่

วันนี้แวะเยี่ยมบล็อกต่างๆใน gotoknow.org แล้วได้อ่าน Practically KM ของคุณหมอพิเชฐ บัญญัติ ที่ http://gotoknow.org/practicallykm มีสองประเด็นที่อยากพูดถึง อันแรกไม่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษแต่ก็เกี่ยวกับภาษา คือรู้สึกว่ามีหลายๆคน (รวมทั้งตัวเองด้วย) สะกดชื่อคุณหมอคนเก่งของร.พ.บ้านตากผิด ที่ถูกคือสะกดด้วย ฐ ฐานตัวเดียว เช่นเดียวกับอ.หมอพิเชฐของคณะแพทย์เรา ทำให้เกิดความรู้สึกย้ำความคิดที่ว่า ภาษาไทยเรายากกว่าภาษาอังกฤษตั้งเยอะค่ะ เพราะฉะนั้นภาษาอังกฤษฝึกได้ไม่ยากหรอก ขอให้จำอะไรๆที่ถูกต้องเอาไว้ก็ใช้ได้

อีกประเด็นนั้นเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ คือคำพวกที่ลงท้ายด้วย -cally นี้ ฝรั่งเค้าไม่อ่านออกเสียงเป็น -คัล ลี่ อย่างที่เห็น อันนี้เป็นสิ่งที่ตัวเองพบว่า กว่าจะชินออกให้ถูกต้องนี่ก็นานเหมือนกัน เพราะเราไปติดอ่านแบบเต็มๆกันมาตั้งแต่เริ่มเรียน (น่าเจ็บใจที่ไม่มีใครบอกเรา) เพราะฉะนั้นช่วยๆกันสอนว่าเวลาพูด practically ต้องออกเสียงว่า แพรค ติค คลี่ และส่วนใหญ่แล้วก็คือจะเป็นแบบนี้ทั้งนั้น คือออกเสียงผสมกันเป็น -คลี่ เช่น คำว่า theoretically, physically, basically, dramatically, grammatically และอีกมากมาย ขอให้พวกเราสังเกตให้ดีเวลาฟังฝรั่งพูดคำเหล่านี้ เราจะได้จำเสียงที่ถูกต้องได้ค่ะ

ได้ฟังความคิดเห็นจากผู้ที่อ่าน blog ว่าอยากฝึกภาษาอังกฤษแต่ไม่รู้จะไปเริ่มที่ไหนดี ก็เลยขอแถมแบบฝึกหัดเล็กๆให้ฝึกทำวันละหน่อยไว้ด้วยตรงนี้ แล้วค่อยมาเฉลยพรุ่งนี้นะคะ วิธีที่ดีที่สุดที่จะฝึกก็คือ ลองคิดว่าถ้าเราจะพูดอะไรๆเป็นภาษาอังกฤษ เราจะพูดออกมาว่าอย่างไร โดยไม่ต้องเริ่มด้วยการแปลความคิดภาษาไทยเป็นอังกฤษก่อน (พูดง่ายแต่ทำยาก สำหรับหลายๆคนเท่าที่เคยเจอ) ขอให้ลองเรียงประโยคนี้ให้ถูกดูนะคะ

a. anyway                            b. we'll succeed            c. nothing to lose

d. in learning English            e. I don't think              f. but we have  

วิธีตอบคือ หาว่าเราจะเรียงข้อพวกนี้ยังไงให้เป็นประโยคคำพูดที่ได้ใจความ เช่น a b c d e f ก็จะเป็น anyway we'll succeed nothing to lose in learning English I don't think but we have.

รับรองอันนี้ไม่ใช่คำตอบแน่ค่ะ เพราะฟังไม่เป็นอะไรเลย ลองเล่นเรียงสลับไปมาดูนะคะ พรุ่งนี้จะมาเฉลย