คนพลัดถิ่น~ต้นตอ-natachoei(หน้าตาเฉย) - บันทึกของนายธีรัชภัทร บัวคำศรี - ทำอะไรบ้าง...ตอนบวช
สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
บันทึกของนายธีรัชภัทร บัวคำศรี
คนพลัดถิ่น~ต้นตอ-natachoei(หน้าตาเฉย)
P คนพลัดถิ่น~ต้นตอ-natachoei(หน้าตาเฉย)
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 341
ทำอะไรบ้าง...ตอนบวช
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดกับตัวเองเลยนะครับ ตอนบวชเมื่อสองปีที่แล้วครับ รู้ว่าได้อะไรเยอะครับ ดีใจที่ได้เกิดในบวรพุทธศาสนาครับ เรื่องนี้ผมว่าเป็นธรรมชาตินะครับ

พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง  ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของพระไตรปิฎก  ไม่มีข้อความใดเลย  ที่ส่งเสริมให้พุทธบริษัทเกิดอกุศลจิต   แม้แต่เพียงนิดเดียว (ความดูหมิ่น เหยียดหยาม ไม่ควรที่จะมี)

     ถ้าเป็นผู้ที่ได้ศึกษาพระธรรม      ฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดง  อยู่บ่อย ๆเนือง ๆ  ความเข้าใจก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ   มีความเห็นถูกว่าอะไรควร  อะไรไม่ควร   

ชีวิตของผู้ที่เข้าใจพระธรรม  จะงดงาม  ทั้งกาย  วาจา และใจ  ครับ

ชีวิตผมได้เข้ามาผูกพันกับธรรมะตั้งแต่เด็กๆครับ บวชเณรมา 9 ครั้ง อิอิ (คงจะงงครับ ญาติๆเสีย พวกผู้ใหญ่ก็จะจับผมเนี่ยแหละ เป็นคนบวชหน้าไฟ)

ผมชอบเรื่องธรรมะตั้งแต่เด็กแล้ว พ่อแม่ก็เป็นครูอยู่ใกล้ๆโรงเรียนวัดครับ

พอบวชแต่ละครั้ง ไม่เคยอยู่ที่ปราจีนเลยครับ ไปแถวอีสานเสียส่วนใหญ่ เหมือนไปโปรดญาติโยมน่ะครับ

นี่เป็นบางส่วนของการเดินทางในการบวชเณรครับ อิอิ สมไหมครับ กับคำว่าคนพลัดถิ่น ไปอยู่แต่ละที่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ไม่ใช่เค้าไล่นะครับ เอิ๊กๆๆๆ แต่ชีพจรลงเท้าครับ เดินถูดง เอ๊ย ธุดงค์ กับเณรอีสานอีกกลุ่มใหญ่ ได้ฟังภาษาอีสานจนเข้าใจได้บ้างนิหน่อย แต่พูดยังไม่เป็น จนบัดนี้เข้าใจแต่ไม่สามารถถ่ายทอดได้ครับ

ภาพนี้ชื่ออะไรดีนะครับ>>>แตกต่างแต่ไม่แตกแยกแล้วกันนะครับ อิอิ น่ารักไหมครับ(ยโสธรครับ)

เป็นเณรที่ตัวโตกว่าเณรธรรมดาครับ แถมเป็นคนสู้ตายตั้งแต่เล็กๆ

เวลาไปอยู่ต่างถิ่นก็จะมีการเล่านิทานเนี่ยล่ะครับ ที่ทำให้ดึงดูดใจคนอื่นได้

ได้รับเกิบ เอ๊ย เกียรติ รับน้ำปานะคนแรกเสมอ เนื่องจากหิวจัดกว่าเพื่อนเณรด้วยกันครับ (บ้านคุณโยมที่ร้อยเอ็ด)

เดินธุดงค์จากร้อยเอ็ดมาเหนื่อยๆ เปลี่ยนสีผ้าใหม่เลยทำให้เราแตกต่างกันที่ภายนอก ภายในเราก็เป็นเณรอยู่ดีครับ

อิอิ พอถ่ายอย่างนี้ เด้นเด่นนะครับ ธีรัชภัทร คนนี้เนี้ย(ถ่ายหน้าพระธาตุพนม นครพนมครับ)

ไหว้พร้อมกันนะครับ แต่พอเงยหน้าขึ้นมา เหลือแค่สองคนครับ เพราะผมปวดท้องวิ่งจู๊ดห้องน้ำไปแว้วครับ

ซ้อมการเปิดบาตรครับ เพราะยังไม่คล่องเปิดทีไรกองที่หน้าโยมทุกที อิอิ นึกแล้วขำๆ

บิณฑบาต กับ บาตร ใช้ไม่เหมือนกันนะครับ ท่านใดรู้แล้วลืมต้องให้กระจ่างที่นี่ ตรงนี้ครับ

บิณฑบาต ในคำวัดหมายถึงอาหารสำหรับถวายพระซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งใน ๔ สำหรับพระสงฆ์จะถวายโดยใส่บาตรหรือใส่ภาชนะอื่นใดก็เรียกเหมือนกันครับ

บิณฑบาต หมายถึงการที่ภิกษุสามเณรไปรับอาหารที่เขาถวายโดยบาตรก็ได้ครับ เช่นใช้ว่า "พระออกไปบิณฑบาตกันแต่เช้า ยังไม่กลับจากบิณฑบาตเลย"

บิณฑบาต หมายถึงการที่พระสงฆ์ขอร้องมิให้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ครับ เช่นใช้ว่า "อาตมาขอบิณฑบาตเถอะ อย่าได้ถึงกับฆ่าแกงกันเลย"

บิณฑบาต มักเขียนผิดไปว่า บิณฑบาตร โดยอาจเข้าใจว่าเป็นคำเดียวกับบาตร ซึ่งออกเสียงเหมือนกัน

เอาล่ะครับ เข้าใจคำที่ใช้สำหรับ นักบิน(บิณฑบาต)แล้วนะครับ

เมื่อโตมาหน่อย ก็รู้ความแล้วครับ รู้จักการสวดมนต์ บทที่ชอบคือ ชัยมงคลคาถา พาหุงมหากา

มงคลจักรวาลสิบทิศครับ ตอนแรกที่สวดเพราะทำนอง แต่สวดไปสวดมาได้สมาธิจากการท่องจำ ตัวหนังสือเข้ามาในสมองเลยครับ เป็นบทๆ

พอถึงอายุครบบวช 20 ปีบริบูรณ์ ก็บวชตอบแทนบุญคุณบิดามารดา การบวชพระคืออะไร เคยถามตัวเองตอนก่อนบวชครับ พอได้เรียนได้รู้แล้วก็พบกับคำตอบ

1.เป็นการค้นหาอะไร ที่มันดีกว่าอยู่บ้านเรือน
2.ให้เป็นการทดลองอยู่อย่างไม่มีทรัพย์สมบัติ อยู่อย่างต่ำต้อย พระเณรรูปไหนที่จะบวชเพียงเดือนเดียว ก็ขอขอให้ถือเป็นโอกาสทดลองว่า จะมีชีวิตอยู่อย่างต่ำต้อย ไม่ต้องมีสมบัติเลย
3.ทดลองการบังคับตัว บังคับจิต บังคับความรู้สึก บังคับ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ
4.ทดลองสละทรัพย์สมบัติ ของรัก ของพอใจ ทดลองไปทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรทดลอง
5.ประโยชน์ต่อตัวผู้บวช ได้เรียนรู้ธรรมะ ได้ปฏิบัติจริงได้ผลจริงๆ และได้รับสิ่งใหม่ที่ดีที่สุด คือเรื่องของพระธรรม ที่ทำให้บุคคลนั้นพ้นจากความทุกข์
6.ประโยชน์ต่อญาติผู้บวช ญาติพี่น้องทั้งบิดามารดา จะได้ใกล้ชิดพระศาสนามีความปิติยินดีในธรรมและศาสนามากขึ้น เรียกว่า เป็นญาติทางศาสนานั้นเอง ประโยชน์ทั้งหลายต่อสัตว์ทั้งหลาย ที่เวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร และทั้งประโยชน์ต่อพระศาสนาเนื่องจากผู้บวช จะเป็นผู้เผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่บุคคลทั่วไป และยั่งเป็นผู้สืบอายุพระศาสนาไว้ ให้คงอยู่คู่ลูกหลานคนไทยสืบไป

ตอนผมบวชนั้น นาคส่วนใหญ่ต้องอยู่ในวัดจนครบเวลาบวชครับ มีแต่นาคเอ๊ะเนี่ยล่ะครับ ก่อนบวชต้องวิ่งยืมข้าวของที่วัดจัดงานให้ตัวเอง อิอิ สนุกดีเหมือนกันครับ โดนหลวงพี่ใช้เก็บขี้หมาหลายร้อยก้อนมากๆ เพราะวัดที่บวชอยู่เป็นวัดที่ให้การอบรมเด็กๆในจังหวัดชลบุรีครับ งานของผมก้ไม่ได้เชิญแขกพิเศษอะไรมากมาย ส่วนใหญ่มากันแบบบริจาคมากกว่าครับ ได้รับ หมูมา6 ตัว ผักสองคันรถ ข้าว 6 กระสอบ ของทะเล และอะไรอีกเยอะแยะ จัดที่บ้านครับ สบายๆ กลายเป็นว่า แทนที่จะต้องเสียเงินกับได้เงินอย่างเดียวเพราะไม่ได้ใช้เงินในการจัดงานมากมาย มีเพื่อนๆมา ก็ดีใจแล้วครับ

พอถึงวันบวช ช่างเป็นโชคดีหรือไม่ก็ไม่รู้ ปกติจะต้องมีการแห่นาคต้องมีการเล่นดนตรี แต่วันที่ผมบวชนั้น เจ้าของวงดนตรี ลูกชายเสีย อีกวงที่ติดต่อได้ก็รถชนกันอยู่ ก็เลยบวชเดินกันแบบเงียบๆ (ไม่ต้องสงสัยว่าผมจะแตะขอบประตูข้างบนได้ยังไง ก็ผมตัวสูงน่ะครับ ยื่นสุดแขนก็แตะถึงพอดีครับ) 

 ตอนแรกบอกพ่อกับแม่ว่า ขอบวช เเค่เจ็ดวันได้ไหม ท่านบอกว่าได้ เราก็บวชไป เปลี่ยนใจ หนึ่งเดือนแล้วกันนะครับ พ่อแม่ ได้ ท่านบอก จนครบหนึ่งเดือน อิอิ โยมพ่อโยมแม่ขอลองสักพรรษาหนึ่งแล้วกัน บวชทั้งที พ่อแม่ ยิ้มกัน ถึงเวลาจริงๆ สองปีครับ ที่อยู่ในผ้าเหลือง มีนามว่า พระธีรภัทฺโท แปลว่า นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนชื่อเดิมครับ ธีรัชภัทร ได้อะไรบ้างน่ะเหรอครับ นักธรรมตรี โท เอก ได้หมดแล้วครับ ตอนนี้กำลังจะสอบบาลีครับ บทสวดมนต์เยอะๆก็พอได้ครับ ได้ไปเที่ยวในแบบของพระ ไปเที่ยวพม่า ไปลาว ไปเวียดนามครับ ผ่านทางสามเหลี่ยมทองคำ ไปเที่ยวสถานที่ที่คนไม่ค่อยชอบไปกัน ป่าช้าครับ ไปอยู่มา 2 เดือน ได้รู้ว่าภาคอีสานยังเผาแบบใช้กองฟอนกันอยู่ คือเผากันสดๆ ไม่มีโลงครับ แหม ได้รู้อะไรทางธรรมแล้ว คงจะปลงได้แล้วล่ะสิ มีสหธรรมิก ถาม อิอิ ขอตอบตรงๆเลยว่ายังครับ

ไปอยู่ภาคเหนือเป็นที่สุดท้ายก่อนจะสึก ทั้งที่ใจไม่อยากจะสึกครับ พาเอาหลวงพ่อ หลวงพี่ร้องไห้กันไปเลย เพราะผมฝากรักไว้ที่วัดแห่งนี้เยอะครับ แต่ถึงแม้สึกแล้ว ก้ไม่เคยจะละเลยไปแวะเวียนไปเยี่ยมเยียน ทักทาย กราบหลวงพี่และหลวงพ่อเสมอครับ

ห้าว ขนาดไหนคิดดูแล้วกันครับ ตอนนั้นโหมโรงกำลังเข้า อิอิ

ยังไม่พอครับ อิอิ ซ่าส์แต่น่ารักนะครับ วู้ๆๆๆ

ภาพต่อไปนี้จากภาคเหนือครับ เส้นทางการเดินทางไปนั้นแสนลำบากครับ นั่งรถเมล์สีส้มไปด้วย เอ้อเหนื่อยอย่างเเรงครับ แต่ก็คิดว่าคุ้มแล้วครับ ที่ได้ไป

อากาศเย็นๆที่ดอยผาตั้งครับ คิดถึงเด็กแถวนั้นครับ(โดยเฉพาะเด้กคนกลาง มานเรียกผมว่าหลัวพี่อะไลม่ะรู้โตใหญ่ปานหมูกีเดะ เด็กพวกนี้เป็นจีนฮ่อครับ (อยากกระโดดไปลูบหน้าด้วยบาทาสักทีสอที อิอิ))(วัดที่ผมไปอยู่คือวัดเดียวในดอยผาตั้งครับ)

ในชีวิตก็ไม่เคยคิดหรอกครับว่าจะต้องไปบิณฑบาตบ้านสองหลัง

โดยข้ามเขาเป็นสามสี่ลูก โห ไม่เชื่อใช่ไหมครับ เชื่อเถอะครับ ใครเคยไปภูดาวท่านจะรู้เส้นทางเองว่ามันทรมานขนาดไหน ซึ้งเลยครับ

 จิบชาแก้หนาวยามเช้าครับ เพราะความหนาวแต่ละวันทำให้ร่างกายต้องการความอบอุ่นครับ ต้องมีโด๊ปหน่อย อิอิ

เป็นพระนี่ก็ลำบากนะครับ ต้องร่างกายแข็งแรงด้วยมีการออกกำลังกายทุกวัน ทั้งยกน้ำหนักและเล่นเปตอง และก็เล่นเปตอง ยกน้ำหนัก เพื่อให้คลายหนาวครับ

แต่ตอนกลางคืนต้องหลบตัวในห้องครับ ไม่ไหว ลมบนแรงมากๆ หนาวจับขั้วหัวใจเลยครับ รูปขวามือถ่ายในห้องครับ หนาวมือกับเท้ามากๆครับ ตัวไม่เท่าไหร่

ฝากเรื่องไว้ตรงนี้ก่อนนะครับ ไปหารูปที่วัดก่อน อิอิ พระน่ะทำอะไรได้หลายอย่างนะพี่น้อง

ตอนนี้ เพลียครับ ขอตัวครับ สวัสดีครับ ธรรมรักษาครับ

 

สร้าง: พฤ. 30 ต.ค. 2551 @ 00:51   แก้ไข: พฤ. 30 ต.ค. 2551 @ 16:34   ขนาด: 21712 ไบต์
ความคิดเห็น
P
  • สวัสดีครับ คุณยอดฉัตร ไม่เจอกันนานนะครับ
  • P
  • ขอบคุณครับ ที่มาทักทายกัน
  • ดีใจครับ ที่ได้ทำหน้าที่ครบการบวชเรียนแล้ว
  • พ่อแม่สบายใจแล้วครับ
  • ผมก็สบายใจเช่นกันครับ
P
  • สงสัยเมื่อคืนจะเล่นจนดึกสินะครับ น้องปุ้ย
  • P
  • แต่ยังมีกะจิตกะใจ มาแวะทักทาย
  • น่านับถือๆครับ
  • ขอบใจมากๆครับ
  • พักผ่อนเถอะครับ
P

สวัสดีครับ พี่ฟางข้าว

  • P
  • สุขกายสบายใจนะครับ
  • ดอยผาตั้งเป็นอะไรที่ ถ้ามีโอกาสอยากไปอยู่จริงๆครับ
  • สวยมากๆ
  • ผมก็คิดว่าคุ้มนะครับ กับการบวชเป็นพระ
  • ได้ธรรมะ ได้สิ่งดีดีนำไปใช้ในชีวิตฆราวาสได้เยอะครับ
P
  • นมัสการหลวงพี่ครับ
  • P
  • อิอิ
  • หลวงพี่คงจะไม่ถือเรื่องที่ผมเล่านะครับ
  • เพราะเป็นประสบการณ์ตรงกับตัวเองเลย
  • ไม่เกี่ยวกับพระหมู่ใหญ่ครับ
  • กับกริยาไม่ค่อยจะสำรวม
  • แต่พระในสานที่เช่นนั้นต้องเป็นไปตามนั้นจริงๆครับ
  • ต้องออกกำลังกายแก้หนาว
  • จิบชาร้อนๆ ที่เพิ่งเดือด ออกมาไม่ถึง 3 นาทีเย็นชืดโดยอัจโนมัติครับ
  • ขอบพระคุณหลวงพี่มากๆครับ
P

พักโฆษณาก่อนค่ะ ด้วยความปรารถดีจาก ฮ่าฮ่า

ภูตแม่น้ำเขียว วันนี้เริ่มเป็นตอนแรกค่ะ

อ่ะ ๆ อย่าทิ้งขยะ ตาวิเศษเห็นน่ะ

ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง

ช่วยกันดูแลรักษาแม่น้ำด้วยน่ะค่ะ

อิอิ หัวเราะ

P
36. มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
เมื่อ พฤ. 30 ต.ค. 2551 @ 12:30
910245 [ลบ]

  • ปุจฉา ......กิ๋นข้าวตอนแล้วกา..
  • อิ อิๆๆๆ
  • ช่วงนี้ห้ามนินทา
  • เพราะกำลังจะเป็นครู  ใช้   PPT  ที่อดหลับอดนอนทำมาแล้ว
  • เป็นกำลังใจให้ด้วยเน้อ
  • ส่วนของที่น้องเอ๊ะให้   พี่ให้นักวิทยาศาสตร์การกีฬาไปแล้ว
  • เผื่อเอาไปใช้งานอื่น
  • ขอบคุณอีกครั้ง
  • บาย

 

P
  • อิอิ
  • P
  • คุณใยมดเอา ภูตแม่น้ำเขียวมาฝากด้วย
  • ผมไม่ชอบอ่ะ
  • ชอบผี แบบนี้มากกว่า
  • น่ารักดีครับ อิอิ
P
  • วิสัชนาครับ
  • P
  • ยังครับ
  • เน็ตล่มน่าดูเลยครับ
  • อิอิ พี่เขี้ยวคงทานแว้ว
  • อ๊ะๆ ห้ามนินทาด้วยหรือครับ
  • ครับผมไม่นินทาครับ
  • อิอิ
  • คุณครูพยาบาล
P

สวัสดีค่ะ คนพลัดถิ่น

ใยมดมาตามไปดูรูปในบันทึกใยมด เฮ้อ ตามกันเเหนื่อย

P
  • อ่าวคุณใยมดมาตามไปดูรูปอีกแล้ว อิอิ
P
41. มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
เมื่อ พฤ. 30 ต.ค. 2551 @ 20:27
911215 [ลบ]

  • นั่งดูดีๆ  สามเณรองค์ขวามือ
  • กำลังหลับ  เอ๊ย นั่งสมาธิได้ที่เลย
  • อิ อิ  บาปไหมเนี่ย    แซวเณรฺ...
  • ............
  • วันนี้หลาน คนนี้  มารายงานตัวว่ากลับมาแล้วจากไปอยู่วัดมา 3 วัน  3 คืน
  • เลยนึกได้ว่าเคยจะชวนเอ๊ะไปอ่าน แด่คนที่เรารัก  ของน้องเขา  บันทึกไว้นานแล้ว
  • คิดว่าเอ๊ะน่าจะชอบ
  • ลองไปอ่านดู
P

ครับ ขอบคุณครับ พี่เขี้ยว จะตามไปเดี๋ยวนี้ครับ แว๊บๆๆๆๆๆ

P
43. พระปลัด
เมื่อ พฤ. 30 ต.ค. 2551 @ 20:35
911237 [ลบ]

เจริญพร โยมคนพลัดถิ่น

หากว่าโยมยังไม่ลาสิกขา

ป่านนี้คงเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งใดแห่งหนึ่งแล้วล่ะ

 

เจริญพร

P

สวัสดีค่ะน้องคนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)

  • บุญรักษาค่ะ
  • แต่พี่สนใจยี่ราฟน่ะ...มองไม่ทันว่าเวลามันล้มแล้วเกิดอะไรขึ้น
  • ช่วยทำภาพสโลว์ แล้วหยุดให้ดูหน่อย
  • คนละเรื่องเดียวกันเลย...เฮ้อ...กลุ้มใจ คืนนี้นอนไม่หลับแน่เลยเพราะมัวแต่คิดว่ายี่ราฟมันล้มลงไปแล้วเกิดอะไรขี้น....โฮ โฮ
P
  • อิอิ หลวงพี่ครับ
  • P
  • ขอบพระคุณครับ
  • ใจจริงไม่อยากสึกแต่ติดที่ต้องมาสานต่อเจตนารมณ์ทาโลกให้เสร็จสิ้นครับ
P
  • สวัสดีครับ พี่วรางค์ภรณ์ครับ
  • P
  • คือยีราฟที่ผมเอาขึ้นเป็น คติสอนใจว่าล้มแล้วรีบลุกครับ
  • ที่ล้มเพราะหนักช่วงหัวถึงคอครับ
  • จึงล้ม
  • แต่ก็ลุกขึ้นได้ไวนะครับ
  • ไม่มีภาพสโลว์ครับ
  • ขออำภัย
  • ขอบคุณครับ
P
47. มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
เมื่อ พฤ. 30 ต.ค. 2551 @ 22:12
911555 [ลบ]

  • เข้ามาลาเณรเอ๊ะ
  • ขอไปจำวัดก่อนนะ
  • ง่วงจัง........
  • ไม่รู้ไปอะไรมา
  • อิ อิ ๆๆๆๆๆๆๆๆ
  • ไปนอนก่อนนะ
P
  • ฝันดีครับ คุณพี่
  • ธรรมะคุ้มครองครับ
  • พรุ่งนี้ว่ากันใหม่
P
49. ครูเมี้ยว
เมื่อ ศ. 31 ต.ค. 2551 @ 20:43
913326 [ลบ]

  • เพิ่งกระจ่างเดี๋ยวนี้เองว่าทำไมเอ๊ะจึงพูดเกี่ยวกับ ปรัชญา  คำสอน  ธรรมะได้ดีมาก  เพราะเอ๊ะสนใจ และมีประสบการณ์ในการบวชมานี่เอง  พี่ขอชื่นชมมากๆเลย
P
  • สวัสดีครับ พี่เมิ้ยว
  • P
  • ขอบคุณครับ อิอิ แหมชมกันน่าดู
  • ผมเก่งการพูดธรรมะเพราะเกิดจากวัดจริงๆครับ
  • สุขกายนะครับ สบายใจนะครับ
P
51. maleela
เมื่อ อา. 02 พ.ย. 2551 @ 14:13
916797 [ลบ]

สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก ช่วยแนะนำด้วยนะคะ เด็กใหม่มากเลยค่ะ

P

ทางข้างหน้าลางเลือนเหมือนว่างเปล่า
แดดจะเผาผิวผ่อง เธอหมองไหม้
ที่ตรงนั้นมีหุบเหว มีเปลวไฟ
ถ้าอ่อนแอจะฝ่าไป อย่างไรกัน

ดีใจครับที่ได้ทักทาย เด็กใหม่ แนะนำได้ครับ 

P
53. nui
เมื่อ จ. 24 พ.ย. 2551 @ 12:58
962529 [ลบ]

แวะมาทำความรู้จักให้มากขึ้น

ปลื้มใจแทนที่ได้บวชเรียน ว่าแต่ว่า รูปจิบชานั่น ดูเผินๆ เหมือนพระธิเบตนะ

ป.ล. เป็นอะไรกับคุณกรุณา บัวคำศรี (หญิงเก่ง) ของพี่คะ

P
  • สวัสดีครับ พี่นุ้ย
  • P
  • อิอิ
  • พระไทยนี่แหละ
  • เอิ๊กๆๆๆ
  • เป็นน้องครับ
  • พี่หล้า หรือพี่กรุณา บัวคำศรี
  • เป็นพี่สาว ลูกลุงครับ
P
55. ครูนิน
เมื่อ อ. 16 ธ.ค. 2551 @ 20:33
1010206 [ลบ]

สวัสดีค่ะคนพลัดถิ่นเข้ามาทักทายค่ะ  ธรรมะคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของมนุษย์

P
  • ขอบคุณครับ ครูนิน
  • P
  • เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
  • ธรรมะคือสิ่งที่มนุษย์ ไขว่คว้าแต่ไม่เจอครับ แหะๆ
P
57. ครูนิน
เมื่อ พ. 17 ธ.ค. 2551 @ 10:44
1011614 [ลบ]

อาจจะหาเจอนะ  ถ้าทุกคนลองให้โอกาสกับตนเองในการศึกษาและปฏิบัติตามรอยของพระพุทธองค์  สาธุ สาธุ  สาธุ  ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ

  วาทะธรรม

    อย่ามัวหาโอกาส   จงให้โอกาสกับตนเอง            ( ฮิ ฮิ  ฮิ )

P
  • อ้า ถูกต้องครับ อย่ามัวหาโอกาส
  • P
  • ต้องรู้จักให้โอกาส
  • ขอบคุณครับ
ไม่มีรูป
59. someone
เมื่อ พ. 31 ธ.ค. 2551 @ 17:00
1046233 [ลบ]

เป็นญาติกับอาจารย์ธิบดี บัวคำศร๊ ม.เกษตร รึป่าวคะ

ถ้าใช่ก็ช่วยเล่าประวัติคร่าวๆหน่อยได้มั๊ย

อยากรู้จัก...อาจารย์

P
  • พี่โอเล่ของกระผมน่ะหรือครับ
  • แหะๆ
  • เป็นพี่ชาย ลูกของลุง หลานของพ่อกระผมเองครับ
  • สรุปลูกพี่ลูกน้องครับ
  • พี่ธิบดี หรือชื่อเล่น คือ พี่โอเล่ครับ
  • เป็น น้องชายของพี่หล้า กรุณา บัวคำศรี นักข่าว TPBS ครับ
  • พี่ชายคนโตคือ ธารา  บัวคำศรี ผู้ประสานงาน Greenpeace เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ
  • เป็นไงครับ สามพี่น้อง นี่ก็โก้นะครับ
  • พี่เล่ หรือ อ.ธิบดี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน เขมรมากครับ
  • เพราะพี่เค้าชอบไปอยู่เขมรมากกว่าครับ
  • อิอิ ขอแอบเปิดเผยนะครับ พี่เล่
  • คร่าวๆแล้วกันนะครับ
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
สวัสดีครับเพื่อนๆชาว go to know