ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา

ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา

ข้าฯขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์
ผู้กอปรเกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา
แก่ข้าฯในกาลปัจจุบัน
ข้าฯขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์
ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา
ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน
อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ข้าฯและประเทศไทย เทอญฯ

ปัญญาวุฒิกเร เต เต ทินโนวาเทนะมามิหัง

.........................................

หวนนึกถึงวันวานในวัยเยาว์

เรารู้สึกดีมากๆ กับวันไหว้ครู

เป็นโอกาสที่เราจะแสดงความกตเวทิตาคุณต่อครูบาอาจารย์

ผู้เป็นพ่อแม่คนที่สองของเรา

ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เรารู้เท่าทันโลก

..........................................

เฉกเช่นกับ "น้องซอมพอ"

ที่ปีนี้คุณครูได้เลือกให้เป็นคนถือพานในปีนี้

เขารู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก

วันที่คุณครูเรียกเขาไปถามว่า...เคยถือพานหรือยัง

เขารีบตอบคุณครูว่ายังค่ะ

คุณครูถามต่อว่า แล้วอยากถือพานไหม

เขารีบตอบคุณครูว่าอยากค่ะ

เขากลับมาเล่าด้วยความดีใจและตื่นเต้น

ดีใจที่คุณครูเลือกให้เขาเป็นคนถือพานในปีนี้

ผมถามว่ารู้ไหมทำไมคุณครูเลือกเขาให้ถือพาน

เขาตอบไม่รู้ค่ะ

ผมเลยบอกว่า

สงสัยเพราะคุณครูเห็นซอมพอเป็นเด็กดีและมีมารยาทเรียบร้อย

เพราะฉะนั้นเราต้องทำตัวเป็นเด็กดี

เชื่อฟังครู มีสัมมาคาราวะ เจอผู้ใหญ่ต้องยกมือไหว้

เราต้องปฏิบัติตนสมกับที่คุณครูเลือกเรา

เป็นโอกาสในการสอนลูกไปในตัว

แล้ววันไหว้ครูจึงเป็นวันแห่งความสุขอีกวันหนึ่งของน้องซอมพอ

..........................................

วันไหว้ครู

จึงเป็นวันที่คุณครูปิติสุข เด็กก็สุขใจ

คุรุคือผู้รู้ ผู้รู้ที่ยิ่งใหญ่

รู้ตื่น รู้เบิกบาน

..........................................

๕ มิถุนายน ๒๕๕๒