นกเอง มีพ่อ เป็น "ลาวซ้ง" และมีแม่เป็น "ลาวซ้ง" ญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย เป็น "ลาวซ้ง"ทั้งหมด และทุกวันนี้ก็ยังต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี "ลาวซ้ง" อยู่อย่างเคร่งครัด

                 

         ห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลกประมาณ 25 กิโลเมตร มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ในอำเภอวังทอง  ชาวบ้านประกอบอาชีพทำนา  ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อพยพมาจากแถบจังหวัดเพชรบุรี  แม่เล่าว่า พ่อของแม่ดั้นด้นมาบุกป่าแผ้วถางพงที่จังหวัดนี้เพราะมาชอบพอกับสาวที่จังหวัดนี้ (เป็นยายของแม่ของนกในปัจจุบัน)  เสน่ห์ของสาว"ลาวซ้ง"แห่งเมืองสองแควนำพาคุณตาของนกดั้นด้นมาพบรักถึงจังหวัดพิษณุโลก  ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งตระกูล "เพชรนิตย์" เพราะเราเป็น"คนเมืองเพชร"นั่นเอง

          ทุกวันนี้แม่ของนกยังคงยึดมั่นอยู่กับขนบธรรมเนียมประเพณีของ "ลาวซ้ง" อย่างเคร่งครัด นับตั้งแต่พิธีแต่งงาน นกต้องแต่งงานตามแบบธรรมเนียม "ลาวซ้ง" คือการ รับ "เจ้าบ่าว" มาเป็นเขยและเป็นการแต่งลูกสาวเพื่อ"ออกเรือน" เป็นเหมือนหนึ่งว่า "ออกจากการเป็นสมาชิกของบ้าน " หากจะเข้า "กระล้อห้อง" (ห้องผี) จะต้องให้เจ้าบ้านคือ พ่อ หรือแม่ขอก่อนจึงจะเข้าไปยัง "กระล้อห้อง"ได้ 

            ต่อมาเป็น ประเพณีการ"เสนเรือน" เป็นประเพณีที่ลูกหลาน"ลาวซ้ง"ทุกคนต้องทำสืบทอด  เป็นประเพณีใหญ่ที่จะต้องทำประมาณ 3-4 ปี ต่อครั้ง มีการล้มหมู่ใหญ่ 1 ตัวด้วยและในการฆ่าหมูนั้นเมื่อฆ่าแล้วจะต้องให้ "ลูกเขย" หาม "หมู"ขึ้นไปทำที่ "กระล้อห้อง"

             ไทดำมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่นภาษาพูด และภาษาเขียน อาชีพ การแต่งกาย ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมต่างๆ การดำรงชีวิตประจำวันยังคงผูกพันกับประเพณี พิธีกรรมและความ เชื่อดั้งเดิมอยู่เป็นอันมากลักษณะทางสังคมของไทดำยังคงรักษาขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีและพิธีกรรม ไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในความเป็นปึกแผ่นและการดำรงเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ 

             สำหรับในภาพนั้น เป็นการแสดงของลูกหลานของ "ลาวซ้ง" เป็นระบำ แม่มด แต่มีส่วนที่น่าติงนิดหนึ่งก็คือ   เสื้อที่ใส่คลุมนั้น มีสองด้าน ตัดเย็บด้วยมือไม่ใช้จักร  ราคาตัวหนึ่งจึงแพงมาก ใส่ได้สองด้าน ด้านสวยที่เป็นในภาพนี้  ในพิธีการจริง ๆ จะใส่ในงานที่เป็น"อัปมงคล"   ส่วนอีกด้านที่ไม่มีลวดลายจะใส่ในงาน "มงคล"  แต่คงจะอนุโลมเพราะอาจจะเป็นการแสดง

              ประเพณี"ลาวซ้ง" มีหลากหลายมาก  และยังยึดการนับถือ"ผีบรรพบุรุษ"อยู่อย่างเคร่งครัด  ขนบธรรมเนียมประเพณีทุกอย่างยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน   และมีความเชื่อว่า "หากลูกหลานใดไม่ปฏิบัติตามก็จะทำให้ตัวเองไม่สบาย  ป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ

               นกเอง มีพ่อ เป็น "ลาวซ้ง" และมีแม่เป็น "ลาวซ้ง" ญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย เป็น "ลาวซ้ง"ทั้งหมด  และทุกวันนี้ก็ยังต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมประเพณี "ลาวซ้ง" อยู่อย่างเคร่งครัด  

               แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ... ผู้สืบทอด "ผี" จะต้องเป็นลูกชาย"คนแรก"  ซึ่งพี่ชายของนกไม่ใคร่จะอยากสืบทอดมากนัก และเคยบอกว่า หากสิ้นแม่คงจะคว่ำขัน  (หมายถึง ยกเลิกการสืบทอด) ก็คงจะต้องแล้วพี่ว่า จะสืบทอดหรือไม่   ส่วนนกเองไม่สามารถรับ "ผี"ได้เพราะเป็นลูกสาว   หากแต่ยังคง เคารพและเทิดทูนในขนบธรรมเนียมประเพณีของ"เผ่าพันธ์"ของตนอยู่    และถึงแม้ว่า..นกจะแต่งงานกับคนไทยซึ่งไม่มีสายเลือด "ลาวซ้ง"เลย  แต่ก็ยังดีใจที่ว่า สามีของนกเข้าใจและเทิดทูน "พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์"และเข้าร่วมในพิธีกรรมทุกครั้ง

                ......ถึงวันนี้  "ลาวซ้ง"ที่จังหวัดพิษณุโลกจะไม่ได้เจริญเติบโตและมีชื่อเสียงเหมือน "ลาวซ้ง" ที่เขาย้อย เพชรบุรี   แต่พิธีกรรมสำคัญ ๆ ก็ยังคงต้องไปรับ "หมอ" (ผู้ได้รับการสืบทอดให้เป็นผู้ดำเนินพิธีกรรมประเพณี) ที่เพชรบุรี    ...แต่เชื่อเหลือเกินว่า..ลูกหลาน "ลาวซ้ง"ของจังหวัดพิษณุโลก รักเผ่าพันธ์ของตนเอง..ไม่แพ้ที่ จังหวัดเพชรบุรี ....เช่นกัน