สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
หอมละมุน
กลิ่นฟาง
P กลิ่นฟาง
สำนักพิมพ์ Thinkdd. [ www.Thinkdd.com]
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 218
บันทึกวันที่ 7 พศจิกายน

บันทึกวันที่ 7 พศจิกายน

                   กลับมาอยู่บ้านได้อาทิตย์กว่าแล้ว ข้าวของเครื่องใช้เริ่มเข้าที่ ห้องนอนที่ปราศจากเตียงได้เปลี่ยนมาเป็นห้องสมุดขนาดย่อมๆไว้นอนกลิ้งอ่านหนังสือ " นอนพื้นดีกว่าใหม " แม่พูดด้วยความเป็นห่วงลังใส่ของหลายลังที่มาจากเชียงใหม่ คืนวันนั้นเราทั้งหมดจึงตัดสินใจยกเตียงแสนนุ่มที่ยังไม่ทันเก่าให้กับน้องรวงข้าวลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่ไป เตียงหายไป ชั้นหนังสือก็มาแทนพร้อมกับงานหนักที่ต้องทำ ขณะที่ฉันกำลังม่วนอยู่กับกองหนังสืออยู่ก็ได้เหลือบไปเห็นหนังสือเก่าคลาสสิคเล่มหนึ่ง ชื่อว่า " คือนักปราชญ์ พระยาอนุมาราชธน" หน้าปกรองมีประโยคสำคัญใจความว่า " ความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ถ้านึกว่ารู้แล้วหยุดอยู่เพียงแค่นั้น ก็หมายความว่ายังไม่รู้ถ้าจะรู้ก็เป็นเพียงรู้จำมากกว่ารู้จริง ถ้าเมื่อใดนึกว่ายังไม่รู้ก็พยายามเรียนต่อ ให้มีความก้าวหน้าอยู่เสมอ จนเมื่อใดถึงขั้น "รู้ตนเอง" เมื่อนั้นก็ไม่ต้องเรียนอะไรอีก คราวนี้มิใช่แต่รู้จำ รู้จริง เท่านั้นแต่ยังรู้แจ้งอีกด้วย "
ไม่นึกเลยว่าจะได้มาเจอหนังสือดีเก่าแก่ราคา32บาท ที่หาไม่เจออยู่นาน คิดไปคิดมาว่าตนเป็นพวกอนุรักษ์นิยม หรือพวกชอบอนุรัษษ์หนังสือเก่ากระมัง
                   ชั้นหนังสือไม้สีโอ๊ค ถูกแบ่งออกเป็นห้าหมวด ชั้นล่างสุดคือหนังสือเบ็ดเตล็ด ชั้นที่คือหมวดสังคม ชั้นที่สามหมวดจิตใจ/หนังสือเล่มโปรดและหนังสือสำคัญ ชั้นที่สี่ สมุดบันทึก และชั้นบนสุดไว้วางรูปคุรุต่างๆ
หวนกลับมานึกถึงการอ่านหนังสือของตนที่ชอบข้ามไปข้ามมาหรือไม่ก็อ่านแบบไม่จบเรื่อง แสดงให้เห็นถึงความไม่มีสมาธิ บางทีการจดจ่ออยู่กับอะไรบางสิ่งก็อาจทำให้เกิดสมาธิได้
                  กลับมาอยู่พร้อมหน้าหร้อมตากับครอบครัวยิ่งมีความรู้สึกว่าได้ฝึกฝนมากขึ้น ฝึกการฟัง การไม่ตัดสินใคร คำถามเลยผุดขึ้นมาว่าถ้า เราไม่พิพากษาแล้วเราจะรับมือการพิพากษาของคนอี่นอย่างไร คิดเอาเองไปก่อนว่าคงต้องใช้หลักการพื้นฐานเรื่องความเมตตาซะแล้ว เลยนึกไปถึงเนื้อหาหนึ่งในหนังสือคู่มือกระบวนกร ว่าชื่อของท่านทะไลลามะ คือ คุนดุล แปลว่า "เราดำรงอยู่เพื่อเขา" หากคิดได้เช่นนี้แล้วพื้นที่ของความปลอดภัย และการเป็นกระจกให้แก่ผู้อื่นคงจะเกิดขึ้นตามมา
                  ช่วนนี้รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากขึ้น ตั้งแต่ไม่ขังตัวเองอยู่ในกรอบของบางสิ่ง และเรียนรู้ตัวเองมากขึ้น

                  การเดินทางสู่ความเข้าใจคำว่า  "มนุษย์ที่แท้ " ยังคงห่างไกล หากแต่พลังแห่งความอยากรู้อยากเห็นยังคงมีอยู่และเพิ่มขึ้นไป

ปล.ช่วงนี้ใหม่กำลังสนใจเรื่องผ่อนพักตระหนักรู้อยากจะปรึกษาเรื่องการทำบอดี้แสกนด้วย เมลล์ไปหาพี่ผึ้งแล้วไม่รู้ว่าพี่ผึ้งมีเวลาว่างเช๊คเมลล์บ้างรึปล่าว

                                                                                     กลิ่นฟาง

 


                                                                                                                       

สร้าง: พฤ. 08 พ.ย. 2550 @ 13:07   แก้ไข: พฤ. 08 พ.ย. 2550 @ 13:07   ขนาด: 8283 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
ลมโชย....พัดเอากลิ่นจากดิน...มากระทบฟาง.. ได้กลิ่นละมุนอ่อนๆ ช่วงนี้ข้าพเจ้าเองไม่ได้ไปไหน..เพียงแต่นอนอยู่บ้านจินตนาการ ถึงเมื่อเอนหลังลงฟางตอนอยู่บนดอย.... เมื่อคิดถึงช่วงเวลานั้น..นอกจากจะได้พักผ่อนกายใจที่เมื้อยล้า จากความสับสนในเมือง... แถมยังได้เห็นลีลาการเก็บผักพื้นบ้านของชาวปะกากะยออีกด้วย ฟางมีกลิ่นหอม..นิดๆ ไว้เป็นที่พิงหลังทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ตอนพลบค่ำหากจะหาโอกาสที่จะทำอย่างอื่นที่ดีกว่าการดูละครน้ำเน่าหละก็...ข้าพเจ้าเลือกจะไปเอนหลังนับดาวข้างนอกจะดีกว่า..