เมื่อพูดถึงความตระหนักรู้ นั้น ก็คงต้องมาคู่กัน กับความรักความเมตตา และผลซึ่งอาจนำพาไปสู่ "ความสุขเบื้องลึก" หรือ บางคนอาจเรียกว่า "ความสุขที่แท้" สิ่งที่อยู่ภายใน หากฝึกฝนบ่อยครั้งก็จะเปลี่ยนถ่ายเป็น การกระทำ แต่คงขึ้นอยู่กับว่า ข้างใน ใจนั้น เรามีอะไร ความแท้จริงของความสุขนั้นอยู่ตรงไหน ตัวเราเองจะเป็นทั้งนักเรียนและครูที่จะตอบโจทย์เดียวกัน
เมื่อเราพูดถึงความเมตตา สิ่งที่เราจะเรียนรู้ได้อีกคือ "การไม่แบ่งแยก" ไม่แบ่งศาสนา ชาติพันธุ์ สถานะต่างๆ หากแต่จะพูดถึงความจริงที่เหมือนกันคือ "เป็นมนุษย์" เหมือนกัน มีจิตใจ เหมือนๆกัน ควรหรือไม่ ที่เราควรจะมีความเคารพและหวังดีกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆอย่างที่หวังดีกับตนเอง ความจริงคือผู้คนทั้งหมดก็คือครอบครัวเดียวกัน ไม่มีผู้ใดอยากเป็นทุกข์ ยิ่งในปัจจุบันโลของเราเล็กลงเรื่อยๆ เรามีการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยเหมือนคนอีกฟากฟั่งโลกอยู่ใกล้เพียงนิดเดียว ทั้งความหวังดีและความรุนแรง แผ่ไปสู่ความรับรู้ของผู้คนได้อย่างรวดเร็ว การขาดความตระหนักรู้จึงป็นสิ่งสัมพันธ์กันกับปัญหาความรุนแรง การเอาเปรียบ หรือความทุกข์ ที่เราทุกคนเผชิญอยู่
แม้ว่าโดยรวมแล้วเรามีการพัฒนาทางด้านวัฒถุมาก เทคโนโลยีทันสมัยถูกนำมาใช้จนเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต แต่หากลองเทียบกับ การพัฒนาทางด้านจิตใจ นั้นไม่เพียงพอ และ กลับต่ำลง
ลองมองย้อนกลับไปสมัยก่อน เหตุการณ์สูญเสีย ในฮิโรชิม่า เวียดนาม ธิเบต หรือความรุนแรงและคราบน้ำตาในทุกๆที่ อาจทำให้หลายคนตระหนักขึ้นได้ว่าความโกรธ ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรือ ความรุนแรงไม่สามมารถชนะความรุนแรงได้ ถ้ามีใครคนหนึ่งกำลังโมโหอยู่และคุณไปโมโหเขาอีก ผลก็คือยิ่งแย่ หากมีสติระงับความรุนแรงเช่นนั้น แสดงออกถึงความเมตตา ความอดทน นั้นไม่เพียงจะเป็นการทำให้ตนเองอยู่ในความสงบได้เท่านั้น ยังทำให้อีกคนหนึ่งได้รับพลังแห่งความสงบอีกด้วย


เมนูของ studylife





