สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
หอมละมุน
กลิ่นฟาง
P กลิ่นฟาง
สำนักพิมพ์ Thinkdd. [ www.Thinkdd.com]
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 151
Opening the Eye of awareness เปิดดว้างสู่ความตระหนักรู้
" I am human being, and I am here listening to another human being."

เมื่อพูดถึงความตระหนักรู้ นั้น ก็คงต้องมาคู่กัน กับความรักความเมตตา และผลซึ่งอาจนำพาไปสู่ "ความสุขเบื้องลึก" หรือ บางคนอาจเรียกว่า "ความสุขที่แท้" สิ่งที่อยู่ภายใน หากฝึกฝนบ่อยครั้งก็จะเปลี่ยนถ่ายเป็น การกระทำ แต่คงขึ้นอยู่กับว่า ข้างใน ใจนั้น เรามีอะไร ความแท้จริงของความสุขนั้นอยู่ตรงไหน ตัวเราเองจะเป็นทั้งนักเรียนและครูที่จะตอบโจทย์เดียวกัน

เมื่อเราพูดถึงความเมตตา สิ่งที่เราจะเรียนรู้ได้อีกคือ "การไม่แบ่งแยก" ไม่แบ่งศาสนา ชาติพันธุ์ สถานะต่างๆ หากแต่จะพูดถึงความจริงที่เหมือนกันคือ "เป็นมนุษย์" เหมือนกัน มีจิตใจ เหมือนๆกัน ควรหรือไม่ ที่เราควรจะมีความเคารพและหวังดีกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆอย่างที่หวังดีกับตนเอง ความจริงคือผู้คนทั้งหมดก็คือครอบครัวเดียวกัน ไม่มีผู้ใดอยากเป็นทุกข์ ยิ่งในปัจจุบันโลของเราเล็กลงเรื่อยๆ เรามีการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยเหมือนคนอีกฟากฟั่งโลกอยู่ใกล้เพียงนิดเดียว ทั้งความหวังดีและความรุนแรง แผ่ไปสู่ความรับรู้ของผู้คนได้อย่างรวดเร็ว การขาดความตระหนักรู้จึงป็นสิ่งสัมพันธ์กันกับปัญหาความรุนแรง การเอาเปรียบ หรือความทุกข์ ที่เราทุกคนเผชิญอยู่

แม้ว่าโดยรวมแล้วเรามีการพัฒนาทางด้านวัฒถุมาก เทคโนโลยีทันสมัยถูกนำมาใช้จนเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต แต่หากลองเทียบกับ การพัฒนาทางด้านจิตใจ นั้นไม่เพียงพอ และ กลับต่ำลง

ลองมองย้อนกลับไปสมัยก่อน เหตุการณ์สูญเสีย ในฮิโรชิม่า เวียดนาม ธิเบต หรือความรุนแรงและคราบน้ำตาในทุกๆที่  อาจทำให้หลายคนตระหนักขึ้นได้ว่าความโกรธ ความรุนแรงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรือ ความรุนแรงไม่สามมารถชนะความรุนแรงได้ ถ้ามีใครคนหนึ่งกำลังโมโหอยู่และคุณไปโมโหเขาอีก ผลก็คือยิ่งแย่ หากมีสติระงับความรุนแรงเช่นนั้น แสดงออกถึงความเมตตา ความอดทน นั้นไม่เพียงจะเป็นการทำให้ตนเองอยู่ในความสงบได้เท่านั้น ยังทำให้อีกคนหนึ่งได้รับพลังแห่งความสงบอีกด้วย

 

ฟรี! รูปภาพไม่จำกัดที่ slide.com Host

สร้าง: ส. 29 มี.ค. 2551 @ 19:26   แก้ไข: พฤ. 03 เม.ย. 2551 @ 19:11   ขนาด: 5417 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 203.151.232.70
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
บันทึกอื่นๆ
ลมโชย....พัดเอากลิ่นจากดิน...มากระทบฟาง.. ได้กลิ่นละมุนอ่อนๆ ช่วงนี้ข้าพเจ้าเองไม่ได้ไปไหน..เพียงแต่นอนอยู่บ้านจินตนาการ ถึงเมื่อเอนหลังลงฟางตอนอยู่บนดอย.... เมื่อคิดถึงช่วงเวลานั้น..นอกจากจะได้พักผ่อนกายใจที่เมื้อยล้า จากความสับสนในเมือง... แถมยังได้เห็นลีลาการเก็บผักพื้นบ้านของชาวปะกากะยออีกด้วย ฟางมีกลิ่นหอม..นิดๆ ไว้เป็นที่พิงหลังทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ตอนพลบค่ำหากจะหาโอกาสที่จะทำอย่างอื่นที่ดีกว่าการดูละครน้ำเน่าหละก็...ข้าพเจ้าเลือกจะไปเอนหลังนับดาวข้างนอกจะดีกว่า..