สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
หอมละมุน
กลิ่นฟาง
P กลิ่นฟาง
สำนักพิมพ์ Thinkdd. [ www.Thinkdd.com]
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 550
ความสุขมวลรวมประชาชาติ( Gross National Happiness)
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปศึกษาการประชุมความสุขมวลรวมประชาชาติ(ลุ่มแม่น้ำโขง)ด้วยความร่วมมือของ มูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคะประทีป สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา ร่วมมือกับ สถาบันภูฐานศึกษา ( Center of Bhutan studies ) ในวันพฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม 2549 ณ อาคาร ประชาธิปกรำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและได้รวบรวมแนวความคิดไว้

ความสุขมวลรวมประชาชาติ( Gross National Happiness) หรือ GNH


เป็นการวัดระดับความเจริญของผู้คนนอกเหนือไปจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ  ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า การวัดผลผลิตมวลรวมประชาชาติ ( Gross Domestic product )GDP  นั้น ไม่สามารถเป็นตัวชี้วัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ แนวคิด GNH มาจากประเทศ ภูฐาน ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ ที่เข้าใจ ระบบของ GNH ได้อย่างลึกซึ้ง   GNH สามารถนำไปพัฒนา  และเข้าใจ ด้าน จิตวิญญาณ   ความต้องการ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่มีการเชื่อมโยงกัน ซึ่งมีผลต่อความสุข และนำไปสู่การอยู่ดีกินดี  ของคนส่วนรวมนั้นเอง ความแตกต่างของ GDP / GNH คือ GDP จะมุ่งหวังออกไปในรูปแบบของความเจริญทางวัตถุ  ซึ่งมีความไม่ยั่งยืน และอาจส่งผลกระทบต่อปัจจัยต่างๆ นอกเหนือจากปักเจกบุคคล ส่วน GNH จะมุ่งเน้นลึกลงไปใน จิตใจ ความพอเพียง พึงพอใจ ทั้งร่ายกาย จิตวิญญาณ ลดการบั่นถอนระบบนิเวศวิทยา ลดการผลิต  และมุ่งเน้นความสุขมวลรวม

 การพัฒนาที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณของการผลิตหรือการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ การพัฒนาที่แท้จริงคือการที่คนในสังคม มีความสุข การกินดีอยู่ดี (well-being) มีความมั่นคงและความเสมอภาคแบ่งออกเป็น 1.ความพอเพียง enough

           2.ความเมตตาkindneees

           3.การไม่ติดยึดto leave

           4.สมาธิภาวนาconcentrate

           5.ธรรมมาภิบาลmoralls

 

ไทยรั้งอันดับ76ประเทศเป็นสุข
ผลสำรวจดังกล่าววัดจากสุขภาพ  ความมั่งคั่ง  การศึกษา  และความพึงพอใจของประชากรราว 8 หมื่นคนทั่วโลก โดย 7 อันดับแรกนั้นตกเป็นของประเทศตะวันตกทั้งหมด ได้แก่ เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ไอซ์แลนด์  บาฮามาส  ฟินแลนด์  และสวีเดน  ภูฏานประเทศที่โด่งดังจากดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติ(จีเอนเอช) ติดอันดับ 8 ตามมาด้วยบรูไนและแคนาดา ส่วนมาเลเซียติดอันดับ 17 อินโดนีเซียอยู่อันดับ ที่ 64 และฟิลิปปินส์อันดับที่ 78 สหรัฐติดอันดับที่ 150 อังกฤษอันดับที่ 108 และเยอรมันีอันดับที่ 81 ขณะที่ประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุด 3 อันดับสุดท้าย ได้แก่ คองโก ซิมบับเว และบุรุนดีอาเดรียน ไวต์ หัวหน้าคณะผู้จัดการสำรวจ ระบุว่า ประชากรในประเทศที่มีสวัสดิการสุขภาพ มีรายได้ต่อหัวสูง และมีโอกาสทางการศึกษา  จะมีความสุขมากกว่าประเทศอื่นๆ ขณะที่อุปสรรคของชีวิตในเมืองและความกังวลเรื่องอายุมีผลน้อยมากกับระดับความสุขของประชากรการจัดอันดับดังกล่าวต่างจากที่สถาบัน นิวอีโคโนมิก เคยสำรวจก่อนหน้านี้ ซึ่งไทยติดอันดับที่ 32 และประเทศที่มีความสุขที่สุด ในโลกคือ วานูอาตู หมู่เกาะเล็กๆทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก
อ้างอิง....โพสต์ทูเดย์ 29 ก.ค.49
สร้าง: พฤ. 11 ม.ค. 2550 @ 18:57   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:49   ขนาด: 15698 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. nash
เมื่อ อ. 16 ม.ค. 2550 @ 13:38
138732 [ลบ]

อุ๊ย ดีใจจังที่เจอเรื่องนี้  กำลังหา ๆ อยู่พอดีเลย

เซฟทันที  ฮิ ๆ

ขอบพระคุณค่ะ ถ้ามีเอามาฝากอีกนะคะ

ณัชร

ป.ล.  รูปไม่มาค่ะ  ลองรีโหลดแล้ว  อยากเห็นหนอ ๆ ๆ

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก
ลมโชย....พัดเอากลิ่นจากดิน...มากระทบฟาง.. ได้กลิ่นละมุนอ่อนๆ ช่วงนี้ข้าพเจ้าเองไม่ได้ไปไหน..เพียงแต่นอนอยู่บ้านจินตนาการ ถึงเมื่อเอนหลังลงฟางตอนอยู่บนดอย.... เมื่อคิดถึงช่วงเวลานั้น..นอกจากจะได้พักผ่อนกายใจที่เมื้อยล้า จากความสับสนในเมือง... แถมยังได้เห็นลีลาการเก็บผักพื้นบ้านของชาวปะกากะยออีกด้วย ฟางมีกลิ่นหอม..นิดๆ ไว้เป็นที่พิงหลังทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ตอนพลบค่ำหากจะหาโอกาสที่จะทำอย่างอื่นที่ดีกว่าการดูละครน้ำเน่าหละก็...ข้าพเจ้าเลือกจะไปเอนหลังนับดาวข้างนอกจะดีกว่า..