จะว่าไป ความกางหรางที่พอดี ทำให้สังคมอยู่รอดนะ

     คุณขจิต ฝอยทอง หรือพี่แอ๊ด ได้ทิ้งประเด็นไว้ที่ บันทึก สมน้ำหน้า ! ของอาจารย์ Handy ว่าเป็นคนกางหราง จากนั้นก็เกิดการโยนให้ผมได้ตอบว่าหมายถึงอะไร จนนำมาซึ่งบันทึกหวงแหนภาษาถิ่น วันละคำ (หรืออาจจะมากกว่า ตามประเด็นที่เกิดขึ้น) บันทึกนี้จะเป็นบันทึกแรกที่เขียนถึง ดังนี้

     "กางหราง" = คนไม่มีควาญ = ไม่อยู่ในระบบระเบียบอะไรเลย แต่ไม่ใช่นอกกรอกนะ ประมาณว่าหากเห็นเป็นกรอบชอบที่จะฉีก แต่ไม่ค่อยมีเหตุผล (เชิงสังคม) ว่าฉีกทำไม หากจะมีก็แต่เหตุผล (เชิงตนเอง) ที่สำคัญคนที่กางหลางจะหาคนไปพูดให้รู้เรื่องด้วยได้น้อย (ไม่มีควาญ) แม้แต่พ่อแม่ตนเอง

     ยังมีคำที่คล้าย ๆ กันแต่เบากว่าเช่น "พาโล", "จั้งกั้ง", "ผ่าเหล่าผ่ากอ (Mutation)", เปร้อจังหูเหม็ด,...

     ตัวอย่างประโยคที่ใช้พูด เช่น "ไอ้มือนั่น! กางหรางไม่ปันไค แล้วชาดไม่ลงไคเลย เปร้อจริง ๆ ลูกไคที" แปลความเป็นภาษากลางได้ว่า "หนุ่มคนนั้นเป็นคนดื้อมาก ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ในสังคม ไม่ยอมลดราวาศอกให้ใครเลย นิสัยไม่ดีเอาเสียเลย ไม่ทราบเป็นลูกของใคร พ่อแม่ชื่ออะไร" ทำนองนั้นครับ

     คุณ Handy ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไว้ที่บันทึกเดิมนี้ว่า...หากใครบอกว่าตัวเองกางหราง ไม่เป็นไร แต่ถ้าไปเที่ยวประกาศว่าคนอื่นเป็นคนกางหราง คงเป็นเรื่องแน่ จะว่าไป ความกางหรางที่พอดี ทำให้สังคมอยู่รอดนะ

     ใครมีประเด็นจะเพิ่มเติมก็ขอเชิญได้นะครับ วันต่อไปจะเขียนคำว่า “ดม” ซึ่งน้องเดมได้ให้ความหมายไว้ ผมจะนำมาเล่าให้ฟังต่อครับ