กรุงเทพฯ มีอายุ 225 ปี แล้ว เทียบกับอายุ ของประเทศไทย ที่ประมาณ 1000 ปี เทียบกับ อายุของพระพุทธศาสนา 2605 ปี (นับตั้งแต่ทรงตรัสรู้)
ดิฉันเป็นชาวกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เกิดและโตที่นี่มาตลอด ถึงแม้ว่า ขณะนี้ จะมาปลูกบ้านอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เพราะชอบอากาศดีๆ ต้นไม้ใบหญ้าเยอะๆ บรรยากาศเงียบๆ สงบๆเย็นสบาย มีแต่เสียงนกกา เสียงรถไฟวิ่ง ให้ได้ยินอยู่ทั้งวัน แต่ก็ยังต้องเดินทางไปมาระหว่างบ้านกับที่ทำงาน และยังต้องไปเยี่ยมลูกในกรุงเทพฯ อาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 4 วัน จะมีบ้างบางครั้งที่เบื่อรถติด แต่ถ้า มีการวางแผนการเดินทางอย่างดีแล้ว อาจจะมีความไม่ทันใจบ้าง แต่ไม่ถึงกับจะเป็นปัญหา แต่อย่างใด จะเรียกว่า เป็นความเคยชินก็ได้ค่ะ
ดิฉันเคยเดินทางไปต่างประเทศ เห็นเมืองใหญ่ๆมาหลายเมือง ก็ยังบอกได้เต็มปากว่า รักกรุงเทพฯ มากที่สุดค่ะ ใครว่ากรุงเทพฯ ร้อน ดิฉันจะถามว่า แล้วที่ไหนในประเทศไทยไม่ร้อนบ้าง ถ้าจะให้ร้อนน้อยลง เราคงต้องลดการบริโภคต่างๆลง เช่น การใช้การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น แม้กระทั่งการขึ้นรถแท็กซี่ หรือรถมอเตอร์ไซดิ์ เพราะแท็กซี่ส่วนใหญ่เติมแก๊ส NGV หรือ LPG และเป็นการอุดหนุนกันทางเศรษฐกิจด้วย
อีกส่วนหนึ่ง น่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนทราบถึงปัญหาโลกร้อน ที่จะมีผลกระทบกับเราแน่นอนในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้เกิดการบริโภคกันอย่างมีสติขึ้น ที่สำคัญ อยู่ที่ใจคน ใจของคนต้องร่มรื่น มีสติ อารมณ์เย็นกว่านี้ คนจะต้องมีความเมตตากันมากกว่าที่เป็นอยู่
ถ้าใครถามว่าไฮไลท์ของกรุงเทพฯปี 2550 คืออะไรบ้าง ตอบไม่ถูกเลยค่ะ มีมากมายหลายมิติมากๆ ต้องไล่ไปทีละอย่าง พอเป็นตัวอย่างอยู่บ้าง ดังนี้ค่ะ
· วัดพระแก้วน่าตื่นตามากที่สุด ขณะนี้ยังมีการปฎิสังขรณ์อยู่ ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็อลังการมากๆค่ะ เช่น สุวรรณเจดีย์ที่มียักษ์แบกลิง องค์ปรางค์เล็กๆก็ทาสีใหม่ แถมงานจิตรกรรมที่ระเบียงคดก็งดงามมาก ยิ่งไปเห็นสิ่งดีๆที่ต่างแดนมากเท่าใด ยิ่งภูมิใจในคุณค่าของศิลปวํฒนธรรมไทยมากขึ้นเท่านั้น
· เสาชิงช้า ที่มีแผงหินสีดำสลักชื่อเมืองเป็นตัวทอง”กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์.....”· พระที่นั่งต่างๆในพระบรมมหาราชวัง เช่น พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เป็นต้น
· พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งจะมีการจัดแสดงเรื่อง ประวัติศาสตร์ชาติไทย ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย ประณีตศิลป์ และ ชาติพันธุ์วิทยา เป็นต้น· นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจอีกหลายแห่งมาก เที่ยวกันหลายวันกว่าจะชมหมด
ถ้าจะทานของอร่อย ที่กรุงเทพฯมีให้เลือกมาก มีทุกราคา แต่ที่ขึ้นชื่อคือ เยาวราชยามค่ำคืน หรือจะที่ท่าพระจันทร์ จะมีร้านอาหารเก่าๆมาก เช่น ร้านมิ่งหลี แม้คนขายจะหน้างอสักหน่อย ก็พออภัยให้ได้ เพราะอาหารเขาอร่อยจริงๆค่ะ ไม่ว่าชาติไหน มากรุงเทพแล้ว ต้องติดใจเรื่องอาหาร ทุกราย ไม่มีที่ใดในโลกเหมือน สุดยอดจริงๆค่ะปีนี้ ได้ข่าวว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะสังกัด กทม. ได้ประกาศจุดยืนเป็นหนึ่งเดียวมุ่งมั่น “ทำด้วยใจ...ให้กรุงเทพฯ” เดินหน้ายุทธศาสตร์ 6 มิติ เมืองสะดวกปลอดภัย มหานครสิ่งแวดล้อม มหานครแห่งการเรียนรู้ มหานครเปี่ยมเสน่ห์ เมืองสุขภาพดี ผู้คนมีความสุข และเมืองแห่งความพอเพียง ปักธงชัยก้าวต่อไปสู่กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ ในปี 2554 ซึ่งดิฉันก็ได้เห็นการเริ่มต้นที่ดี ดังกล่าวไปบ้างแล้ว เช่น การปรับปรุงสวนสาธารณะหลายแห่งให้สวยงามและปลอดภัยขึ้นและกำลัง เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยสวนสาธารณะอีก 9 แห่งด้วยกัน ตามเกาะกลางถนน ก็มีการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างหนาตา ดูสดชื่นขึ้นมาก
สำหรับดิฉันแล้ว ดิฉันรักกรุงเทพฯ แต่ก็รักตัวเองด้วยโดยการหามุมที่หลบจากความวุ่นวายในเมือง ให้ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยห่างจากใจกลางเมืองแค่ 60 ก.ม. ไม่อยากไปอยู่ไหนไกลๆ เพราะ ความพลุกพล่าน ความหลากหลาย และความมีชีวิตชีวา เป็นเสน่ห์ของกรุงเทพฯที่ดิฉันติดใจค่ะ
ถ้าท่านใดมีมุมมองและความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะรักหรือชังกรุงเทพฯ ช่วยกรุณามาช่วยกันเติมบันทึกนี้ให้เต็มขึ้นด้วยนะคะ





เมนูของ sasinanda






เมื่อ จ. 29 ต.ค. 2550 @ 20:25
439697 [ลบ]
ดิฉันอ่าน บทความใน Condé Nast Traveler เมื่อ 29-10-2007 แนะนำการท่องเที่ยวเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบว่า กรุงเทพฯยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมค่ะ
เราลองตามตัวอย่างของการท่องเที่ยวสั้นๆที่กรุงเทพฯ ว่าเขาจะไปไหนบ้าง วันแรกเที่ยวในกรุงเทพฯ มีการกล่าวถึงเยาวราช Chinatown,และพระพุทธรูปทองคำที่วัดไตรมิตร “วัดสามจีน" พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร ว่าควรไปชมอย่างยิ่ง
พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์สมัยสุโขทัย อันเป็นมรดกแห่งอารยธรรมที่ตกทอดเป็นประจักษ์พยานถึงความเจริญรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมของสยามประเทศ
ต่อด้วยพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ-พระนคร สวนลุมไนท์บาซาร์วันที่สองไปตลาดน้ำ และล่องเรือชมวิววันที่สามไปเชียงใหม่ และต่อไปหลวงพระบาง
ความมีน้ำใจและยิ้มสยามของเรายังติดอยู่ในใจคนต่างชาติมิรู้ลืมค่ะ
เมื่อ อ. 30 ต.ค. 2550 @ 15:27
440527 [ลบ]
อ้างถึง ข่าวเมื่อ 11 ต.ค. 2550 ว่า....
นิตยสารกองเดนาสต์ แทรเวเลอร์ ประกาศผลรางวัล รีดเดอร์ ชอยส์ ครั้งที่ 20 สำรวจความเห็นนักท่องเที่ยว 28000 รายโดยให้ผู้แสดงความเห็น ระบุ ชื่อ เมือง โรงแรม สายการบิน เรือสำราญ และรีสอร์ทที่ดีที่สุด ในแต่ละภูมิภาค
ปรากฎว่า กรุงเทพฯติดอันดับ เมืองในเอเซียที่น่าเที่ยวที่สุด และภูเก็ต เป็นเกาะที่น่าเที่ยวที่สุด อันดับ 3 ของเอเซีย
ฮ่องกงได้อันดับ 2 และเชียงใหม่ ได้อันดับ 3
ส่วนเมืองที่น่าเที่ยวมากที่สุดในโลก คือ นคร ซิดนี่ย
Condé Nast Traveler is an American magazine published by Condé Nast Publications, started in 1987, specializing in luxury travel, reviewing high priced hotels, products and services. The magazine also aims a proportion of it's space to business travellers.
เป็นเรื่องที่น่ายินดีค่ะ
เรื่องการท่องเที่ยวทางน้ำ ก็เป็นลักษณะการท่องเที่ยวอีกแบบหนึ่ง ที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศมากเหมือนกัน
ซึ่งการเดินทางโดยทางเรือนั้น นักท่องเที่ยวมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบถึงลักษณะของเรือประเภทต่างๆ เพื่อความสะดวกและการกำหนดระยะเวลาในการเดินทาง เส้นทางของเรือโดยสารที่แล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาคือนนทบุรี-กรุงเทพฯ โดยเริ่มจากท่าน้ำนนท์ฯ และหมดระยะที่ท่าเรือสะพานตากสิน (สาธร)
เรือธรรมดา (ไม่มีธง) จะจอดทุกท่าเรือที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือได้รับสัมปทาน ราคาเริ่มต้นที่ 8 บาท
เรือเร็ว (ธงส้ม) ไม่ต่างจากเรือธรรมดามากนัก แต่จะจอดสลับเว้นบางท่า เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทาง อัตราค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย
เรือด่วนพิเศษ (ธงเหลือง) จะจอดรับผู้โดยสารเฉพาะท่าใหญ่ที่มีคนหนาแน่น ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าเรือสองประเภทที่กล่าวมา หลังจากให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว
เรือนี้จะกลายเป็นเรือนำเที่ยวและจะมีมัคคุเทศน์ของบริษัทเป็นผู้ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อัตราค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย
เรือติดธงฟ้า เป็นบริการใหม่ที่เพิ่งเปิดขึ้น และมีความเร็วสูงสุด เพราะจอดรับส่งผู้โดยสารเพียง 3 ท่าเท่านั้นคือ ท่าน้ำนนท์ฯ ท่าน้ำศิริราช และท่าเรือสะพานตากสิน อัตราค่าโดยสารจะอยู่ระหว่าง 25-35 บาท ในชั่วโมงเร่งด่วน บ่อยครั้งที่อาจจะต้องพบกับสภาพการจราจรตัดขัด มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
เมื่อ อ. 30 ต.ค. 2550 @ 19:58
440817 [ลบ]
ตลาดน้ำดำเนินสะดวก
คลองดำเนินสะดวก
เมื่อ อา. 04 พ.ย. 2550 @ 23:57
446534 [ลบ]
โลหะปราสาท หนึ่งเดียวในโลก
โลหะปราสาท เป็นโบราณสถานล้ำค่าของชาติไทย ได้รับการยกย่องว่าเป็นโลหะปราสาทแห่งที่ ๓ ของโลก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียว แห่งแรกอยู่ที่ประเทศอินเดีย แห่งที่ ๒ อยู่ที่ประเทศศรีลังกา ทั้งสองแห่งได้ถูกทำลายพังสูญสิ้นไปแล้ว เหลือสมบูรณ์อยู่ ณ วัดราชนัดดารามวรวิหารเท่านั้นเมื่อ ศ. 16 พ.ย. 2550 @ 19:34
459504 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
มาเยี่ยมชมวัดพระแก้วและแหล่งท่องเที่ยว...อื่นๆที่น่าเที่ยวในกรุงเทพฯ
วันหลังจะได้ไปชมเสาชิงช้าค่ะ
เมื่อ ศ. 16 พ.ย. 2550 @ 20:30
459548 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่แวะเข้ามานะคะ ข้อมูลจากวิกิพีเดียค่ะ.....
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด
การบูรณะครั้งใหญ่ทั้งพระอาราม มีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี ใน พ.ศ. 2425
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามในโอกาสที่มีพระราชพิธีฉลองพระนครครบ 150 ปี
ในรัชกาลปัจจุบันโปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามอีกครั้งใน พ.ศ. 2525 เมื่อมีการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นองค์ประธานในการบูรณะ
วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของบ้านเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ
ในช่วงที่กรุงเทพฯมีอายุครบ 225 ปี ก็น่าจะ มีการปฎิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก ทำให้ผู้คนที่ไปชม ต่างอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า วิจิตรอลังการมากค่ะ
ภาพนี้ เป็นรูปปั้นกินรี ที่อยู่ตามระเบียงค่ะ
เมื่อ พ. 21 พ.ย. 2550 @ 11:46
464921 [ลบ]
เมื่อ พ. 21 พ.ย. 2550 @ 12:01
464948 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณอารักษ์
ได้ไปค้นรายละเอียดมาให้แล้วดังนี้ค่ะ
กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้
อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร
บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน
ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร
โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์”
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์”
และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515
เมื่อ พ. 26 มี.ค. 2551 @ 00:41
586658 [ลบ]
มีบันทึกที่ลิงค์ไปที่.... http://gotoknow.org/blog/random/172816
และ...http://gotoknow.org/blog/littlecorner/172880
เมื่อ ส. 29 มี.ค. 2551 @ 12:34
590535 [ลบ]
เปิดตัวโครงการ Bangkok Slideshow
เมื่อ ส. 29 มี.ค. 2551 @ 21:51
591130 [ลบ]
สวัสดีครับ
เที่ยวกรุงเทพฯ น่าจะเป็นช่วงเวลาโล่งๆ ตอนสายๆ หรือดึกๆ ไม่ก็เช้าวันหยุด หรือช่วงปิดเทอม
นั่งรถเมล์ก็ได้ ขับรถไปก็ได้
เคยพาเพื่อนชาวต่างประเทศ ไปแวะที้โน่นที่นี่
ไม่ได้ไปไหนไกลมาก แต่ก็มีที่ให้แวะชมมาก
ถ้าเชิงประวัติศาสตร์ยิ่งสนุก เดินไปดีกว่า เล่าเรื่องได้มากมาย
เรื่องจากนวนิยายหลายเรื่องใช้ฉากของกรุงเทพฯ
แต่ว่า เวลาผ่านไปแค่ครึ่งปี หรือหนึ่งปี สถานที่ต่างๆ แปลกตาไปมาก โดยเฉพาะถนน สะพาน ตึกสูงต่างๆ นานๆ เข้ามาทีมีสิทธิ์หลงได้ง่ายๆ
สมัยที่ทำงานใหม่ๆ นั่งรถเมล์ไปติดต่องาน ช่วงสายๆ ดูสองข้างทางเพลินไป
นั่งรถเมล์ไม่ค่อยหลง แต่ขับรถแล้วหลงบ่อยจัง ;)
ช่วงนี้อากาศร้อน รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
เมื่อ อา. 30 มี.ค. 2551 @ 01:01
591255 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณ ธ.วั ช ชั ย
เมื่อเร็วๆนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้มี โครงการ “เสน่ห์กรุงเทพ” เพื่อเป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวใหม่ของกทม. โดยชูจุดขายเสน่ห์ 5 ด้าน ได้แก่
เสน่ห์วัฒนธรรม เสน่ห์ปลายจวัก เสน่ห์การจับจ่าย เสน่ห์งามยามราตรี และ เสน่ห์แม่น้ำแห่งแผ่นดิน โดยมีเป้าหมาย
จะผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในโลกภายใน 3-5 ปีข้างข้างหน้า
จากปัจจุบันที่ผลสำรวจการ
จัดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวของนิตยสาร Travel & Leisure ในปี 2549 ได้โหวตให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าท่องเที่ยว
อันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย
Top 10 Cities Overall
เมื่อ พ. 02 เม.ย. 2551 @ 04:51
594688 [ลบ]
สวัสดีค่ะ..ท่านอาจารย์ศศินันท์
เมื่อ พ. 02 เม.ย. 2551 @ 05:14
594695 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณพี่"Sasinanda"ที่เคารพรักยิ่ง
เมื่อ พ. 02 เม.ย. 2551 @ 16:29
595357 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณพี่Sasinandaที่เคารพรักยิ่ง
เมื่อ ส. 05 เม.ย. 2551 @ 00:32
598538 [ลบ]
สวัสดีค่ะอาจารย์..วัชราภรณ์ วัตรสุข
จริงๆตอบอาจารย์ไปแล้วค่ะ แต่ เอ ทำไมโพสไม่ขึ้น ขอโทษนะคะ ช่วงนี้กลับบ้านดึกทุกวันเลยค่ะ คิดถึงอาจารย์นะคะ หมู่นี้ ร้อนมากๆ และฝนตกด้วย อาจารย์ก็ต้องรักษาสุขภาพค่ะ
ก่อนอื่น ขอให้เรียกพี่ ก็แล้วกันนะคะ เขินค่ะ ปากหวานจังนะคะ
อาจารย์คะ เคยนั่งเรือหางยาวเที่ยวไปตามคลองไหมคะ
คลองแสนแสบ ยังเป็นคลองที่สำคัญในการสัญจรไปมาอยู่นะคะ
คลองแสนแสบเป็นคลองที่ขุดขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ซึ่งนับได้กว่าหนึ่งร้อยหกสิบปีมาแล้ว ด้วยพระราชประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งอาวุธยุทธภัณฑ์ กำลังรบ และเสบียงอาหารไปยังประเทศญวน ในราชการสงครามไทย-ญวน ซึ่งใช้เวลารบนานถึง ๑๔ ปี และมีชื่อเรียกว่า "สงครามอันนัมสยามยุทธ"
ว่ากันว่าชื่อคลองที่เรียกว่า "แสนแสบ" นั้นเพราะยุงชุม โดยมีหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของนักสำรวจชาวอังกฤษ ชื่อนาย ดี.โอ.คิง ความว่า " ... คลองนี้ยาวถึง ๕๕ ไมล์ เชื่อมนครกรุงเทพฯ กับแม่น้ำบางปะกง บริเวณที่ราบชนบท ... คนพื้นเมืองเป็นคนเชื้อสายมาเลย์ .... ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มือข้างหนึ่งจะต้องใช้ปัดยุงเสมอ ..." จากหนังสือ : ชื่อบ้านนามเมือง โดย ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
พี่เคยนั่งค่ะสนุกดีค่ะ มีโอกาสลองดูสิคะ แปลกๆดีค่ะ
เมื่อ ส. 05 เม.ย. 2551 @ 01:12
598566 [ลบ]
สวัสดีค่ะอาจารย์ หมูอ้วน ...
อาจารย์เคยไปปากคลองตลาดไหมคะ พี่ไปบ่อยแต่ก่อนนี้ เพราะมึคนกลางส่งของอยู่ที่นั่น ที่ต้องติดต่อกับเขาประจำ และเคยไปทั้งกลางวัน กลางคืน ยิ่งหลังเที่ยงคืนของชาว "ปากคลองตลาด" กลับพลุกพล่านและดูคึกคักขึ้นทุกทีค่ะ
วิถีชีวิตของชุมชนในตลาดเก่าแก่แห่งนี้เป็นเสน่ห์ที่ตกทอดมานานหลายสิบปี และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ชีวิตผู้คนมาแล้วหลายรุ่น
เร็วๆนี้พี่ก็ไป เห็นว่า...ปัจจุบันแม้ตลาดปากคลองตลาดซบเซาลงบ้าง เนื่องจากมีตลาดส่งพืชผักผลไม้ใหญ่ๆ เกิดขึ้นในเขตปริมณฑลหลายแห่ง เช่น ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท แต่พ่อค้าแม่ค้าปากคลองตลาดส่วนใหญ่ยังคงยืนยันที่ไม่ย้ายไปไหน และหลายแผงค้าเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นปู่สู่รุ่นหลานเลยค่ะขอเล่าเรื่องปากคลองตลาดสักหน่อยนะคะ....
ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่นิยมตั้งชุมชน ริมน้ำเหมือนๆ กับสากลโลกด้วยเหตุผลของการเป็นแหล่ง อาหารและแหล่งสัญจรที่สำคัญ
ที่ริมน้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักของภาคกลางที่หล่อเลี้ยงชีวิตเรามานานกว่า 3 ศตวรรษนี้ ตั้งอยู่ระหว่างราชธานีเดิม อย่างกรุงธนบุรีและราชธานีปัจจุบันอย่างกรุงเทพ มหานคร
ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยานั้น นอกจากชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่าง ชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ ที่ฝั่งบางกอกไม่น้อย
โดยเฉพาะชาวจีน ที่สยามเราทำการค้าสำเภามาตั้งแต่สมัย สุโขทัยนั้น ก็มีบทบาทที่สำคัญที่ช่วยกัน สร้างชุมชนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น
ที่บริเวณถนนจักรเพชร ยาวไปจนถึงถนนมหาราชในปัจจุบัน เป็นตลาดสดขนาดใหญ่ที่ตั้งโอบล้อมวัดราชบูรณะ โรงเรียนราชินีและโรงเรียน สวนกุหลาบ เป็นแหล่งใหญ่ของเกษตรกร ชาวประมงที่จะมาขาย ต่อผู้ค้าคนกลางที่จะส่งไปขายเป็นสินค้าปลีก ย่อยอีกทอดหนึ่งนั้น
ประกอบไป ด้วยตลาดใหญ่ถึง 5 แห่งตั้งติดๆ กันเลยทีเดียว ตลาดนี้เราเรียกกันว่า "ปาก คลองตลาด"
ปากคลองตลาด ตลาดขนาดใหญ่ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งขายส่งผัก ผลไม้สด รวมทั้งดอกไม้สดนั้น แต่ก่อนเป็นตลาดค้าปลาขนาดใหญ่ที่ส่งตรง มาจากแม่น้ำท่าจีน (สมุทรสาคร) แล้วของที่ส่งผ่านมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา มายัง "ปากคลองตลาด" นี้
แต่ทำไมเรียกว่า "คลอง" ทำไมไม่ เรียกว่า "ปากแม่น้ำตลาด" นั้น
มีบันทึกกล่าวไว้ว่า ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก ทรงโปรดฯ ให้ขุดคลองหลายสายมาตั้งแต่เริ่มสถาปนากรุงเทพกัน เลยทีเดียว
และมีคลองเล็กสายหนึ่งที่รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดฯ ให้ขุดที่ข้างวัด บูรณศิริอมาตยารามขึ้น ซึ่งคลองเล็กนี้เองที่ก่อให้เกิดชุมชนริมน้ำขนาดใหญ่ ที่สมัยก่อนเรียกว่า "คลองตลาด"
อีกทั้งในย่านที่ไม่ไกลกันนี้ ก็มีคลองขุดที่ฝั่ง บางกอกมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2315 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสิน เรียกว่า "คลองใน" ซึ่งคลองทั้ง 2 แห่งนี้ ก็กลายมาเป็นตลาดสดแหล่งเดียวกัน
ยังคงเน้นการค้าปลาเป็นหลักมาจน ถึงแผ่นดินของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่โปรดฯ จะเรียกตลาดนี้ว่า "ตะพานปลา" มา เพียงช่วงระยะหนึ่ง
ก็มีการเปลี่ยนจากตลาดค้าปลาไปยังตำบลวัวลำพอง หัวลำโพง