สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Good Living
Sasinand
อ่าน: 4233
ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุไปเสียแล้ว ในปี 2549 มีผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปถึง 10.64%
แต่ในความเป็นจริง เพื่อความไม่ประมาท คนสูงอายุต้องกลับมาทบทวน แนวคิดเก่าๆตามประเพณีวัฒนธรรมของเรา ว่า ถ้าจะให้ลูกหลานเลี้ยงเมื่อแก่ตัวลง ต่อไปอาจจะไม่ได้อย่างหวัง บางที เกษียณแล้ว ก็ยังหยุดทำงานไม่ได้อย่างที่คิดไว้ค่ะ

                   ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุไปเสียแล้ว  ในปี 2549  มีผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปถึง 10.64% หรือประมาณ 6.5 ล้านคน  และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 13.4% . ในปี 2568 คิดเป็น ประชากร 10 ล้านคน และพร้อมๆกันนี้  จากการวิเคราะห์ทางการตลาด  ประชากรกลุ่มนี้   บางส่วนก็จะมี พฤติกรรม และความต้องการ   ที่เปลี่ยนไปด้วย

 

                   เมื่อถึงวันที่ 30 กันยายน ของทุกปี หลายๆหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนบางแห่ง   จะมีการจัดงาน อำลาอาลัย  ผู้ใหญ่ที่ถึงกำหนดต้องเกษียณอายุไป   โอกาสนี้ ผู้สูงอายุก็จะได้พักผ่อนหลังจากตรากตรำทำงานมาจนถึงอายุ 60 ปี     และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงได้มาทำหน้าที่แทน

 

                  สำหรับผู้สูงอายุจำนวนมาก  ที่ต้องเกษียณอายุไปในปีนี้  มีความรู้สึกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข  อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในด้านการใช้ชีวิตปกติหรือการทำงานเลย   โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์สูงและมีความสามารถหลายด้าน    ยังสามารถที่จะทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้อีกมากมาย

 

                  ผลการศึกษาวิจัยกลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปของ บริษัทโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ประเทศไทย  บริษัททางด้านการตลาด  ที่วิจัยครอบคลุมเกี่ยวกับทัศนคติ  วิถีชีวิต  ความคาดหวัง และพฤติกรรมการซื้อสินค้า  (ข้อมูลจากการเผยแพร่ของบริษัทโอกิลวี่ช่วงต้นปี 2550) โดยเก็บข้อมูลแบบ face to face กับกลุ่มคนอายุ 50-65 มีรายได้70,0000-200,0000 บาท/ เดือนซึ่งมีประมาณ ร้อยละ 10 ของประชากรในวัย 50 ปี ทั้งหมด

 

                ดร.อัญชลี พิชญางกูร ผู้อำนววยการฝ่ายวิจัย ของบริษัทดังกล่าว กล่าวว่า......ประเทศต่างๆทั่วโลกกำลังจะก้าวเป็นสังคมผู้สูงอายุ  เช่น ในประเทศอังกฤษ ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด  อายุ50 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น    สำหรับในประเทศไทย มีคนกลุ่มนี้ 14 ล้านคน หรือคือ 20% ของประชากรทั้งประเทศ และกำลังจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ        และคนเหล่านี้  บางส่วน  มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง   แทนที่จะมีชีวิตอยู่นิ่งๆ   ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆด้วยความประหยัด   แต่ปรากฏว่า  พวกเขายังมีความสุขกับชีวิตดี      กระตือรือร้นในการจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่  ชอบการท่องเที่ยว และชอบใช้เทคโนโลยี่ใหม่ๆพร้อมๆกับจะดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น   หวังว่า อยากจะมีอายุยืนกว่า 80 ปี    ดังนั้น สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงมีศักยภาพสูงในด้านการตลาด

                   ผลสรุปการวิจัยที่น่าสนใจ::

·       ส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีกับการมีอายุมากขึ้น

·       80% เห็นว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข และ 61% เห็นว่า ชีวิตเริ่มต้นที่อายุ 50 ปี   แถมส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเอง มีอายุน้อยกว่าอายุจริง 10-15 ปีและยังอยากอายุยืนมากกว่า 80 ปีขึ้นไป

·       สิ่งที่อยากทำหลังเกษียณ คือ ต้องการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น  อยากไปเที่ยวในที่ๆยังไม่เคยไป   และ 70% อยากอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น    มีเพียง 22% ที่อยากทำงานประจำต่อไป

·       สิ่งที่กังวลคือ การเจ็บป่วย   การช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  ต้องพึ่งลูกหลาน   ความไม่มั่นคงทางการเงิน และความเหงา   แต่มีแค่ 12%ที่กังวลเกี่ยวกับความตาย

·       ส่วนใหญ่คนอายุ 50 ปี  มักจะมีการวางแผนชีวิตมาแล้วอย่างดี   ประมาณ 40%อยากเกษียณก่อนอายุ 60ปี   มีแค่ 30% อยากเกษียณตอนอายุ 60 และ มักเป็นเจ้าของธุรกิจเอง

·       ส่วนใหญ่ออมเงินโดยฝากธนาคาร  90%      ซื้อประกันชีวิต 58%

·       การลงทุนมักซื้ออสังหาริมทรัพย์  49.5%  ซื้อทอง 29%  ซื้อหุ้น 16%  และไม่ลงทุนเลย 30%

·       กิจกรรมยามว่าง...พบว่า ผู้ชายดูทีวีและออกกำลังมากกว่า  แต่ผู้หญิง ไปวัด   ทานอาหารนอกบ้าน   เสริมสวยและช้อปปิ้งมากว่า

·       อายุขัยเฉลี่ย ชาย 68 หญิง 75 เฉลี่ย 71   ต่ำกว่าที่ยุโรป  ซึ่งเฉลี่ย 80 ปี

·       คนกลุ่มนี้มักวางแผนอนาคตให้ลูกหลานในด้านการศึกษา บ้านที่ดิน และเงินฝาก และ 60% คาดหวังว่าลูกๆจะดูแลตอนแก่

·       ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน 691,547 คน   ที่จนและถูกทอดทิ้งอีก 27,413 คน  ขณะที่สถานสงเคราะห์ผู้สูงวัย มี 20 แห่ง รองรับผู้ชราได้ 2,285 คน.....(ตั้งมา52ปี)

(ข้อมูลนี้จากการประกวดบ้านน่าอยู่ ผู้สูงวัย-สานสองวัย  16 มี.ค.2550 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างงาน  สมาร์ทแอนด์แฮปปี้  50+)

          สำหรับดิฉันเอง มีข้อสังเกตว่า คนวัย 50-60ปี สนใจการเมืองยิ่งขึ้น   ส่วนหนึ่งเคยเป็นเด็กสมัย 14  ตุลา 2516    และ เกิดจากการรวมกลุ่มกับคนใกล้ชิดสนิทสนม   บางกลุ่มมีทรัพยากรพอที่จะนำมาใช้ในการนี้ด้วย  ไม่นานนี้ เราก็ได้เห็นแล้ว ว่าคนอายุ 60ปี ไปชุมนุมประท้วงกัน เพราะมีความไม่ชอบในตัวคนๆเดียวกัน

         อันนี้ เป็นมิติใหม่ของผู้อาวุโสไทยเลยค่ะ

          เมื่อผลการศึกษาวิจัยออกมาอย่างนี้แล้ว(จริงๆมีมากกว่านี้ แต่ดิฉันสรุปมาให้ย่อๆ)    เทรนด์ธุรกิจยอดนิยม น่าจะเป็นดังตัวอย่างต่อไปนี้....

·       ธุรกิจที่ให้บริการความสะดวกสบายต่างๆถึงบ้าน  เช่น  การทำความสะอาดบ้าน  อาหารส่งถึงบ้าน  งานสวน  ผู้ช่วยพยาบาล มาช่วยดูแลเล็กๆน้อยๆ  หรืออยู่เป็นเพื่อน   เพราะผู้สูงอายุไม่น้อย  มีโรคประจำตัว  แต่เป็นโรคที่ควบคุมได้   เป็นต้น

·       เครดิตการ์ดต่าง ๆ  สำหรับคนอายุ 50 ขึ้น เช่นบัตร เคทีซี-ซีเนียร์ วีซ่าของธนาคารกรุงไทย

·       ค่าเข้าชมหรือค่าธรรมนียม  ลดพิเศษ    เช่น ที่พิพิทธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นต้น หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

·       อุปกรณ์สื่อสาร เช่นโทรศัพท์มือถือ  ที่ญี่ปุ่น  ลูกค้ากลุ่มใหญ่ คือวัยรุ่น กับผู้สูงอายุ

·       ธุรกิจประกันสุขภาพ   โดยกระตุ้นให้ลูกกตัญญูมาทำให้  ซึ่งธุรกิจนี้ไปได้   เพราะคงจะมีลูกกตัญญูในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย 

  •        ธุรกิจออมเงินระยะยาวควบกับประกันสุขภาพ ซึ่งเสมือนเป็นการวางแผนมรดกอย่างหนึ่งให้ลูกหลาน  ไม่เสียภาษีและไม่ต้องมีการฟ้องร้องแย่งชิงมรดกแต่อย่างใด  เนื่องจากระบุชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ชัดเจน

 

 ที่กล่าว มาทั้งหมด  เป็นแค่ภาพรวมทั่วๆไปจากการศึกษาวิจัย  สำหรับแนวโน้มใหม่ๆในด้านธุรกิจ 

 

 แต่ในความเป็นจริง   เพื่อความไม่ประมาท  

 คนสูงอายุต้องกลับมาทบทวน แนวคิดเก่าๆตามประเพณีวัฒนธรรมของเรา ว่า      ถ้าจะให้ลูกหลานเลี้ยงเมื่อแก่ตัวลง    

ต่อไปอาจจะไม่ได้อย่างหวัง   เพราะด้วยขนาดครอบครัวที่เล็กลง   สายสัมพันธ์ครอบครัวที่เบาบางลง   การเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่ของลูกๆหลานๆ

    ซึ่งต่อไป จะเข้าลักษณะ  ที่ผู้สูงอายุต้องดูแลตัวเอง  โดยใช้เงินออมของตัวเองนั่นเอง  ถ้าเงินออมไม่พอ  ก็ต้องหาทางหารายได้ให้ตัวเอง  ดังนั้น บางที เกษียณแล้ว ก็ยังหยุดทำงานไม่ได้อย่างที่คิดไว้ค่ะ

 อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก รายงาน โครงการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ต่อเนื่องสำหรับผู้สูงวัย:  ศาสตร์แห่งชีวิตเพื่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

จัดทำโดย:ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2550

สร้าง: ส. 29 ก.ย. 2550 @ 20:43   แก้ไข: ส. 15 พ.ย. 2551 @ 18:28   ขนาด: 36058 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีรูป
91. sasinanda
เมื่อ ศ. 05 ต.ค. 2550 @ 00:42
409488 [ลบ]

 
P
ขอบคุณๆConductorมากๆค่ะ ช่วงนี้ เราน่า จะเช็คข่าวปริมาณน้ำฝนกันหน่อยดีกว่าค่ะ

 
P
92. คุณนายดอกเตอร์
เมื่อ ศ. 05 ต.ค. 2550 @ 16:58
410603 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ มาช้าอีกแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จจากธุระญาติผู้ใหญ่จากไป พิธีการที่ลูกหลานช่วยกันทำให้ด้วยความรัก ระลึกถึงความดี ลุล่วงไปด้วยดี พวกเราไม่ได้เศร้าโศกร่ำไรเพราะการปฏิบัติธรรมช่วยทำให้เข้าใจสัจจธรรมของชีวิตเป็นอย่างดีค่ะ

สังคมที่จะมีผู้สูงอายุมากขึ้นเป็นโอกาสพอๆกับเป็นปัญหา น่าเป็นห่วงคือผู้สูงอายุที่ยากจน ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อย่างสถิติที่คุณพี่นำมาแสดง

ตอนที่ตัวเองเรียนปริญญาโทที่อเมริกากว่าสิบเจ็ดปีมาแล้ว ได้เขียนรายงานเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการสื่อสารในสังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นของอเมริกา เท่าที่จำได้ ได้กล่าวถึงการที่ผู้สูงอายุได้รับการมองอย่างไรในสื่อละครและภาพยนตร์ การโฆษณา เช่นมองด้วยความขบขัน สังเวช หรือด้วยความเคารพ เนื้อหาที่สื่อไปทำให้ผู้สูงอายุมีความมั่นใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมหรือไม่ หนังสือ นิตยสารสำหรับผู้สูงอายุควรมีลักษณะอย่างไร เรียนกับอาจารย์ที่หินมากแต่ได้คะแนนรายงานนี้ถึง93 เต็ม 100 เสียดายทีย้ายที่อยู่หลายครั้ง ไม่เช่นนั้นคงน่านำโครงมาเขียนในบริบทของเมืองไทย

ประทับใจมากค่ะที่คุณพี่นำเสนอเรื่องที่น่าให้ความใส่ใจ และมีข้อมูลครบ ลงลึกเช่นนี้

 

P
94. ครูหล้า
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 00:26
412332 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณ

P

- ผู้สูงอายุจะเพิ่มมากแค่ไหน...สักวันหนึ่งเราเองก็จะต้องอยู่ในสภาวะนั้นเช่นกัน....

- ตอนนี้มีความสุขกับการได้ดูแลคุณแม่อายุ 89 ปี...

- ดีใจที่เมืองไทยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ.....หวังว่าอนาคต...ผู้สูงอายุคงมีความสุขมากกว่านี้

P
95. Sasinand
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 15:12
413076 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณน้อยหน่า

แถวสี่พระยาที่คุณน้อยหน่าอยู่เป็นเมืองเก่า ไม่เคยมีผังเมืองมาก่อน ทำให้เป็นย่านที่ค่อนข้างแออัด และมีฝุ่นหรือมลภาวะค่อนข้างสูง

สิ่งที่เรา ประชาชนจะช่วยได้คือ เราต้องมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ ต่อสาธารณะสมบัติต่างๆ เช่น เสาไฟ สายไฟ ถนนหนทาง เราควรช่วยกันทำความสะอาดหน้าบ้าน รอบบ้าน กำจัดขยะ ไม่ขีดเขียนตามผนัง เป็นต้น ให้กรุงเทพฯสวยด้วยมือเรา

ความรู้สึกอึดอัดต่อสภาพแวดล้อมก็จะน้อยลงค่ะ คุณยายจะมีความรู้สึกสบายตา สบายใจขึ้น เมื่ออยู่ที่บ้าน ส่วนที่จะพาไปสวนสาธารณะก็ดีค่ะ  สวนลุมใกล้ที่สุด พาไปหน่อยก็ดีค่ะ สวนที่อื่นก็มีอีกหลายแห่งค่ะในกทม.ค่ะ แต่ละแห่งก็ได้รับการดูแลปรับปรุงให้ดีขึ้นมากค่ะ เช่น สวนหลวงร.9  อุทยานเบญจสิริ สวนเบญจกิติ เป็นต้น เชิญอ่านรายละเอียดที่ลิงค์นี้ค่ะ

P
96. ลุงเอก
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 15:48
413161 [ลบ]

แหมเหมือนกันเลยตอนนี้นอนห้องเดีนวกับคุณแม่ภรรยา อายุ 90  ส่วนคุณแม่ตัวเอง 86 ครับ

นึกถึงเวลานั้นทำไงดี  คงแล้วแต่กรรมดีกรรมชั่วของเราดีกว่า

P
97. Sasinand
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 21:37
413580 [ลบ]

สวัสดีค่ะอาจารย์คะ

P

ดีใจมากที่อาจารย์มาเยี่ยม

ตอบอาจารย์ช้านิดนึง ไม่ค่อยสบาย เป็นหวัดหน่อยค่ะเลยนอนพักเสียมาก ตอนนี้ดีแล้วค่ะ

ขอบคุณที่อาจารย์เห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีค่ะ

เพราะตัวพี่เองก็เข้าข่ายเหมือนกัน จึงสนใจเป็นพิเศษ

ตอนนี้ มีการศึกษาวิจัยทั้งทางด้านต่างๆที่เกี่ยวกับผู้สูงวัย    กันมากค่ะ เพราะจะกลายเป็นกลุ่มประชาชนกลุ่มใหญ่ในเร็วๆนี้ ในหลายๆประเทศ

ทางมาสเตอร์การ์ด เวิลด์ไวด์ ก็มีการศึกษามาว่า สำหรับการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในภาพรวมทั้งหมด 13 ประเทศ แถบเอเซียแปซิฟิก รวมทั้งไทย 

 ผู้บริโภครุ่นใหม่และผู้บริโภคสูงวัย จะเป็นกลุ่มขับเคลื่อนตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยให้ขยายตัวค่ะ

และที่สำคัญในประเทศไทย  อีก 10ปี ผู้บริโภคชั้นกลางสูงวัยของไทย  จะบริโภคของใช้ฟุ่มเฟือยมากกว่าคนรุ่นใหม่เสียอีกค่ะ โดยเฉพาะในเขตเมือง

ผู้สูงวัยชั้นกลางของไทย จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในอัตราที่ค่อนข้างเร็วค่ะ และประมาณการกันว่า อาจจะจับจ่ายซื้อของแพงๆกันเพิ่มเป็น 2.75 เท่า ก่อนสิ้นปี 2559 เทียบกับปี 2549ด้วย

 ส่วนคนไทยรุ่นใหม่ อายุน้อยกว่า กลับจะจ่ายเพิ่มขึ้น เพียง 1.8 เท่าในปี2559 เท่านั้น

แสดงว่า คนสูงอายุ จะมีการให้รางวัลตัวเองกันค่อนข้างมาก ในช่วงเวลา ตั้งแต่ 2549 เป็นต้นไป

เมื่อเห็นแนวโน้มอย่างนี้ เราคงเห็นสินค้าเอาใจคนวัยสูงอายุออกมาเป็นระลอกๆเลยค่ะ

P
98. Sasinand
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 21:55
413620 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณเอก

P

ขอบคุณค่ะ

สำหรับข้อมูล ยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จะได้เป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆด้วยในเรื่องการอ้างอิง

แต่ที่คุณเอกว่า มีการไปดุแลเรื่องที่อยู่ ทีภาคอิสานให้มีระบบการดูแลรักษาและบริการจะอยู่ในระดับที่ดีขึ้นมากๆตามมาตราฐานชาวต่างชาติที่มาอยู่

ไม่ทราบว่าที่จังหวัดไหนคะ เห็นได้ข่าว ว่ามีคนญี่ปุ่น ไปอยู่ที่เชียงใหม่

P
99. Sasinand
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 22:04
413633 [ลบ]

สวัสดีค่ะครูหล้า

P

คุณครูบอกว่า....

ดีใจที่เมืองไทยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ.....หวังว่าอนาคต...ผู้สูงอายุคงมีความสุขมากกว่านี้

ดิฉันว่า ผู้สูงอายุในเมืองใหญ่ๆ หรือที่มีเงินออมเพียงพอ หรือที่อยู่กับลูกหลานอบอุ่น คงมีความสุขพอควรค่ะ

ที่น่าห่วง คือผู้สูงอายุในชนบทมากกว่าค่ะ อาจเผชิญภาวะที่ต้องอยู่คนเดียว หรือ ขาดแคลน เพราะลูกหลานมาทำงานต่างถิ่นกันหมดค่ะ

ไม่มีรูป
100. sasinanda
เมื่อ อา. 07 ต.ค. 2550 @ 22:17
413651 [ลบ]

สวัสดีค่ะ

P

คุณเอกบอกว่า...

คุณแม่ภรรยา อายุ 90  ส่วนคุณแม่ตัวเอง 86 ครับ

นึกถึงเวลานั้นเราทำไงดี  คงแล้วแต่กรรมดีกรรมชั่วของเราดีกว่า

ถ้าเราเตรียมตัวของเรามาอย่างดี คงไม่น่ามีปัญหาค่ะ

ส่วนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ คงหลีกเลี่ยงยาก ถ้า บังเอิญจะเป็น แม้จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีแล้ว

คงต้องเตรียมตัวเรื่องหลักประกันสุขภาพ แต่คุณอกมีบำนาญและมีสวัสดิการใชไหมคะ ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ

 

P
101. Sasinand
เมื่อ จ. 08 ต.ค. 2550 @ 13:26
414411 [ลบ]

มีข่าวที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผู้สูงอายุจากกรมอนามัยค่ะ

อีก 25 ปี คนแก่เพิ่มขึ้น 2 เท่า กรมอนามัยจับมือ จ.นนทบุรี นำร่องพัฒนารูปแบบบริการสุขภาพแบบบูรณาการแก่ผู้สูงอายุ



กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวโน้มไทยเป็นสังคมสูงอายุ อีก 25 ปี คนแก่เพิ่มขึ้น 2 เท่า เตรียมรับมือปัญหาภาวะพึ่งพาของผู้สูงอายุ จับมือ จ.นนทบุรี นำร่องพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบสุขภาพและสวัสดิการแบบองค์รวม เน้นกลยุทธ์สร้างเครือข่ายที่หลากหลาย และเพิ่มศักยภาพผู้สูงวัย

วันนี้ (15 มีนาคม 2550) นายแพทย์โสภณ เมฆธน รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผย ว่า จากการคาดประมาณประชากรของสหประชาชาติและ สนง. คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบสัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.8 ในปี 2513 เป็นร้อยละ 10.5 ในปี 2549 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นร้อยละ 21.4 ในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว ในระยะเวลา 25 ปี

 ซึ่งจากแนวโน้มคนไทยมีอายุยืนยาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้าจะก่อให้เกิดภาวะพึ่งพาของผู้สูงอายุ ที่ส่งผลต่อการขยายตัวของภาวะทุพพลภาพทางสังคม และก่อให้เกิดปัญหาสาธารณสุขตามมา 

 ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดทำโครงการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบสุขภาพและสวัสดิการสังคมเชิงบูรณาการสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทยขึ้น

โดยขอรับทุนสนับสนุนทางวิชาการจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหา ภาวะประชากรสูงอายุในอนาคต ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้กรมวิชาการ 4 กรม รับผิดชอบพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัด

ได้แก่ กรมการแพทย์ รับผิดชอบ จ.เชียงราย, กรมสุขภาพจิต รับผิดชอบ จ.สุราษฎร์ธานี, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รับผิดชอบ จ.ขอนแก่น และกรมอนามัย รับผิดชอบ จ.นนทบุรี

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อไปว่า ในระหว่างที่รอผลการพิจารณาขอรับทุนจากญี่ปุ่น กรมอนามัยได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบบริหารจัดการระบบสุขภาพฯ สำหรับผู้สูงอายุ ในจังหวัดนนทบุรี (ระยะที่ 1) ขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเพิ่มศักยภาพของความร่วมมือและพัฒนามาตรฐานการบริการระดับท้องถิ่น

โดยจัดเป็นการศึกษาแบบนำร่องและเรียนรู้จากบทเรียนที่ดี สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุในอนาคต และตอบสนองต่อสิ่งจำเป็นของผู้สูงอายุในระดับท้องถิ่นได้ การชี้แจง แนะนำ ทำความเข้าใจแก่บุคลากรระดับจังหวัด และระดับอำเภอ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมทั้งระดมสมองให้เกิดรูปแบบการบริการแบบบูรณาการและการสรุปบทเรียน

นายเชิดวิทย์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลของชมรมผู้สูงอายุจังหวัดนนทบุรี พบว่า ผู้สูงอายุมีโรคทางกาย ร้อยละ 30.44 เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคทางจิต ร้อยละ 2.5    

 จากปัญหาดังกล่าวจึงเป็นแรงจูงใจให้ผู้สูงอายุ มีความเคลื่อนไหว ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการในการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือกันเอง และช่วยเหลือผู้อื่น 

 ดังนั้นการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุของ จ.นนทบุรี จึงเป็นกระบวนการทำงานแบบภาคีเครือข่ายที่มีความหลากหลายทางกลุ่มวิชาชีพโดยคำนึงถึงศักยภาพของกลุ่มผู้สูงอายุ

 ได้แก่ 1) กลุ่มที่สามารถช่วยเหลือตนเองและสังคมได้ เช่น โครงการจิตอาสา และ โครงการเชื่อมสายใยสองวัยต้วมเตี้ยมเลี้ยงเตาะแตะ

 2) กลุ่มผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตนเองและกลุ่มเพื่อนได้ เช่น โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน

 และ 3) กลุ่มที่ต้องการรับการช่วยเหลือจากสังคม เช่น โครงการ Home Health Care โครงการจัดตั้งศูนย์บริการทางสังคมเพื่อผู้สูงอายุ โครงการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และ โครงการคลินิกผู้สูงอายุ เป็นต้น

  
  
 
P
102. Sasinand
เมื่อ จ. 08 ต.ค. 2550 @ 14:51
414519 [ลบ]

If you are a grandparent you know the special love you feel for your grandchildren.

You are more patient, more loving, proud of their accomplishments, no matter how big or small.

Each time you see them, you notice even the tiniest bit they have learned since your last visit.

Every smile makes you melt with emotion. Every new way they show their love for you is a treasured gift.

P
103. อ้อยควั้น
เมื่อ อ. 09 ต.ค. 2550 @ 12:54
415956 [ลบ]

  • สวัสดีค่ะ
  • สบายดีนะค่ะ
  • อยากบอกว่า...ผู้สูงอายุยังมีประโยชน์และคุณค่าต่อสังคมนี้มากค่ะ
  • และอยากบอกว่าบล็อคนี้สวย และน่ารักสดใสมากค่ะ
P
104. Sasinand
เมื่อ อ. 09 ต.ค. 2550 @ 17:39
416281 [ลบ]

สวัสดีค่ะ

P

ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ พี่สบายดีค่ะ

ผู้สูงอายุ จะเป็นผู้ที่มีทรัพยากรเวลาค่อนข้างมาก เพราะไม่ต้อง ทำงานมากแล้ว บางคนยังทำงานอยู่ แต่มักจะเป็นงานเบาๆ

ดังนั้น จึงมีเวลาดูแลลูกหลานมากกว่าพ่อแม่ ที่มักจะต้องทุ่มเทเวลาทำงานมาก  ความรักและความปราถนาดีต่อลูกหลาน เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากค่ะ เด็กๆที่มีปู่ย่า ตายาย อยู่ด้วย จึงนับว่า โชคดีมากค่ะ

นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยเหลือสังคมได้อีกมาก ตามกำลังและความสนใจค่ะ  ลองเข้าไปดูที่นี่ค่ะ

อาทิเช่น การนำศักยภาพและภุมิปัญญา ของผู้สูงอายุ ไปช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ เป็นต้น

P
105. DSS "work with disability" ( หนิง )
เมื่อ จ. 15 ต.ค. 2550 @ 09:44
423412 [ลบ]

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

จากการที่หนิงไปประชุมเกี่ยวกับการจัดรัฐบริการสำหรับคนพิการนั้น  เราก็จะพูดถึงผู้ใช้และได้ประโยชน์ร่วมกันคือผู้สูงอายุด้วยค่ะ เพราะตัวเลขมากขึ้นทุกปีๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสื่อเสียง  ผู้สูงอายุที่สายตาผิดปกติตามวัยก็สามารถใช้ฟังร่วมกันได้  หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางเมื่อต้องเดินทางสาธารณะ  พวกทางลาด รถเข็น หรือลิฟต์ต่างๆอ่ะค่ะ  ผู้สูงอายุที่เดินไม่สะดวกก็ได้ใช้ร่วมกัน  อย่าว่าแต่ผู้สูงอายุเลย  หนิงว่าแม้แต่พวกเราวัยสมบูรณ์แข็งแรงก็เถอะ  ถ้าต้องประสบปัญหาสุขภาพไปช่วยขณะก็จะได้ใช้ร่วมกันไงคะ

ไม่มีรูป
106. sasinanda
เมื่อ จ. 15 ต.ค. 2550 @ 10:46
423493 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณหนิง ดีใจที่มาเยี่ยมค่ะ

P

และติดตามการทำงานของคูณหนิงมาตลอดนะคะด้วยความชื่นชมค่ะ

ผู้สูงอายุไทย จะมีมากขึ้น แบบก้าวกระโดด จากช่วงปี 2543-2643 จะเพิ่มจาก 9.4% เป็น 29.8%

 น่าจะเพราะ อัตราการเกิด ของเด็กไม่มากนัก ส่วนประเทศอินเดีย ผู้สูงอายุ ไม่เป็นปัญหา เพราะมีพลเมืองวัยเด็กมาก คือ มีการเกิดมากนั่นเอง

รัฐบาลต่อๆไป อาจจะพบปัญหาทางการคลัง

พี่คิดว่า เราควรช่วยตัวเองกันเนิ่นๆ โดยให้มีการออมมากขึ้น และ รักษาตัวให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายหลังเกษียณค่ะค่ะ

P
107. อัยการชาวเกาะ
เมื่อ พ. 17 ต.ค. 2550 @ 09:18
425703 [ลบ]

สวัสดีครับ

ผมทึ่งกับการเขียนบทความของท่านมากเลยครับ อ่านสบายๆไม่เครียด ได้ความรู้ดี

ผมกับภรรยาชอบเยี่ยมผู้สูงอายุครับ จะรู้จักไม่รู้จักถ้าพบช่วยเหลืออะไรได้ก็จะช่วย วันก่อนตอนผมเป็นอัยการจังหวัดภูเก็ตเราไปทานข้าวต้มกัน หาที่จอดรถยาก กำลังจะข้ามถนน มีผู้สูงอายุจะข้ามถนนเราก็เลยจูงท่านไปด้วย ข้ามไปถึงฝั่งตรงข้ามท่านก็บอกว่าขอบใจ และหันไปบอกเพื่อนบ้านว่า ไม่รู้แกเป็นใครแต่ใจดีอุตส่าห์มาจูงมือฉันข้ามถนน รู้สึกดีครับ

ผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม คุณพ่อผมเอาประสบการณ์การเรียนรู้พูดในรายการวิทยุประจำ ท่านชอบแสดงความคิดเห็น ถูกบ้างผิดบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นเรื่องของความคิดเห็น แม้ทางวิชาการท่านจะไม่เก่งกล้าเพราะท่านจบ ป.๔ แล้วมาเรียน กศน.จบป.๗ แต่Tacit Knowledge ของท่านสูงกว่าปริญญาตรีแน่นอน และท่านถูกเชิญไปเป็นวิทยากรบ่อยๆครับ

คุณแม่เป็นคนอารมณ์ดี เพื่อนบ้านรักมาก เพราะแม่จะทำกับข้าวแจกเขาไปทั่ว แม่เคยเป็นแม่ค้าทำกับข้าว ขนมจีน ขนมหลายอย่างขาย ชอบเล่านิทาน ครอบครัวผมจึงเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอย่างมาก ปีที่ผ่านมาแม่ได้รับการเชิดชูเป็นแม่ดีเด่นด้วยครับ

P
108. Sasinand
เมื่อ พ. 17 ต.ค. 2550 @ 18:55
426272 [ลบ]

สวัสดีค่ะP

ขอบคุณที่ชมค่ะ ดิฉันเขียนสบายๆstyle good livingค่ะ

คนเรา ถ้า มีการเตรียมตัวมาอย่างดี ในช่วงชีวิตการทำงาน พออายุมากขึ้น   ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรค่ะ เพราะการงานก็ไม่คั่งค้างเท่าไรแล้ว เงินออมถ้ามีพอ ก็ไม่เดือดร้อน และถ้าสุขภาพดี  จะเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุขค่ะ 

ดีใจด้วยค่ะ ทีคุณ นาย บัณฑูร - ทองตั 

มีครอบครัวที่อบอุ่นมากค่ะ 

 

P
109. สีตะวัน
เมื่อ พ. 30 ม.ค. 2551 @ 15:21
532779 [ลบ]

สวัสดีค่ะ

ทึ่ง และได้ความรู้มากมาย เมื่อได้เข้ามาอ่านบทความของคุณSasinanda บล็อก และรูปสวยมากค่ะ อยากทำได้ และแต่งบล็อกเป็น กำลังเรียนรู้ไปเรื่อย ๆค่ะ

กำลังทำวิจัยเกี่ยวกับผู้สูงอายุ แต่ยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร เก็บข้อมูลในพื้นที่ดูแล รับผิดชอบ ซึ่งมีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 11 ของประชากรทั้งหมด ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง และสุขภาพช่องปาก ก็คงต้องนำมาพัฒนางานต่อไปค่ะ

แล้วจะติดตามอ่านความรู้ในบล็อกนี้เรื่อย ๆ ขอบคุณมากค่ะที่เขียนบทความดี ๆ ไว้ให้อ่าน ถือว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมที่ดีมากอีกทางหนึ่งค่ะ

 

P
110. Sasinand
เมื่อ พ. 30 ม.ค. 2551 @ 17:50
532917 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณ  สีตะวัน

ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ

เรื่องผู้สูงอายุนี้ เป็นเรื่องสำคัญค่ะ เพราะประชากรกลุ่มนี้ มีการเพิ่มในอัตราที่สูง และเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในประเทศต่างๆส่วนใหญ่ และการเตรียมการค่อนข้างล่าช้า

แต่ปัจจุบันการจัดการศึกษาให้ผู้สูงอายุ ได้พัฒนาไปมาก เกิดมหาวิทยาลัยวัยที่ 3 หรือ U3Aหรือ UTA แต่เมืองไทย ยังไม่ได้นำมาใช้

พอดีไปอ่านเรื่องของคนสูงอายุ ที่เรารู้จักกันดี คือคุณ สินีนาฎ โพธิเวส อายุประมาณ 70 กว่าปี ได้ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือ Health Channel ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2550 ว่า

แม้จะเป็นวัยนี้ แต่ชีวิตยังมีความสนุกสนานมาก ยังเล่นละคร เดินช็อปปิ้ง

ทำอะไรๆที่ตนเองรัก ใช้ชีวิตส่วนตัวอยู่คนเดียว บรรดาลูกๆหลานๆก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเยี่ยมเยียน มานอนค้าง แต่ใจจริง ชอบอยู่คนเดียว สบายใจมาก ตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตการงานและครอบครัวแล้ว และไม่คิดว่า ตัวเอง ต้องทำอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

เป็นตัวอย่างของคนสูงอายุที่มีความสุขดีค่ะ ไม่ต้องพึ่งพาเรื่องการเงินการทองใคร เลี้ยงตัวเองได้ มีชีวิตที่เป็นอิสระค่ะ

 

ไม่มีรูป
111. khaek
เมื่อ จ. 25 ก.พ. 2551 @ 11:49
556422 [ลบ]

หวัดดีค่ะได้เข้ามาอ่าน Blog แล้วได้รับความรู้มากขึ้นเยอะเลยค่ะ

ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโท  สาขายุทธศาสตร์การพัฒนาค่ะ  พอดีสนใจเรื่องผู้สูงอายุ กำลังหาขอ้มูลทำวิทยานิพนธ์อยู่ค่ะแต่ยังไม่ได้กำหนดทิศทาง  กรุณาแนะนำหน่อยนะค่ะ   ขอบคุณค่ะ

P
112. Sasinand
เมื่อ จ. 25 ก.พ. 2551 @ 22:49
557250 [ลบ]

สวัสดีค่ะคุณ  khaek

ตอนนี้มีข้อมูลมากมายจากหลายหน่วยงานค่ะ

 ที่แนะนำคือ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยค่ะ 8 กุมภาพันธ์ 2551

แนวโน้มผู้สูงอายุเพิ่ม “เร่งออม” เพื่อวัยเกษียณ (กระแสทรรศน์ฉบับที่ 2037) โครงสร้างประชากรของไทยเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับปัจจุบันขนาดครอบครัวเล็กลงมีเพียงพ่อแม่ลูกไม่มีปู่ย่าตายายรวมอยู่ด้วย

ทำให้มีแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะไม่ได้รับการดูแลจากบุตรหลาน และอาจเป็นภาระต้องพึ่งพิงสวัสดิการจากรัฐเพิ่มขึ้น

P
113. Sasinand
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 13:53
928955 [ลบ]

วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นหน่วยงานทางการศึกษาและวิจัยทางประชากร
หน่วยงานหนึ่ง ที่ตระหนักถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางประชากรนี้

จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอายุประชากรของสังคมไทยจากสังคมประชากรเยาว์วัยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ นี้ มีส่วนสำคัญต่อการกำหนดแนวนโยบายพัฒนาประเทศ

และการกำหนดแผนพัฒนาศักยภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรแต่ละกลุ่มอายุ และการที่จะกำหนดนโยบายให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรดังกล่าว
จะต้องมีข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างถูกต้อง 
นอกจากนี้อาจารย์และนักวิจัยยังมีบทบาทในการเป็นส่วนหนึ่งของคณะอนุกรรมการ คณะกรรมการ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศในการเสนอข้อคิดเห็น คำแนะนำ
เพื่อเป็นฐานในการกำหนดนโยบายที่จะให้การดูแลสวัสดิภาพของผู้สูงอายุไทยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ภาวะทางสุขภาพทั้งทางกายและใจ รวมทั้งคุณภาพชีวิตด้วย

P
114. Sasinand
เมื่อ ส. 08 พ.ย. 2551 @ 13:55
928957 [ลบ]

ข้อมูลที่น่าสนใจ ล่าสุด....