บ้านบนต้นไม้ อุทยานพื้นผักพื้นบ้าน บึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี

ช่วงปีใหม่ 2553 คุณปู่คุณย่าได้มี project จัด trip ท่องเที่ยวขึ้นภายในครอบครัว ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวทางเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ (อุตส่าห์โทรไปบอกพี่ต้อม เนปาลี ให้เป็นไกด์พาเที่ยวซะหน่อย) แต่หลังจากประชุมระหว่างบรรดาป้าๆ กันเป็นที่เรียบร้อย พวกเราก็เน้นเที่ยวที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไปนัก นั่นคือ "บึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี"

เพราะว่าการเดินทางครั้งนี้มี "พี่น้ำอุ่น" พี่สาววัย 2 ขวบ ของกู๊ดดี้ไปด้วย อิอิ คงจะ งง..กันไปใช่ไหมครับ พี่น้ำอุ่นเป็นลูกสาวของลุงเปิ้ล กับป้าโอ๊ะ (ดร.นีรนาท แก้วประเสริฐ ระฆังทอง) คุณป้าคนสวยของกู๊ดดี้นั่นเอง คุณปู่แนะให้เรียกตามศักดิ์ ลูกสาวของป้า ก็ต้องเีรียก "พี่" แต่ถึงยังไงกู๊ดดี้ก็ต้องคอยดูแลพี่น้ำอุ่นอยู่ดีแหละ อิอิ

ระหว่างการเดินทาง ก็เจอะเจออุปสรรคมากมาย เริ่มจาก Volvo ของคุณแม่ความร้อนขึ้นซะงั้นตามประสารถยุโรป เพราะรถติดมาตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ เราก็แวะพักทานอาหารที่ จ.อยุธยาก่อน แล้วจึงเดินทางต่อไป

ไปถึง จ.สุพรรณบุรี เราแวะไปเที่ยวชม "อุทยานพืชผักพื้นบ้าน" มีผักหน้าตาแปลกๆ มากมาย ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านของประเทศไทยเราเอง

 

นั่งรถรางชมกันไป เพราะทริปนี้มีผู้ร่วมทริปมากมาย มีคุณปูุ่คุณย่า ครอบครัวกู๊ดดี้ ป้าโอ๊ะพี่น้ำอุ่น ป้าแอ๊ะพี่ปันปัน และปู่ทินย่ายา และย่าสน  555 + รถรางคันนึงก็เต็มพอดี

 

ป้าแอ๊ะ พี่ปันปัน ย่ายา คุณย่ากู๊ดดี้ ย่าสน คุณแม่กับกู๊ดดี้ พี่น้ำอุ่นและป้าโอ๊ะ ส่วนคุณปู่กู๊ดดี้ ปู่ทิน และคุณพ่อ ขอเดินชมเอาเองดีกว่า..

หลังจากชมธรรมชาติแบบได้ความรู้ไปด้วยในตัว เพราะมี Driver หนุ่มคอยให้คำบรรยายระหว่างการเดินทางด้วยรถรางอีกด้วย

แวะเข้าหาที่พักกันก่อนเลย ที่ "บึงฉวากรีสอร์ต" วันนั้นดูเหมือนผู้คนจะหลั่งไหลมาเที่ยวกันเยอะมาก คุณพ่อวิ่งเข้าไปจองห้องพัก พร้อมครอบครัวอืนๆ อีกประมาณ 3 ครอบครัว ผลปรากฏว่า พวกเราได้บ้านพักหลังสุดท้ายไปแบบเฉียดฉิว แบบว่าคิวห้องแน่นเอี๊ยดไปจนปลายเดือน มกราคม นั่นแหละค่ะ แถมหลังที่เราได้ก็ไม่ใช่บ้านบนต้นไม้ แต่เป็นบ้านเืรือนไทยหลังใหญ่สุดๆๆ ราคาประมาณหลังละ 5 พันบาท แต่ก็คุ้มมาก เพราะภายในบ้านแยกออกเป็นห้องพักพร้อมห้องน้ำในตัวอีก 6 ห้อง

  

บรรยากาศบ้านพักเรือนไทยหลังที่ครอบครัวเราพัก

 

หลังนี้ไม่ได้พัก แต่ไปขอแอบถ่ายเอาบรรยากาศไว้เป็นที่ระลึก

ได้ห้องพักเรียบร้อย น้องกู๊ดดี้พาัตัวเองขึ้นไปเป็นคนแรกเลย คงเพราะร้อนมากๆๆ และอยากอาบน้ำ 

 

อาบน้ำเรียบร้อย ช่วงค่ำก็ไปทานอาหารภายในบึงฉวาก อาหารอร่อย แต่ยุงเยอะเอามากกๆๆ เล่นเอาต้องรีบทานรีบขึ้นห้องไปพักผ่อนกันก่อนเลยค่ะ

คืนนั้น น้องกู๊ดดี้จบลงด้วยสภาพนี้ค่ะ...

ช่วงเช้า คุณปู่คุณย่าตื่นไปชมบรรยากาศภายในบึงฉวากก่อนใครๆ น้องกู๊ดดี้ไม่รอช้า รีบขนสัมภาระ (กระเป๋าบรรทุกรถของเล่น) วิ่งตามออกไปด้วย

คุณย่ากำลังชื่นชมธรรมชาิติ

ก่อนอื่นก็ต้องทานอาหารเช้ากอน จะได้มีพลัง !!! ในการวิ่งซน

แล้วก็ไปชวนพี่น้ำอุ่น ไปเล่นของเล่นภายในบึงฉวาก ซึ่งจัดที่ไว้ให้สำหรับเด็กๆ ได้เล่นเครื่องเล่นกัน เด็กๆ ชอบกันใหญ่..

คุณปู่ พี่น้ำอุ่น (2 ขวบ) และน้องกู๊ดดี้ (3 ขวบครึ่ง)

แล้วป้าโอ๊ะ ก็พาพวกเราไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเล ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ี่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เย้ๆๆๆ ไปดูกันดีกว่า..

ดูท่าป้าโอ๊ะ๊บ๊ายบาย ดูคล้ายนางงามจักรยาน เอ๊ย..ไม่ใช่ จักรวาล อิอิ

 

ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่น้องกู๊ดดี้ต้องเสียค่าเข้าชมแล้วล่ะ เพราะส่วนสูงเกิน..555+

ภายในพิพิธภัณฑ์ตกแต่งเป็นบันไดเลื่อนสำหรับเลื่อนชมในแต่ละชั้น น้องกู๊ดดี้สนุกสนานกับบันไดเื่ลื่อนมาก อ้อ..ตื่นเต้นไปกับบรรดาปลาตัวโตๆ โดยเฉพาะ "ปลาฉลาม" อีกด้วย

น้องกู๊ดดี้ตื่นเต้น ชวนคุณย่าดูปลาฉลามตัวโต !!

 

ถ่ายรูปคู่คุณแม่ กับ จระเข้สต๊าฟ.. ดูหน้าน้องกู๊ดดี้สิคะ  หวาดๆ ยังไงไม่รู้..

เที่ยวกันจนอิ่มหน่ำ พวกเราก็กลับกรุงเทพ ขากลับแวะตลาดร้อยปีสามชุก ชมบรรยากาศพร้อมซื้อของติดไม้ิติดมือกลับบ้าน 

 

น้องกู๊ดดี้กับ "ลูกชิ้นยักษ์"ที่ ตลาดร้อยปีสามชุก สุพรรณบุรี

้สนุกสนานและมีความสุขกันมากครับ กับการเที่ยวพร้อมๆ ญาติๆ ในครั้งนี้ นอกจากจะไม่ไกลเกินไปนัก ทั้งสถานที่และบรรยากาศ ปิดเทอมครั้งหน้า ถ้ามีเวลารับรองน้องกู๊ดดี้ต้องขอพาเที่ยวที่นี่อีกแน่เลยค่ะ...


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com