ความเห็น: 6
เชิญชมหนังสั้น "เหมือนเคย": ความรัก ความเข้าใจ และ อัลไซเมอร์
[ภาพจากเวป thaishortfilm]
[ภาพจากเวป videogoogle]
อ่านบทสัมภาษณ์ผู้กำกับจาก link ด้านบนแล้วเพิ่งทราบว่านักแสดงทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันจริงๆด้วยค่ะ
แต่มีบทสัมภาษณ์ช่วงนึงที่เล่าว่า คุณยายคนนี้เคยเป็นอัลไซเมอร์จริงๆ อันนี้ ขอแสดงความเห็นว่าคงไม่ใช่อัลไซเมอร์นะคะ เพราะถ้าเป็นแล้วไม่หายค่ะ แต่ถ้าเป็น dementia หรือ delirium ถึงจะหาย (reversible) ได้ค่ะ
คลิกเพื่อชมหนังสั้น "เหมือนเคย" (Always) ความยาว 17 นาที
แนะนำโดย anpanpon via bact via biolawcom.de
(หลายต่อมาก เฮอะๆ)
----------------------------------------------------------
ปล. ขอฝากบันทึกอื่นๆที่เกี่ยวข้องไว้ด้วยค่ะ
- แนะนำภาพยนตร์: Son of the Bride
- แนะนำภาพยนตร์: "Away from her" ความหมายที่แท้จริงของการปลดปล่อยสิ่งที่เรารักที่สุดไป (ตอนที่ 1) และ (ตอนที่ 2)
- รวมรายชื่อภาพยนตร์สื่อการสอนเรื่องอัลไซเมอร์
- (ชมฟรี) ภาพยนตร์สารดีเกี่ยวกับกลุ่มอาการสมองเสื่อม: Beyond Memory
ความเห็น
จ๊ะเอ๋ ! ตามมากอดคนวางระเบิดค่ะ ^ ^
เบิร์ดเห็นด้วยว่าน่าจะไม่ใช่อัลไซเมอร์ แต่ความงดงามของความรัก ความเข้าใจ ความเอื้ออาทรที่อบอุ่น อ่อนหวานในหนังก็ทำให้ซาบซึ้งได้มากกว่าความถูกต้องของข้อความเนาะคะ
คำอวยพรที่ว่าให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร..คงมีความหมายแฝงแบบนี้นี่เอง ความดีงามที่ทำให้กันคงเปรียบเสมือนกับทองและเพชรที่ทรงคุณค่าในความรู้สึกทั้งของคุณตาคุณยายและของทุกๆคนที่พบเห็นนะคะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ..กอดอีกทีก่อนไป
ใช่แล้วค่ะ คุณเบิร์ด : )
มัทไปลงความเห็นไว้ที่ blog biolawcom.de ดังนี้ค่ะ copy มาให้อ่านกัน
"ขอบคุณมากๆที่เขียนเรื่องนี้ ขออนุญาตนำไปบอกต่อค่ะ
ดูแล้วนึกชื่นชมทั้งคนทำหนังและนักแสดงค่ะ คิดในใจว่า ไป cast มาจากไหน เก่งจริงๆ
เป็นหนังที่จะช่วยทำให้คนเข้าใจความรักแท้ได้ดีมากๆ
คนที่ดูเรื่องนี้โดยมากอาจ"เศร้า"
แต่ส่วนตัวเห็นว่า มันสื่อถึง ความสุข ความโชคดี (ที่เจอคนที่รักกัน) และ ความเข้าใจในภาวะสมองเสื่อมว่าเราอยู่กับมันได้
สำหรับคนที่ได้เห็นความเป็นจริง(อันยากที่จะทำใจ)ของกลุ่มอาการโรคสมองเสื่อมเป็นประจำแล้ว
เรื่องราวที่นำมาสื่อยังอยู่ในระดับที่ธรรมดามากๆค่ะ เรื่องเศร้ากว่านี้มีอีกมากนัก หนังไม่บีบคั้นหัวใจเท่าไหร่ค่ะ
ซึ่งจริงๆก็กลับกลายเป็นข้อดีของหนังไปอีกแบบค่ะ ไม่ใช่ข้อเสีย
คือดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่าคนทำกำลัง "พยายามมากเกินไป"
หนังดูเป็นธรรมดาธรรมชาติดีค่ะ
ถ้ายังได้คุยกับคุณ ศิวโรจณ์ ก็ฝากความชื่นชมไปด้วยนะคะ
การที่จะรู้ว่าเราดูหนังแล้วชอบไม่ชอบ criteria อย่างนึงคือดูตัวเองว่าหนังจบแล้วอ่าน credit รึเปล่า
เรื่องนี่อ่าน credit แล้วยังย้อน rewind กลับไปเพื่อดูรายชื่อนักแสดงด้วยค่ะ"
ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...
- แวะมาขอบคุณครับ
- ชอบคำกล่าวของอาจารย์ที่ตรงไปตรงมา คือ อัลไซเมอร์ไม่หาย
เมืองไทยน่าจะมีระบบตรวจสอบสุขภาพจิต และสมรรถภาพผู้บริหาร นักการเมือง เพื่อป้องกันพวกเพี้ยนๆ หรือสมองเสื่อมเข้ามาทำลายชาติ...
สวัสดีค่ะ อ.มัท
ตามเข้ามาดูคนเอาบ็อมบ์ ไปวางไว้ที่บันทึกเบิร์ด อ.มัทวางได้ถูกจุด และถูกใจจริงๆจ๊ะ
พี่แอมป์ชอบหนังสั้นหลายๆเรื่องตรงความเป็นธรรมชาติเนี่ยค่ะ และตามเข้าไปดูตามลิงก์สามหนแล้วแต่โหลดมาไม่หมดซักที สงสัย ADSL บ้านพี่แอมป์ย่อมาจาก ...always down and so slow... : )
กำลังบอกให้เด็กๆตามไปดูค่ะ และให้เขียนบทความสะท้อนมุมมองความรักด้วย นอกจากดูหนังรักๆหวานๆด้วยจินตนาการมาหลายเรื่องแล้ว เขาควรได้เห็นความจริงอีกมุมหนึ่งของความรัก ที่แม้จะต้องแลกด้วยรสขมของชีวิต แต่คนจำนวนหนึ่งก็พร้อมที่จะใช้เวลาทั้งชีวิต.... เพื่อดูแลคนที่ตนรัก
.....เพราะรักแท้ๆ......
คิดถึงเพลง "รักยืนยง" ของคุณ "ปั่น" ได้ไงก็ไม่รู้ สมัยนู้นอะ : )
อ.มัทพูดเห็นภาพเลยค่ะ เรื่องอ่านเครดิต เพราะพี่อ่านนับเรื่องได้ อย่าง The Last Emperor , Dead Poet Society สมัยนู้น (อีกเหมือนกัน)อะค่ะ
ขอบคุณ อ.มัทมากค่ะสำหรับบันทึกที่เอามาฝากอย่างตั้งใจเหมือนทุกครั้ง คิดถึงน่าดูเลย และขอให้เสร็จงานไวๆค่ะ
พี่แอมป์เปลี่ยนรูปไม่เป็นแฝดกับพี่หมอนนท์แล้ว! : )
ขอบคุณมากๆนะคะที่แวะมาเสมอ มัทยุ่งมากเลย เพราะใกล้สิ้นปี ช่วงนี้หมอในโครงการลาหยุดไปเที่ยวแล้ว 2 คน มัทเป็นหมอเด็กสุดก็เลยโดนตามไปทำงานแทนซะ ปวดคอปวดหลังเลยค่ะ thesis ตัวเองก็ไม่ได้ทำเพราะไปดูคนไข้ กลับบ้านแล้วเหนื่อยทุกวัน
ช่วงนี้เห็นคุณตาคุณยายเป็นอัลไซเมอร์ทุกวันจริงๆ ที่น่ารักๆอย่างในหนังเรื่องนี้ก็มีไม่น้อยค่ะ หรือที่น่าเห็นใจก็มีหลายคู่มาก
มีคุณตาคนนึงเพิ่งเข้าโรงพยาบาลเพราะล้ม กระดูกสะโพกแตก เดินไม่ได้เลย ในแฟ้มเขียนว่าที่ล้มเพราะทะเลาะกับยายที่เป็นอัลไซเมอร์ นี่เลยจับพลัดจับผลูเข้ารพ.ทั้งคู่แต่อยู่คนละ ward
ตาหน่ะรักยายมาก แต่มันต้องใช่ความอดทนและเข้าใจมากๆที่จะอยู่ดูแลคนที่รัก ที่เปลี่ยนไปขนาดจำอะไรไม่ได้แล้วยัง ไม่เข้าใจอะไรใหม่ๆด้วย พูดไม่รู้เรื่องแล้วว่างั้นอ่ะค่ะ ไม่อยากทะเลาะแต่ก็มีเรื่องจนได้ คุณตาคงทุกข์น่าดู คนที่เป็นอัลไซเมอร์จริงๆไม่น่าทุกข์เท่าคนที่อยู่ดูแลอ่ะค่ะ
อีกคู่ที่เพิ่งเห็นที่บ้านพักคนชรา ไม่ใช่คนไข้มัทแต่ว่ามัทไ้ด้ยินเสียงคุณยายคนนี้ตลอดเพราะท่าน จะตะโกนออกมาว่า liar liar ่เสียงดังลั่นชั้นเลยค่ะ ท่านจะตะโกนชื่อสามีก่อนแล้วก็ตามด้วย liar liar
คิดดูสิค่ะ คนที่จำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ติดอยู่กับความจำเดียวว่าสามีเคยโกหก พยาบาลเล่าให้มัทฟังว่าสามีก็อยู่ที่นี่แหละค่ะ อีกด้านนึงของตึก อยากมาหาเมีย แต่เมียจำหน้าไม่ได้แล้ว
แถมคุณตาถ้ามาหาแล้วได้ยินยายตะโกนว่าว่า ไอ้โกหก ไอ้โกหก ตาก็คงเศร้าไม่น้อย นี่เค้าเลยไม่เจอกันเลยค่ะ ทั้งๆที่อยู่ตึกเดียวกัน
มีเรื่องสารพัดเลยค่ะวันๆ มัทเคยคิดว่าตัวเองเข้าใจทุกข์
แต่มาช่วง 3-4 เดือนที่ดูคนไข้บ่อยๆนี้ถึงรู้สีกว่า ไอ้ที่เข้าใจหน่ะ มันยังไม่ใช่ มาเห็นผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยทั้งกายและใจแล้วตัวเองก็เหี่ยว ต้องคอยฝึกเจริญสติให้ได้จริงๆ
ว่าจะเขียนนิดเดียว ยาวอีกละ : )
ปล. เดาใจพี่แอมป์ถูกหล่ะ คิดว่า dead poet society ต้องเป็นหนึ่งในหนังโปรดพี่แน่ๆ : )
O Captain! My Captain!
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « การให้ความสำคัญกับการเขียนหนังสือดีๆในแคนาดา
- ใหม่กว่า » ฝึกวินัยด้วยการพับผ้า































































































