ผู้เขียนได้ฝากเวปไซต์ 3 เวป ไว้สำหรับอ่านเพิ่มเติมในภาคที่ 1 แต่ไม่ได้สรุปให้ท่านๆได้อ่านกัน
- เวปของรัฐบาล ที่นี่ ค่ะ
- จม. ที่ชาว Inuit เขียน ตอบท่านเซอร์พอล อ่านได้ที่นี่ ค่ะ
- เวปของฝ่ายต่อต้านการล่าคลิกที่นี่เลยค่ะ
ผู้เขียนสรุปมาให้อ่านกันคร่าวๆในบันทึกนี้ค่ะ
เริ่มกันเลยนะคะ.....
------------------------------------------------------------------------------
เมื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม ดูข่าว ฟังคนคุยกัน สรุปแล้ว....
ผู้เขียนไม่ต่อต้านการล่าแมวน้ำค่ะ แต่...
ผู้เขียนต่อต้านการฆ่าลูกแมวน้ำ หรือการล่าแบบใดก็ตามที่จะส่งผลให้ประชากรแมวน้ำลดลง (การล่าแบบไม่ยั่งยืน)
- ซึ่งจริงๆแล้วทางรัฐบาลแคนาดาก็มีกฎหมายควบคุมด้านนี้อยู่แล้ว มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1987 และมีการติดตามดูแลอย่างสม่ำเสมอ นำคนทำผิดมาลงโทษ
- ความจริงอีกอย่างคือ ประชากรแมวน้ำมีมากมายนัก ในช่วงปี 1960 กว่าๆนักวิทยาศาสตร์ ได้ออกมารณรงค์ไปแล้วว่าต้องมีการจัดการเรื่องจำนวนการล่าต่อคนต่อปี และ ผลที่ได้คือ ประชากรแมวน้ำในปี 2004 เพิ่มขึ้นจากจำนวนแมวน้ำในปี 1970 ถึง 3 เท่าตัว (5.8 ล้านตัวในปี 2004) ทั้งๆที่ก็ยังคงมีการล่ามาตลอด
- ทางฝ่ายต่อต้านการล่าแมวน้ำนั้นใช้เหตุผลทางการอนุรักษ์ไม่ได้ เพราะแมวน้ำไม่ใช่สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ฝ่ายต่อต้านเลยโจมตีว่าวิธีการฆ่าแมวน้ำเป็นแบบที่ทารุณกรรมสัตว์ ใช้ไม้ตี หรือ ใช้ปืนยิงหัว
- ทางฝ่ายต่อต้านมี vdo clip และภาพ 600 กว่า files เป็นหลักฐานว่าตีแมวน้ำจนตาย บางทีก็ถลกหนังตั้งแต่ยังไม่ตายสนิท ลากไปบนพื้นน้ำแข็ง
- ทางรัฐบาล นักวิทยาศาสตร์ และชาว Inuit ให้เหตุผลว่าภาพดังกล่าวส่อเจตนาเบี่ยงเบนความจริง โน้วน้าวจิตใจผู้ดู จริงๆแมวน้ำเป็สัตว์ที่มี reflex กล้ามเนื้อสูง ตายแล้ว แต่ตัวกระดิกได้ทำให้ดูเหมือนว่ายังไม่ตาย นอกจากนั้นชาวเผ่า Inuit บอกว่านักล่าที่ชำนาญนั้น ฆ่าแมวน้ำให้ตายได้ด้วยความเร็วสูงมาก ไม่ได้ตีซ้ำๆนานๆอย่างที่คนคิดกันเวลาเห็นภาพ

[Harp seal herd in the waters of Atlantic Canada.]
- ที่สำคัญ ใน forwarded email หรือ ภาพที่ใช้ตามที่ประท้วง นั้นมักจะเป็นภาพของลูกแมวน้ำตาโต ขนสีขาวฟู ซึ่งจริงๆชาวเผ่า Inuit นั้นล่าแต่แมวน้ำที่โตแล้ว ผลัดขนแล้ว การฆ่าลูกแมวน้ำถือว่ามีความผิดทั้งทางกฎหมายและทางสังคม พวกเค้าก็ไม่เห็นด้วยที่จะทำร้ายลูกแมวน้ำเช่นกัน
--------------------------------------------------------------------
ท่านผู้อ่านหล่ะค่ะคิดอย่างไร เมื่อได้อ่านข้อมูลที่สรุปไว้ให้?
--------------------------------------------------------------------
ผู้เขียนอยากถามผู้ต่อต้านว่า
- ทำไมไม่ต่อต้านเฉพาะการล่าลูกแมวน้ำ ทำไมถึงเหมารวมให้เลิกล่าไปซะทั้งหมด
- ถ้าทางชาวเผ่ายอมเปลี่ยนวิธีการล่า เป็นการยิงหรือเชือด หรือ แทงส่วนของสมองที่จะทำให้ตายเร็วที่สุด และ ทางรัฐบาลจะปล่อยกฎหมายควบคุมเรื่องนี้ ทางผู้ต่อต้านจะยอมยุติ ยอมตกลงกับข้อเสนอนี้หรือไม่
- ที่ท่านต่อต้านการล่าการฆ่าแมวน้ำ เพราะ มันหน้าตาน่ารัก? หรือ เพราะเหตุผลอื่น แล้วเหตุผลนั้นคืออะไร
- ท่านต่อต้านการล่าสัตว์ และ การกินเนื้อสัตว์ชนิดอื่นหรือไม่
่--------------------------------------------------------------------
- ผู้เขียนต่อต้านแนวความคิดที่ว่า มนุษย์ใหญ่ที่สุด เป็นผู้จัดการดูแลส่วนอื่นของธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรได้โดยมองว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลก
- ผู้เขียนสนับสนุนแนวความที่ว่า เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลก พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
- การแก้ปัญหาเรื่องนี้ควรวางอยู่บนรากฐานนี้
-------------------------------------------------------------------
- ผู้เขียนไม่เห็นด้วยถ้าไปห้ามไม่ให้ชาว Inuit ล่าแมวน้ำเลย แต่ในขณะเดียวกัน...
- ผู้เขียนเคารพความคิดเห็นของคนที่เป็นมังสวิรัติ ถ้าเค้าจะต่อต้านการล่าแมวน้ำ หรือการล่าสัตว์ใดๆก็ตาม
- ผู้เขียนเชื่อในความสำคัญของความคิดเห็น ความเชื่อ และ การปฏิบัติตัวที่แตกต่างกัน
- ผู้เขียนสนับสนุนการอยู่ร่วมกันของผู้ที่คิดทำต่างๆกันไป
- ใครจะประท้วงก็ประท้วงไป ทุกคนมสิทธิออกเสียง ออกความเห็น ผู้เขียนไม่เห็นด้วยที่จะต้องเกิดการแตกหักระหว่างคนสองกลุ่มนี้ ควรจับเข่าคุยกัน สุนทรีสนทนาดีกว่า
แต่
- ผู้เขียนไม่เข้าใจ และ ไม่เห็นด้วยถ้าคุณเป็นคนกินเนื้อสัตว์ แล้ว ต่อต้านเรื่องนี้ อยากฟังความคิดเห็นและมุมมองเพิ่มเติมที่ผู้เขียนเอง อาจมองพลาดไป ค่ะ comment มาได้เสมอค่ะ
-------------------------------------------------------------------
ถ้าอ่านจบแล้ว ท่านยังต่อต้านการล่าแมวน้ำแบบเบ็ดเสร็จ คือห้ามล่าเลย ให้ทำการค้า หรือ หาอาหารแหล่งอื่นแทน ผู้เขียนก็ยังเคารพ และ ไม่มีความรู้สึกติดค้างใดๆค่ะ
ขอข้อเดียว...
อย่าต่อต้านเพียงเพราะ "ก็หน้าตามันน่ารัก น่าสงสาร" แล้วสัตว์อื่นๆหล่ะค่ะ มันผิดอะไร
ถ้าต่อต้านเพราะเหตุผลอื่น no problem ค่ะ !
-------------------------------------------------------------------
ไม่เห็นด้วยกับการล่าแมวน้ำเป็นอย่างยิ่ง มันคือการฆาตกรรมอย่างทารุนโหดเหี้ยมอย่างหนึ่ง อะไรคือความแตกต่างของการฆ่าลูกแมวน้ำ และ แมวน้ำที่โตเต็มที่แล้ว การที่ละเว้นไม่ฆ่าลูกแมวน้ำ ก็เหมือนยื้อเวลาให้มันโต เมื่อมันโตแล้วก้ต้องถูกล่า ถูกฆ่าอยู่ดี ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงก็ต้องตาย ส่วนการฆ่าแมวน้ำที่โตเต็มที่แล้ว มันก็ส่งผลต่อลูกแมวน้ำ ถ้าเกิดแมวน้ำที่โตแล้ว ยังเลี้ยงลูกยังต้องให้ลูกกินนม ถูกล่าถูกฆ่า ลูกแมวน้ำจะอยู่อย่างไร อาจจะต้องอดอาหารอดนมตาย หรือไม่ก็ต้องกลายเป็นลูกกำพร้า มันก็น่าสงสารอยู่ดี ปล่อยให้มัน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นอาหารของสัตว์อื่น ตามวงจรห่วงโซ่อาหารโดยที่ไม่ได้เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ไม่ดีกว่าหรอคะ จะอ้างว่าจำนวนประชากรของแมวน้ำมากขึ้นทุกปี มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เข้าท่า เราเชื่อว่าธรรมชาติ มีการจัดการ จำกัดจำนวนประชากรของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดโดยหลักของธรรมชาติอยู่แล้ว ปล่อยให้มันได้มีชีวิต และตายอย่างไม่ทรมานเถิด...
สวัสดีค่ะคุณ Giggy
ดีค่ะ อนุโมทนาในความเมตตา ถ้าคุณ Giggy เป็นคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ผู้เขียนจะสนับสนุนในความคิดของคุณ Giggy เต็มที่เลยค่ะ
ที่เขียนมาก็เห็นด้วยนะคะ ติดนิดเดียวคือว่า อย่าลืมว่า เราเองก็เป็นสัตว์เหมือนกันค่ะ เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้เช่นกัน เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน หรือพูดทางธรรมก็คือ....ทุกสรรพสิ่งล้วนมีกรรมเป็นของตน อยู่ในวงเดียวกันหมด มนุษย์ไม่ได้อยู่นอกวงนี้เลย
ส่วนข้อแตกต่างเรื่องการฆ่าตอนเป็นลูกหรือตอนโต ก็เกี่ยวกับเรื่องสืบพันธุ์นั่นเองค่ะ
ถ้าตายตั้งแต่ยังไม่สืบพันธุ์ ก็เป็นการลดจำนวรประชากรแบบไม่มีการทดแทน
ก็เหมือนกับทำไมถึงห้ามจับปลาไข่ ปูไข่ หรือ ห้ามใช้แหตาถี่จับลูกปลานั่นเองค่ะ
ในอ่าวไทยเราถึงไม่เหลือปลาก็เพราะเหตุนี้
ชาว Inuit เค้าก็มีธรรมเนียมมีกฎว่าไม่ให้แมวน้ำสูญพันธุ์นั่นเองค่ะ แบบนี้ฆ่าแม่ลูกอ่อนก็ผิดมากค่ะ ผิดไม่แพ้การฆ่าลูกแมวน้ำเลยค่ะ เป็นการทำลายจตัวเอง และ ทำลายโลกชัดๆ
อย่าลืมว่าแมวน้ำที่นั่นก็เหมือนไก่เหมือนปลาที่เราทาน ภูมิประเทศภูมิอากาศแต่ละที่ต่างกัน มีอะไรเป็นอาหารท้องถิ่นเค้าก็ทาน เช่น กวาง มูส นี่ก็เป็นอาหารท้องถิ่นเค้า
บ้านเราทานกบทานหนู (หรืิอแม้กระทั่งหมาในบางจังหวัด)ก็ไม่ต่างกัน
เรื่องนี้อยู่ที่"ใจ" สภาพของเจตนาขณะทำกรรมมากกว่าค่ะ ถ้าเราทานเค้าโดยที่ใจเราเต็มไปด้วยความขอบคุณที่เค้ามาเป็นอาหารให้เรามีชีวิต ก็ไม่น่าจะแย่ไปมากกว่าการที่เราทานแบบฟุ่มเฟือยหรือไปล่าสัตว์เอามันส์
แต่ถ้าคนไหนเป็นมังสวิรัติได้ ก็ยิ่งดีค่ะ ไม่ขัดเลย ได้บุญเพิ่มขึ้นไปอีก
ถ้าช่วย recycle ไม่ใช้ถุงหรือของใช้พลาสติก นั่งรถร่วม ยิ่งดีมากขึ้นไปอีก
เพราะแมวน้ำตายเพราะน้ำแข็งละลายมากกว่าที่ชาว Inuit ฆ่าอีกค่ะ
สนับสนุนค่ะ
ต่อต้านคะ!
เพราะวิธีการฆ่ามันทารุณเกินไป
ถึงแม้ว่าจะมองได้ว่าในคลิปเปงการว่างมุมกล้อง
แต่มันโหดเกินไป
ฆ่าคนบ้างสิค๊ะ คนก้อเยอะมากเกินไปแล้ว ยิ่งคนชั่วๆแบบพวกล่าแมวน้ำเนี่ยเยอะไปหมด ทำไมไม่ฆ่ามันบ้างละ เนื้ออร่อยนะ ไม่อยากลองกินหรอ คนน่ารักๆก้อมีฆ่าได้เหมือนกัน ฆ่าก็ตายเหมือนกัน ฆ่าคนเจ็บ แมวน้ำมันก็เจ็บนะ รักชีวิตตัวเองเหมือนกัน ไม่ฆ่าลูกตัวเองละกินอ่ะท่าใช้เหตผลว่ามันมีเยอะเกิน คนก็เยอะเหมือนกัน ทีเสือพลาดมาทำร้ายคนเป็นเรื่องหย่ายมันก้อทำพราะมันหิวเหมือนกาน นัยเมื่อคุนหิวยังค่าชิวิตอื่นได้ทำมัยเสื้อหิวแล้วค่าคุนไม่ได้ อีกอย่างมนุษย์มีสิทไรไปตัดสินว่าอะไรควรฆ่าอะไรไม่ควร เหอะๆ อยากบอกว่าต่อต้านและรับไม่ได้มากด้วยผู้เขียนค๊ะสักวังนึงท่ามีคนฆ่าคุนหรือลูกหลายพ่อแม่คุนเพื่อเป็นอาหาร แล้วคุนจะรู้สึกอยากจะต่อต้านขึ้นมาทันทีเลยค่ะ วันหนายที่คุนคิดจะต่อต้านการล่าสัตว์ที่ไม่รู้เรื่องวันนั้นคือวันที่คุนเป็นฝ่ายถุกล่าสะเอง^^
คุณตาลมีเหตุผลดีค่ะ คน Inuit ก็ให้ความสำคัญกับวิธีการฆ่าเหมือนกันค่ะ ถ้าทำไม่ถูกก็จะช้าและทารุณ เห็นด้วยค่ะ
ุถึงคุณคห.ต่อมานะคะ (ไม่ใช่ "ค๊ะ"): เข้าใจค่ะและเห็นว่าการที่คุณมีเมตตานั้นดีมากๆเลยค่ะ จะไม่ติดใจอะไรเลยค่ะถ้าคุณเป็น Vegan เพราะผู้เขียนก็มีเพื่อนที่รักสัตว์มากและตัดสินใจเป็น Vegan คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทานอาหารที่เกี่ยวกับสัตว์เลย (ยิ่งกว่ามังสวิรัต ยิ่งกว่าเจ) ผู้เขียนก็นับถือพวกเค้ามากๆเช่นกันค่ะ หรือพวกนิกายมหายานที่ไม่ฆ่าแม้กระทั้งแมลง พวกนั้นก็น่านับถือมากค่ะและพวกเค้าก็จะได้รับผลกรรมที่ดีไปแน่นอน
คุณ (ไม่ใช่"คุน") พูดถูกแล้วค่ะ เสือหิวก็ฆ่าเราได้ ถูกต้องใช่เลยค่ะ ไม่ผิดเลยค่ะ คนเราทำอะไรไปก็ต้องรับกรรมที่ทำไว้มันก็ (ไม่ใช่ "ก้อ") มีเท่านี้ค่ะ พวกเราทั้งคนและสัตว์ก็อยู่ในโลกนี้ด้วยกัน ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้เพราะอยากให้ลองมุมมองของชาว Inuit ด้วยค่ะ แล้วก็อยากเตือนใจว่าการกระทำของเราทุกคนทุกๆวันเช่นการก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนนั้นเป็นการฆ่าเจ้าพวกแมวน้ำพวกนี้อย่างทารุณไม่แพ้การเอาไม้ไปตีหัวมันเลยค่ะ
นอกจากนี้เมื่อเมตตาสัตว์แล้วก็ขอให้เมตตาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน (ไม่ใช่ "กาน") ด้วยนะคะ ทำใจเย็นๆนะคะ อื่นๆอีกมากมายค่ะ ยังมีอะไรอีกมากที่เราไม่เห็นไม่รู้
เข้ามาด้วยความสงสัยว่า ...
แล้วการที่มีกลุ่มต่อต้านการฆ่าแมวน้ำแบบเหมารวมไม่ว่าจะเป็นลูกแมวน้ำหรือแมวน้ำที่โตแล้ว
เป็นการทำผิดศีลธรรมตรงไหนหรอคะ ?????
ถ้าไม่ใช่การกระทำที่ผิดคุณธรรม ผิดศีลธรรม คุณจะเดือดร้อนทำไมกับตรงจุดนี้คะเนี่ย ????
การต่อต้านการฆ่าสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดบนโลกใบนี้
ดิฉันมองว่าไม่มีความจำเป็นต้องแบ่งแยก หรือ "เลือกที่รักมักที่ชัง"
ว่าจะต้องฆ่าตัวที่โตเต็มวัยเท่านั้น
สำหรับดิฉัน การกินเนื้อสัตว์ดิฉันมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดศีล (ตัวดิฉันไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ค่ะ จะกินเพียง กุ้งหรือปลา)
แต่การฆ่าสัตว์ผิดศีลข้อที่ 1 และดิฉันยังถือว่าเป็นการกระทำที่ไร้ความเมตตา
ส่วนเรื่องที่จะไปเหมารวมว่ากลุ่มผู้ต่อต้านเองบางคนยังกินเนื้อสัตว์อยู่เลย จะต่อต้านทำไม
ดิฉันขอตอบตามความเห็นส่วนตัวว่า
"ถึงพวกเค้าจะกินเนื้อสัตว์ แต่พวกเค้าก็ไม่ได้กินเนื้อแมวน้ำ" ถูกไหมคะ ????
เพราะกลุ่มนี้ต่อต้านการล่าแมวน้ำ
ไม่ใช่ต่อต้านการฆ่าสัตว์ทุกชนิดบนโลก !
คุณผู้เขียน ควรที่จำแนกแยกแยะให้เป็นนะคะ
สุดท้ายนี้ ..
ขอขอบคุณ คุณผู้เขียนที่เปิดให้ลงความคิดเห็นได้อย่างเสรี
คุณmamคะ ต้องขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด
ผู้เขียนไม่ได้คิดว่าคนที่ต่อต้านผิดศีลธรรมใดๆเลยค่ะ
ผู้เขียนก็ตั้งเป็นคำถามเป็นข้อสงสัยเท่านั้นเองค่ะว่าเกณฑ์ต่างๆที่เราเอามาตัดสินนั้นมันมาจากไหน ทำไมกินเนื้อสัตว์แต่ไม่ได้กินเนื้อแมวน้ำถึงไม่เป็นไร หรือ ทำไมกินสัตว์ใหญ่ไม่ดีแต่กินสัตว์เล็กได้
ผู้เขียนมีคำตอบของตัวเองแล้ง ว่ายังไงการกระทำทุกอย่างย่อมมีผลกรรมตามมาไม่ว่าจะทำอะไร การที่เรามาตั้งเกณฑ์นั้นมันเป็นสิ่งที่คนเราคิดกันขึ้นมาเองค่ะ แต่ธรรมก็คือธรรม มันก็จะเป็นไปอย่างนั้นอยู่ดี ถ้าเห็นตามอิทัปปัจจยตาจะทำให้เราเข้าใจอะไรๆมากขึ้นอีกเยอะ
แล้วใครจะสงสารอะไร คิดว่าอะไรผิดไม่ผิดต่างกันนั้นก็ไม่ว่าอะไรเลยค่ะ
แค่อยากให้ผู้อ่านฉุกคิดขึ้นมาเท่านั้นเองว่า แล้วการที่ชาว inuit เค้าทำแบบนี้นั้นมันมีที่มาที่ไปมากกว่าแค่ความโหดร้ายรึเปล่า เราได้มองบริบทของเค้า ได้รู้จักเค้ามากพอรึยังหรือว่ารู้เท่าที่ forward email มี
เราน่าจะถามตัวเองว่าทำไมเราสงสารสัตว์บางตัวแต่ไม่สงสารบางตัว
ผู้เขียนเห็นด้วยกับคุณ mam ค่ะว่าเราไม่ควร แบ่งแยก หรือ "เลือกที่รักมักที่ชัง"
(แอบถามว่าคุณmamไม่ทางสัตว์ใหญ่เพราะมันย่อยยากไม่ดีต่อสุขภาพหรือเพราะคิดว่ามันบาปคะ)
บทความนี้เขียนขึ้นมาเพื่อตั้งคำถาม ส่วนคำตอบนั้นจะเหมือนกันหมดคงเป็นไปไม่ได้ สังคมเราควรจะอยู่ร่วมกันได้ทั้งๆที่คิดต่างมากกว่าค่ะ
คือเราเอง ก็เป็นคนที่ ทานเนื้อสัตว์ ไม่ได้ป็นมังสวิรัติ แต่เรามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ โอเค คนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ปริโภคเนื้อสัตวอยู่แล้ว แต่ก็เป็นส่วนใหญ่อีกนั่นหล่ะ ที่ปริโภค เนื้อสัตว์ที่เพาะพันธุ์ขึ้นเองได้ รหรือเรียกง่ายๆ สัตว์เศษฐกิจนั่นเอง คือเราคิดว่า (สำหรับเรานะ) หมู เป็ด ไก่ ปลา วัว จำพวกนี้ มันเป็นสัตว์ที่เราเพาะพันธุ์เพื่อ กิน มีฟาร์มเลี้ยง มีบ่อเลี้ยง อันนี้เราว่ามันรับได้นะ เราเองก็ไม่สนับสนุน พวกเนื้อสัตว์ป่าด้วย ถ้าเป็นพวกล่ามาจากป่าเลยน่ะ แต่ถ้ามีฟาร์มเพาะเลี้ยงก็โอเค
ในกรณีแมวน้ำเนี้ยะ ยอมรับเลย ข้อเเรก สงสารมัน - - คือ แมวน้ำเนี้ยะมันอยู่ตามธรรมชาติ แล้วทุกอย่างของมัน ไม่ว่าจะ เนื้อ หนัง ขน กระดูก คนส่วนใหญ่ในโลก ก็ไม่ได้เสพมันเหมือนกันหมด ถึงไขมันของมัน จะเอามาทำยาบ้างก็เหอะ ซึ่งนั่นก็สรุปว่า มันมีราคาแพง
คนส่วนน้อยได้ใช้ และดูไปแล้วไม่น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นเลยในการล่ามัน เพราะถ้ามันจำเป็นจริงๆคนทั่วโลก ก็คงคิดหาทางเพาะพันธุ์มันในฟาร์มแล้ว เหมือน วัว หมู ไก่ เป็ดหน่ะ แล้วอีกอย่าง วิธีการฆ่ารุนแรงไปจริงๆนั่นหล่ะ ต่อให้คนชำนาญจริงๆ ใช้อะไรทุบ มันก็น่าจะมีพลาดบ้างที่จะไม่ตายในทันที น่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้ ส่วนการไม่ทานเนื้อสัตว์ มันก็แล้วแต่คนนะ สรุปแล้ว เราไม่ได้เลือกที่รัก มักที่ชังนะ แต่แค่อยากให้มองอีกมุมนึงว่า เนื้อวัวหมูที่เรากินเราทาน พวกเค้าเหล่านั้นถูกลี้ยงในฟาร์ม เลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหาร แต่แมวน้ำ ไม่มีใครไปเลี้ยงพวกเค้า ไปให้อาหารพวกเค้า แต่พอถึงเวลา จะไปเอาพวกเค้ามาฆ่า อันนี้มันยุติธรรมเหรอ?
อ่อ แล้วขอแก้หน่อยนะจ๊ะ ถ้าบางคนอ่าน แล้วถามว่า " อ้าว แล้วอย่างของทะเลบางอย่างอ่ะ มันไม่มีฟาร์มเลี้ยงนิ เช่น ปู ปลาหมึก "
ก็นะ ให้ย้อนไปดู ที่คนส่วนใหญ่ เค้าทาน เค้าได้ประโยชน์ละกัน ย้ำนะ คนส่วนใหญ่
ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนและยินดีรับฟังข้อคิดเห็นค่ะ
ถ้าคนที่ไม่ได้อยู่ตรงพื้นที่ใกล้ขั้วโลกจะกินแมวน้ำนี้ก็คัดค้านเช่นกันค่ะ
แต่อยากให้ลองนึกถึงบริบทของชาว inuit ในทั้งฝั่งแคนาดาและกรีนแลนด์ว่ามันเป็นพื้นที่ใกล้ขั้วโลก หนาวมากๆนะคะ
การเกษตรของเค้ากับของส่วนอื่นของโลกก็ต่างกันมากค่ะ อาหารของเค้าแต่ไหนแต่ไรแล้วก็คือ แมวน้ำและมูส ก็อาหารป่าทั้งนั้นค่ะ
ถ้าเรามองจากมุมมองของเรา แน่นอนว่ามันป่าเถื่อน แต่ยังไงให้เผื่อใจลองมองมุมเค้าบ้างเท่านั้นเองค่ะ มองแล้วจะไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่อยากให้ลองนึกต่อว่า การตัดสินคนโดยไม่ได้ดูบริบทนั้นข้อมูลอาจจะไม่เพียงพอเท่านั้นเองค่ะ
เข้าใจจ๊ะ ชาว inuit ที่จะล่าสัตว์ ซึ่งในที่นี้ หมายถึง แมวน้ำ และมูสด้วย ซึ่งถ้ามองดูแล้ว ก็คงจะคล้ายกับคนป่า ที่จะต้องล่าสัตว์ป่ามาเป็นอาหาร อันนี้เข้าใจจ๊ะ แต่ที่หมายถึง ก็คือ การทำเป็นการค้า ไม่ใช่ทำไปเพื่อความอยู่รอด อันนี้ต่างหาก ที่สำคัญ แน่นอน ที่ชาว
inuit จะล่าสัตว์พวกนี้เพื่อการค้า อันนี้เราก็คงไปต่อว่าเค้าไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นวิถีชีวิตของเค้า ที่ทำกันมานมนาน แต่!!! หากไม่ใช่ พวก inuit ล่ะ แต่เป็นพวกที่แสวงหาผลประโยนช์จากแมวน้ำ ลำพังเราคิดว่า พวก inuit เอง ต่อให้ล่าแมวน้ำ ยังไงๆ ก็คงจะไม่มากมาย แล้วเครื่องไม้เครื่องมือในการล่าของชาว inuit คงไม่มีเรือเจาะน้ำแข็งขนาดใหญ่ รวมอยู่ด้วยล่ะมั้ง?? แล้วจากภาพที่เราได้ไปลองค้นดู ก็
พบว่า ชาว inuit เอง มีหน้าตา ที่คล้ายคลึงกับ ชาวเอเชียมาก แต่!! ภาพที่เราดูจากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น youtub รึเว็ปไซด์ต่างๆ คนที่
มาล่าแมวน้ำในฤดูล่าแมวน้ำ ส่วนใหญ่ หน้าตาเป็นฝรั่ง แล้วดูจากเครื่องแต่งกาย ท่าทาง รูปร่าง ยังไงๆ ก็ไม่ใช่ชาว inuit แน่ๆ เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่การล่าเพื่อการดำรงชีพ แต่เป็นการล่าเพื่อผลประโยชน์ และดูท่าจะมีจำนวนมหาศาลซะด้วย ส่วนบางคนบอกว่า มีกฎหมายควบคุม เราว่า ให้ตายยังไงๆ ก็ควบคุมไม่ได้หมดหรอก
เพิ่มเติมนะ
แล้วถ้าหากพวก inuit มีเรือเจาะน้ำแข็ง ใช้ในการล่าแมวน้ำจริงๆล่ะ???!!!
พวก inuit หามาเอง รึมีคนสนับสนุนอยู่เบื้งหลัง ???
เอ่อ....แร็ปบนคิดเล่นๆนะจ๊ะ อย่าซีเรียส - -a
คือมันไม่จำเป็นต้องเลือกข้างหรอกครับ ว่าคุณสนับสนุนหรือไม่สนับสนุน แค่คุณรู้ข้อเท็จจริงแล้วเข้าใจคนทั้งสองด้านก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ฝั่งหนึ่งคือพวกเราๆ ที่มีเทคโนโลยี มีวัฒนธรรมที่สูงกว่า เราไม่ได้เป็นคนฆ่าสัตว์ แต่เราก็กินเนื้อสัตว์ เพราะเรามีความเจริญกว่าเขา เรามีโรงงานเชือดสัตว์ กรรมวิธีต่างๆ ที่ทำให้พวกเราได้กินสัตว์ทั้งหลายได้ บางทีการฆ่าหมูฆ่าไก่ที่เราๆ กินกันอยู่ทุกวันนี้ อาจจะโหดร้ายทารุณกว่าการล่าแมวน้ำก็ได้ แต่คุณจะรู้หรือไม่ล่ะ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เรามีวัฒนธรรมที่เจริญกว่าเขาหลายเท่า เรามีงานทำ มีเน็ตให้เล่น ชีวิตสุขสบาย ในขณะที่คนเหล่านั้นต้องใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำ ประทังชีวิตไปวันๆ น่ะครับ
ฝั่งหนึ่งคือ พวกชนพื้นเมือง inuit หรือเอสกิโม ที่ไม่มีความเจริญเทียบเท่ากับเรา ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก ไม่มีคนฆ่าสัตว์ให้ แล้วมาขายตามซูเปอร์มาร์เกต แล้วก็ไปซื้อกันทำกับข้าว แต่เขาต้องอยู่อย่างชนพื้นเมืองที่มีสัตว์ไม่กี่ชนิดในการประทังชีพ ไม่ว่าจะเป็นปลา กวาง แมวน้ำ ถ้าเขาไม่ล่าสัตว์เหล่านั้น เขาจะอยู่อย่างไร? จะบอกให้เขาอพยพไปอยู่ที่อื่น ก็ไร้เหตุผลไปสักหน่อย ก้ในเมื่อบรรพบุรุษเขาอาศัยมาเป็นร้อยๆ พันๆ ปี เขาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว อยู่ดีๆ จะมาไล่เขาไปเพียงเพราะหาอาหารกินน่ะหรือ?
ดังนั้นพวกที่โจมตีต่อต้านการล่าแมวน้ำนั้นมันคิดได้หลายแง่ครับ มีบางพวกที่ใช้วัฒนธรรมตนเองเป็นตัวตัดสิน ไม่เข้าใจสภาพวิถีชีวิตของผู้อื่นก่อนจะวิจารณ์ หรือ เกี่ยวกับนโยบายการเมืองก็ได้ มันมีหลายแนวความคิด แต่เราในฐานะที่ไม่เกี่ยวข้อง ควรจะเข้าใจถึงข้อเท็จจริงทั้งสองด้านเสียก่อน
พูดได้คำเดียว .. "นี่หรือความคิดของคนเป็นหมอ .. อาชีพที่ได้ชื่อว่าต่อชีวิตคน"
คุณไม่ได้แค่เป็นหมอ .. แต่เป็นครูของหมอ .. แม้ไม่ใช่หมอรักษาคนโดยตรง ..
อ่านความเห็นคุณจบ .. ความรู้สึกที่ว่า .. "เฮ้ย เนี่ยความคิดหมอเหรอ" .. มันผุดขึ้นมาเลย
และสุดท้าย ก็แค่อยากถามคุณ .. แค่นี้เรายังทำลายโลกเราไม่พออีกเหรอ ..
ทุกวันนี้ที่เราพบภูเขาหัวโล้นมากมาย .. น้ำก็เพิ่งท่วมไปซะหลายจังหวัดทั่วประเทศ
สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปหลายร้อยหลายพันธุ์ชนิด .. เหล่านี้มันเป็นผลมาจากอะไร ..
ชั้นว่ามันไม่ใช่เพราะความเจริญหรือเทคโนโลยีอะไรที่มันทันสมัยขึ้น .. หรือเพราะการล่าอาณานิคม ..
หรือเพราะการปฏิวัติอุตสาหกรรมหรอก .. มันเป็นเพราะมนุษย์เรานี่แหละ .. โดยเฉพาะมนุษย์ที่มีความคิดเช่นคุณ เป็นต้น
แล้ววันหนึ่งที่มนุษย์ถูกคุกคาม หรือถูกล่าบ้าง .. หวังว่าวันนั้น คุณคงจะจำคำพูดของตนเองในวันนี้ได้ ...
ดีใจค่ะที่คุณtzero เป็นคนห่วงใยโลกของเรา
อยากของชวนคุณtzero อ่านบันทึกอื่นๆใน blog นี้ด้วยค่ะ
ถ้ารู้จักกันมากขึ้นคุณtzero อาจจะโมโหน้อยกว่านี้หน่ะค่ะ
น่าจะได้เห็นว่า เราก็พวกห่วงโลกเหมือนกันนี่แหละค่ะ
แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างระวังที่จะมีผลกระทบต่อโลกใบนี้มากๆด้วยเช่นกัน
แต่การมองจากมุมต่างๆกันก็จะทำให้มีปฎิกิริยาต่างกันเท่านั้นเองค่ะ
ชอบความเห็นของคุณ chadiouschamp มากเลยค่ะ คุณtzero อ่านความเห็นคุณchadiouschamp แล้วคิดอย่างไรบ้างคะ
อีกอย่างคือเห็นด้วยมากๆค่ะว่ามนุษย์เรานี่แหละคือตัวตันเหตุตัวดี
พวก inuit เค้าก็บอกเสมอว่า การใช้ถุงพลาสติกอย่างที่ใช้ๆกันอยู่นี่ทำอันตรายต่อแมวน้ำพวกนี้พอๆกันเลยค่ะ
แล้วมนุษย์ก็ถูกคุกคามกันอยู่ทุกวันนี้แล้วค่ะ เป็นเพราะตัวมนุษย์เองนี่แหละค่ะ
นี่แหละค่ะ แก่นของบันทึกนี้ มันเป็นเรื่องความเลวของคนด้วยกันเอง คนที่คิดว่าตัวเองดีกว่าคนคนอื่น ดีกว่าสัตว์ชนิดอื่น
นี่แหละค่ะปัญหา อีกอย่างที่คิดต่างกับคุณ tzero ที่บอกว่าการล่าอาณานิคมไม่เกี่ยวนี่
ขอค้านสุดใจขาดดิ้นเลยค่ะ ว่า การล่าอาณานิคมนี่แหละที่ทำให้มีผลต่อความคิดคน การเห็นว่าคนอื่นต่ำกว่าเรา
ไดโนเสาร์ ป่าเถื่อน แต่มันก็ผ่านมาแล้ว อยู่ก็แต่ว่าจะทำให็โลกเราน่าอยู่ขึ้นกว่านี้ได้อย่างไรในวันนี้ และ ในอนาคต
เอามาแปะให้ดูเพื่อคุณ tzero อ่านข้ามไปนะคะ
--------------------------------------------------------------------
* ผู้เขียนต่อต้านแนวความคิดที่ว่า มนุษย์ใหญ่ที่สุด เป็นผู้จัดการดูแลส่วนอื่นของธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรได้โดยมองว่าตัวเองเป็นเจ้าของโลก
* ผู้เขียนสนับสนุนแนวความที่ว่า เราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลก พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
* การแก้ปัญหาเรื่องนี้ควรวางอยู่บนรากฐานนี้
-------------------------------------------------------------------
อาจจะนานแล้วนะคับ แต่ผมเพิ่งมาอ่านเจอ ผมชอบความความคิดเห็นของคุณ foxzjr มากคับ เป็นคนมีความคิดที่ดี....แต่ทางตรงข้ามผมสงใสความคิดเห็นของ คุณหมอมากคับ แบบว่าคำพูดกลับไปกลับมา อ่านแล้วงง ว่าไม่เข้าใจว่าอยู่ข้างไหนกันแน่ แบบเหมือนไม่ค่อยชัดเจน
สวัสดีค่ะ
ไม่กลับไปกลับมาค่ะ ก็ยังคิดเหมือนเดิม และคนที่คิดคล้ายกันมากที่สุดเท่าที่เม้นท์มาคือคุณ chadiouschamp
การที่คิดว่าคำตอบมาแค่ 2 ข้าง 2 ฝ่ายนี่อันตรายมากค่ะ
บันทึกนี้ตั้งคำถามให้ฉุกคิดเท่านั้นค่ะ ว่าเหตุผลของแต่ละคนที่ต่อต้านหรือไม่ต่อต้านนั้นเป็นเพราะอะไรกันแน่
ถ้าแต่ละคนมีการค้นหาข้อมูลจากหลายๆด้าน มีการไตร่ตรองได้ด้วยตนเองแล้ว
จะตอบว่าอย่างไรก็เป็นเพื่อนร่วมโลกกันได้อยู่ดีค่ะ
สังเกตมั้ยคะว่าผู้เขียนใช้คำว่าไม่ต่อต้าน แต่ผู้เขียนเคยกินผลิตภัณฑ์แมวน้ำหรือไม่ ก็ไม่ และไม่ไปขวนขวายหา
แต่ก็ไม่รู้สึกโกรธพวก Inuit เลยที่เค้าใช้ชีวิตแบบนั้น เพราะเห็นพฤติกรรมคนขาวที่ไปทำให้วิถีเค้ารวน
พอเห็นคนขาวมาทำเป็นเหนือกว่า ว่าเค้าก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ยุตธรรมเท่านั้นเองค่ะ
ถ้าคนไทยเราทราบข้อมูลทางประวัติศาสตร์มากๆ รู้วิถีชุมชน น่าจะเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์พอๆกับที่เมตตาต่้้อเจ้าสัตว์หน้าตาน่ารักตัวนี้
ถ้าได้ทำการไตรตรองแล้ว มีคำตอบของตัวเองแล้ว เราอาจจะแบ่งได้เป็น 5 ฝ่าย 7 ฝ่ายก็ได้นะคะ
ไม่ใช่แค่ 2 ฝ่าย 2 ข้าง : )
polarization การแบ่งขั้วมันทำร้ายโลกเรามามากแล้วค่ะ มาช่วยกันหาคำตอบให้ตัวเองอย่างมีสติ แล้วก็อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติ
ทั้งคนทั้งสัตว์ ใช้ชีวิตทุกวันให้สมกับสิ่งที่ตนเองเชื่อ
อย่างที่บอกคือ ผู้เขียนยอมรับและยกย่องคนที่พูดแล้วทำ เป็นมังสวิรัติ หรือ มีเมตตากับคนรอบข้างกับสรรพสิ่ง
ทิ้ง carbon foot print ต่ำๆ ถ้าพูดด้วยทำด้วย รักแมวน้ำด้วย รัก Inuit ด้วย
โจมตีแต่นายทุนใหญ่ๆที่เอาเปรียบก็เห็นด้วยค่ะ
แต่ถ้าว่าแต่ Inuit ว่าป่าเถื่อน ให้ย้ายที่อยู่ และต่อต้านเพราะเห็นว่าแมวน้ำน่ารักกว่าหมู ไก่ วัว ปลา ที่เราทานๆกันทุกวันหล่ะก็
ไม่เห็นด้วยค่ะ
ที่ดิฉันต่อต้านการล่าแมวน้ำไม่ใช่เพราะว่ามันหน้าตาน่ารักดี??แต่เพราะการที่นำเอาหนังแมวน้ำไปทำเสื้อผ้ามันจำเป็นหรือค๊ะ
เสื้อผ้าอื่นๆก้มีทำไมต้องมาล่าลูกแมวน้ำด้วย ปล่อยให้มันตายตามธรรมชาติดีกว่าจะให้มันตายด้วยมือของมนุษย์
นี่หรือมนุษย์ที่เรียกว่าสัตว์ประเสริญ???....