พักหลังๆ เริ่มมาสนใจธรรมะ หลังจากที่ทำตัว “ต่อต้าน” มาหลายปีในช่วงวัยรุ่น สาเหตุสำคัญก็คงเป็นเพราะคิดว่าธรรมะแบบเปลือกๆ เช่นการไปวัด หรือวัตถุมงคล หรือการนับถือพระหรือตัวบุคคลอย่างงมงาย ขัดแย้งกับแก่นพุทธศาสนาโดยสิ้นเชิง อีกสาเหตุคือความเชื่อส่วนตัวว่า ถ้าคนบรรลุธรรม (aka นิพพาน) กันเยอะๆ โลกจะไม่เจริญ เพราะทุกคนจะปล่อยวาง ไม่ผลักดันให้เกิดความก้าวหน้า
แต่พอเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น ก็พบว่าเหตุผลที่สองนั้นไม่จริง หลังจากได้ฟังคำอธิบายของอาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) ที่สรุปสั้นๆ ว่า ถ้าเรารู้ตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ ก็บรรลุธรรม มองเห็นความจริง และมีความสุขได้ทั้งสิ้น เช่น กำลังพิมพ์ก็รู้ว่านิ้วกำลังขยับ อ่านหนังสือก็รู้ว่าตากำลังจับอยู่ที่ตัวอักษร ยุงกัดก็รู้ว่ายุงกำลังกัด หรือแม้แต่มีเซ็กซ์ก็รู้ตัวตลอดเวลา (ไม่บ้าเลื่อนลอย) นั่นแปลว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน สภาพแวดล้อมอย่างไร ก็ “ปฏิบัติธรรม” ได้ โดยการฝึกความรู้ตัวตลอดเวลา หรือการดำรง “สติ” นั่นเอง นั่นทำให้เรารู้ว่า กำลังเกิดอะไรกับตัวเรา เข้าใจความเป็นเหตุเป็นผล และตระหนักว่าเรากำลัง “จะทุกข์” (ทุกข์ = ปล่อยให้อารมณ์นำพา) และระงับความทุกข์ได้โดยเพียง “รู้เท่าทัน” มัน
(Copy มาจากบล็อกเดิมของผมที่ wordpress)


เมนูของ guopai





เมื่อ ส. 12 เม.ย. 2551 @ 21:08
607321 [ลบ]
สาธุ! ^_^
ขอให้มีสติรู้ตัวตลอดเวลานะคะ