หลายเดือนก่อน ได้อ่าน New Scientist ฉบับหนึ่ง มีการเขียนถึงหนังสือที่ตีพิมพ์ที่อังกฤษมาร้อยกว่าปีแล้ว ชื่อเรื่อง “สังคมที่ผู้คนเต็มใจกินยาพิษร่วมกัน” (The Mutually Poisoning Society) เนื้อหาหลักๆ ก็คือการเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าอาหารการกินของคนอังกฤษในสมัยนั้นมันเต็มไป ด้วยสารพิษ ผู้ผลิตอาหารต่างเจือสารปนเปื้อนเพื่อลดต้นทุน ในขณะเดียวกันก็บริโภคอาหารที่ตนไม่ได้ผลิตแต่ซื้อมาจากพ่อค้าคนอื่น ที่ใส่สารพิษเช่นกัน
หนังสือเล่มนั้นเป็นแรงกระตุ้นให้รัฐบาลอังกฤษในสมัยนั้นออกกฎหมายความ ปลอดภัยอาหาร เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่ขายกันในท้องตลาด
จากเวลานั้นมาถึงตอนนี้ สภาพก็ยังเป็นอย่างเดิมอยู่ อาหารที่ขายทั่วๆ ไปเจือปนสารพิษแทบทั้งนั้น ผักเต็มไปด้วยสารพิษ ยาฆ่าแมลง (ยกเว้นผัก Organic แพงๆ ในห้าง) อาหารสำเร็จรูปใช้เครื่องปรุงไม่สด แม่ค้าใส่อาหารร้อนๆ ในถุงพลาสติกและโฟม (ที่บางครั้งเห็นรอยไหม้เว้าเป็นร่องตอนเปิดออกมาดู) ร้านอาหารแทบทุกที่ใช้ผงชูรสปริมาณมหาศาล ซึ่งบ่อยครั้งก็เป็นชูรสปลอม บางที่ถึงกับใส่ลงในข้าวสวย คนอีสานใช้น้ำตาลในอาหารทุกอย่าง จนเกิดปรากฏการณ์การเป็นเบาหวานกันถ้วนหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ระยะหลังๆ ผมพยายามทำอาหารทานเอง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากรักษาสุขภาพ อีกส่วนก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวได้ อีกส่วนก็เป็นความสุขที่ได้ทำและกินอาหารที่เราเลือกได้ว่าจะให้มีคุณภาพและ รสชาติเป็นอย่างไร ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจากผมทำอาหารกินเองได้ไม่นาน พอไปกินข้าวแกงข้างนอก จะเกิดความรู้สึกเอียนๆ เหมือนที่คนกินมังสวิรัติรู้สึกเมื่อต้องกินเนื้อ
หรืออาหารที่เราซื้อกินทุกวันเหล่านั้น ก็คือยาพิษที่คนในสังคมเต็มใจกินร่วมกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาและขาดความรู้ตัว?
(Copy มาจากบล็อกเดิมของผมที่ wordpress)


เมนูของ guopai





เมื่อ ส. 12 เม.ย. 2551 @ 19:15
607210 [ลบ]
สวัสดีครับ
สังคมที่ผู้คนเต็มใจวางยาพิษร่วมกัน
เมื่อ อา. 13 เม.ย. 2551 @ 07:55
607648 [ลบ]