สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
ประกาศ: UKM 14 ที่ ม.มหาสารคาม เลื่อนเป็นวันที่ 9-10 ม.ค. 2552
Chitpong's Inner Thought
ชิตพงษ์ กิตตินราดร
P ชิตพงษ์ กิตตินราดร
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 259
ความงามและความเป็นมนุษย์ของเกม Final Fantasy

เมื่อกี้ได้ดูวิดีโอจาก YouTube เป็น concert เพลงจากเกม Final Fantasy เลยหวนระลึกความประทับใจและความทรงจำที่มีต่อเกมนี้

จะว่าไป ตัวตนของผมที่เป็นอยู่ตอนนี้ ได้รับอิทธิพลจากสื่ออยู่ 2-3 เรื่อง เรื่องแรกคือหนังสือของ Isaac Asimov เรื่องที่สองคือหนังสือของ Haruki Murakami และเรื่องสุดท้ายคือเกม Final Fantasy ภาค 7-9 หนังสือของ Asimov และเกม Final Fantasy ผมอ่าน/เล่นตอนเรียนช่วงมัธยมปลาย ส่วน Murakami เพิ่งมาอ่านตอนเรียนมหาวิทยาลัย

เกม Final Fantasy เป็นเกม RPG (Role Playing Game) หมายความว่าผู้เล่นสวมบทบาทเป็นตัวละครในเกม และต้องพบเหตุการณ์ต่างๆ ตามท้องเรื่อง ต้องแก้ปัญหา สะสมประสบการณ์ ต่อสู้ เพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์บางอย่างของเกม

Final Fantasy VII - Aeris

ความพิเศษของ Final Fantasy ก็คือ เนื้อเรื่องจะพัฒนาไปเรื่อยๆ เป้าหมายที่เราเห็นตอนแรกจะไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง แต่ตัวละครจะพบเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของตัวละครคลี่คลายไปในทางที่สุดยากจะ คาดเดา เช่นใน Final Fantasy 7 ตอนแรกตัวละครเอกชื่อ Cloud เป็นสมาชิกแก๊งที่ต้องการโค่นบริษัท Shinra ซึ่งทำธุรกิจผูกขาดสินค้าและบริการพื้นฐานในเมืองแทบทุกอย่าง สุดท้ายก็พบว่า แท้จริง บริษัทนี้มีความเกี่ยวพันกับแผนครองโลกและความชั่วร้ายในระดับใหญ่กว่ามาก ซึ่งเหตุการณ์ก็ทำให้ตัวเอกต้องดั้นด้นไปปราบความชั่วร้ายเหล่านี้ให้สิ้น ซาก

ความพิเศษที่สองก็คือ เนื้อหาของ Final Fantasy นอกจากจะเน้นคุณธรรม ความรู้สึกของการเป็น Hero แบบเงียบๆ ยังเน้นความสัมพันธ์และความผูกพันของเพื่อนร่วมเดินทาง และความรักที่พัฒนาไปพร้อมๆ กับการเดินทางของตัวละคร บ่อยครั้งที่เรื่องราวความสัมพันธ์เหล่านั้นจะลึกซึ้งและแยกไม่ออกกับ “ความดี” ในตัวละคร ที่ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือการต้องการขจัดความชั่วร้ายและฟื้นฟูโลก ที่ดี

คิดๆ มาถึงตอนนี้ ก็พบว่า Theme หลักของเนื้อเรื่องใน Final Fantasy มักจะเป็นโลกที่อารยธรรมกำลังเสื่อมสลาย เพราะความชั่วร้ายที่มาจากทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งถ้าตัวละครในเกมไม่ทำอะไรสักอย่าง โลกก็ต้องเป็นอันพินาศ

อันที่จริง ตัวละครไม่ได้มีสิทธิ์เลือกเท่าไหร่ว่าจะช่วยโลกหรือไม่ แต่ทุกครั้งก็พบว่า เมื่อตัดสินใจกู้โลกแล้ว แรงผลักดันจากความดีภายในจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้พวกเขาทำภารกิจจนถึงที่สุด

และเมื่อถึงที่สุดนั่นเอง ตัวละครบางตัวอาจต้องสละแม้กระทั่งชีวิต หรือวิญญาณ เพื่อรักษาสิ่งที่ใหญ่กว่าและสำคัญกว่า นั่นคือโลกและชีวิตที่ดี มีความสุข

อีกส่วนของเกมที่ผมประทับใจมาก คือเพลงประกอบ คนแต่งชื่อ Nobuo Uematsu เป็นคนที่ผมชื่นชมมากคนหนึ่ง เพราะมีวิธีการดำเนินชีวิตที่ “เป็นสุข” โดยเขาพูดไว้ในบทสัมภาษณ์ เมื่อมีคนถามว่า เมื่อไหร่บ้างที่คุณรู้สึกมีความสุข? Nobuo ตอบว่า ผมรู้สึกมีความสุขตลอดเวลา เพราะผมได้ทำในสิ่งที่ชอบ (แต่งเพลง Final Fantasy) นี่เป็นคำตอบง่ายๆ ที่กระชากใจผมมาก เพราะมีไม่กี่คนในโลกหรอกที่สามารถทำเช่นนั้นได้จริงๆ

และทัศนคติเชิงบวกนี้เองทำให้เพลงประกอบ Final Fantasy มีชีวิต อ่อนไหว และงามอย่างบอกไม่ถูก

(Copy มาจากบล็อกเดิมของผมที่ wordpress)

สร้าง: ส. 12 เม.ย. 2551 @ 18:12   แก้ไข: ส. 12 เม.ย. 2551 @ 18:12   ขนาด: 7390 ไบต์
ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.56
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก