เพิ่งสังเกต ตัวเองว่ามีปัญหาทั้งอาการนอนมากเกินไปและอาการนอนไม่หลับ ช่วงไหนที่เหนื่อยและไม่มีอะไรแปลกใหม่ในชีวิตจะต้องการนอนมาก (10 ชั่วโมงต่อคืน) ส่วนช่วงไหนที่มีเรื่องน่าตื่นเต้นให้คิด เรื่องยากๆ ให้แก้ปัญหา ช่วงนั้นจะนอนไม่หลับ หรืออาจจะพูดว่า นอนสาย จะดีกว่า เพราะไม่สามารถหลับได้ก่อนตี 3 แต่จะตื่นอีกที 9 โมงเช้าหรือสายกว่านั้น
ช่วงนี้ผมเข้าสู่ช่วงนอนไม่หลับครับ นอนประมาณตี 3 ติดกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว เหตุผลหลักๆ คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่กำลังคิดวางแผนโครงการใหม่อยู่ ซึ่งเป็นโครงการที่ผมมีความรู้สึก “in” มากๆ เป็นการส่วนตัว และอยากทำมาตั้งนานแล้ว ผลของการนอนไม่หลับก็คือร่างกายเสียสมดุล ไม่สบายง่าย (แต่กลางวันก็ไม่ง่วงถ้าตื่นหลัง 9 โมง) อาหารไม่ย่อย
แต่สิ่งที่ได้มาคือแนวคิดดีๆ ที่ได้มาจากการมีเวลาเหลือเฟือคิด คิด และก็คิด ซึ่งวัตถุดิบในการคิดก็มาจากทั้งการคิด การอ่าน และการคุยในเวลาที่ตื่น
ผมไม่แน่ใจว่าการปล่อยวางจิตแล้วให้ความคิดบังเกิดขึ้นมาในชั่วขณะ จะดีหรือด้อยกว่าการหมกมุ่นคิดแล้วคิดอีกไม่ยอมปล่อย ผู้รู้หลายท่านบอกอย่างแรกคือเป้าหมายสูงสุด แต่ถ้ายังทำไม่ได้ หรือยังไม่ถึงเวลาที่จะทำได้ การคิด คิด คิด จนนอนไม่หลับก็อาจจะช่วยให้เกิดผลที่นำไปใช้ในการพัฒนาสิ่งต่างๆ ได้ ดีกว่าการเฉื่อยๆ เฉยๆ ที่ถึงแม้จะสบายดี แต่ไม่ได้ช่วยให้คนอื่นสบายขึ้น
(บันทึกนี้เขียนตอนตีหนึ่งครึ่งครับ… เหอๆ)
(Copy มาจากบล็อกเดิมของผมที่ wordpress)


เมนูของ guopai




