สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
Chitpong's Inner Thought
ชิตพงษ์ กิตตินราดร
P ชิตพงษ์ กิตตินราดร
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 391
ปัญญาที่หายไป (และทำยังไงให้ไม่หาย)

ผมเคยจินตนาการ ว่ากำลังยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือของปราชญ์ท่านหนึ่ง ในชั้นประกอบด้วยงานเขียนทั้งที่เป็นหนังสือ จดหมาย และบันทึกลายมือ กระดาษเป็นสีเหลืองกรอบ ฝุ่นจับหนา

ฉับพลันนั้น ผมร้องไห้ เพราะทั้งปีติที่ได้เห็นกองความรู้ (ที่กลั่นออกมาแล้ว) ขนาดมหาศาล และสะเทือนใจ ที่หนังสือเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ในห้องเล็กๆ นั่น และตายไปพร้อมๆ กับชีวิตของปราชญ์ท่านนั้น

จุดก้าวกระโดดที่ทำให้มนุษยชาติมีความรู้กันถ้วนหน้าโดยฉับพลัน คือการประดิษฐ์แท่นพิมพ์ Gutenburg ที่ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงความรู้และข้อมูลได้ง่าย พอมาถึงตอนนี้ อินเทอร์เน็ตเป็นก้าวกระโดดก้าวที่สอง ที่ลดปราการการเข้าถึงความรู้ แต่สิ่งที่เราเห็นบนอินเทอร์เน็ต (โดยเฉพาะในไทย) คือข้อมูลขยะและความรู้ปลอม (Pseudo-science) การเผยแพร่อบายมุขและการแสดงออกอย่างไร้สำนึก อินเทอร์เน็ตในฐานะ “พาหะ” ในการเผยแพร่และกระจายความรู้ กลับถูกใช้ไปอีกทาง

คำถามคือ จะทำอย่างไรให้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้และปัญญาอย่างแท้จริง?

ผมจินตนาการถึงระบบที่บันทึกความรู้ที่เป็นข้อมูล เช่น งานวิจัย สถิติ และความรู้ที่เป็นทัศนะอัน ทรงภูมิ ของ “ปราชญ์” หรือผู้รู้ในสายนั้นๆ และเผยแพร่ให้ใครก็ได้สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ เป็นจุดตั้งต้น และแรงบันดาลใจที่จะศึกษาหาความรู้ในเรื่องนั้นๆ ต่อไป

ดังนั้น ถ้าคุณอยากรู้เรื่องเกษตรปราณีต คุณอาจไม่ต้องไปถามดอกเตอร์ด้านการเกษตร แต่ไปถามเกษตรกรที่ทำเรื่องนี้จริงๆ

ผมจินตนาการถึงระบบที่บันทึกความรู้และทัศนะที่ปราณีต คือ มีหลักคิดที่ชัดเจน ลึกซึ้ง หลักแหลม และรอบด้าน ไม่ใช่ความรู้แดกด่วนที่ได้มาจากการตัดแปะ

ผมจินตนาการถึงระบบที่เมื่อคนเข้ามาใช้ อ่าน ดู แล้วจะเกิดแรงบันดาลใจให้คิดต่อ ค้นต่อ ศึกษาต่อ และแลกเปลี่ยนความสนใจนั้นกับคนอื่น

บางคนอาจจะบอกว่า wikipedia คือคำตอบ แต่ที่ผ่านมาเราก็รู้กันว่าแนวคิด the wisdom of crowds ใช้ได้กับสังคมที่คนกระตือรือร้นและเป็นฝ่ายรุก และคนส่วนมากมีปัญญาความคิดพอสมควร

แต่นั่นไม่ใช่ลักษณะของสังคมไทย

หากเราเชื่อเรื่องทางสายกลาง ผมคิดว่าแนวคิดการทำระบบเก็บข้อมูลและความรู้ของผู้รู้ ตามประเด็นที่น่าสนใจ ผสานกับการให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกประเด็น ถกเถียง แลกเปลี่ยน น่าจะเป็นคำตอบที่สมดุลของการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อพัฒนาความรู้และปัญญา ในบริบทของประเทศไทย

นี่คือสิ่งหลักๆ ที่ผมอยากจะทำให้สำเร็จก่อนตาย

และเรากำลังวางแผนที่จะทำจริงๆ ครับ อ่านเพิ่มเติมที่บันทึก การเก็บปัญญาดิจิตอลของคนไทยไว้เพื่อคนในอนาคต (และปัจจุบัน) ของคุณสุนิตย์ได้เลย

(Copy มาจากบล็อกเดิมของผมที่ wordpress)

สร้าง: ส. 12 เม.ย. 2551 @ 21:26   แก้ไข: ส. 12 เม.ย. 2551 @ 21:26   ขนาด: 6613 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. wwibul
เมื่อ ส. 12 เม.ย. 2551 @ 22:19
607378 [ลบ]

"ความรู้และทัศนะที่ปราณีต คือ มีหลักคิดที่ชัดเจน ลึกซึ้ง หลักแหลม และรอบด้าน ไม่ใช่ความรู้แดกด่วนที่ได้มาจากการตัดแปะ"

  • สุดยอดครับ
P
2. ณัฐิกานต์ บุญวัฒนพงศ์
เมื่อ อา. 13 เม.ย. 2551 @ 05:04
607567 [ลบ]

คุณเชื่อไหมว่าคลังสมองในมนุษย์นี้แหละคือแหล่งสะสม ปัญญาที่ดีที่สุด เพียงรักษาสภาพสมดุลของชีวิตให้ดี มีคุณค่า ต่อองค์ความรู้จะกี่ภพ กี่ชาติปัญญายังติดตรึงมาตลอด มีงานวิจัยหลายชิ้นว่าไว้ การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ตลอด หลัก สุ จิ ปุลิ หัวใจนักปราชญ์ ความรู้ไม่ไกลจากเรา อยู่ที่พฤติกรรมการเรียนรู้และลึก คงทนถาวร อยู่ที่ความใฝ่รู้ เป็นเรื่องที่สุดยอดจริงๆ ค่ะ

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.103.63.59
  เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
ข้อความ:
 
รหัสสุ่ม: (ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน)
  ยกเลิก