วันก่อนไปเยี่ยมอาจารย์ธวัชชัยที่หาดใหญ่เพื่อไปทำ proposal ด้วยกัน ก่อนกลับมีโอกาสสนทนา "ธรรม" กันนิดหน่อย (คำเตือน: บทสนทนาจริงไม่ได้ใช้คำหรูหราแบบนี้ การใช้ถ้อยคำหรูหรามีไว้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น!)
ชิตพงษ์: ผมคิดว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่ในโลกที่อารยธรรมกำลังถดถอย มนุษย์ไม่ได้สร้างสรรค์มากเท่าทำลาย คุณค่าและความเป็นอารยะกำลังเสื่อมคลาย
ธวัชชัย: ใช่ ในอนาคตถ้าเรามองย้อนกลับมา เราน่าจะเรียกยุคนี้ว่า "ยุคมืด"
ชิตพงษ์: งั้นอย่างนั้นจะมี renaissance (ยุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม) ไหมครับ
ธวัชชัย: ผมเชื่อว่าพ้นยุคมืดต้องเข้าสู่ยุคฟื้นฟูฯ เพราะพัฒนาการของทุกสิ่งมีวัฏจักร มีเกิดย่อมมีดับ ยุคสมัยและแนวโน้มของโลกก็เช่นกัน เมื่อมีความเสื่อมย่อมมีความเจริญ
ชิตพงษ์: แล้วเมื่อไหร่จะถึงยุคฟื้นฟูฯ
ธวัชชัย: ผมว่าอีก 2-300 ปี
ชิตพงษ์: อืม...แล้วอะไรทำให้โลกส่งผ่านจากยุคมืดสู่ยุดฟื้นฟูฯ ได้ล่ะครับ
ธวัชชัย: ผมคิดว่าการที่คนจำนวนมากขึ้นตระหนักถึงคุณค่าร่วมบางอย่าง เช่น การต่อสู้กับภาวะโลกร้อน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม...
ชิตพงษ์: นั่นคือวัฒนธรรมกระแสรองทั้งหลาย
ธวัชชัย: ใช่ วัฒนธรรมกระแสรองเกิดขึ้นเพื่อเป็นคำตอบต่อปัญหากระแสหลัก คำตอบเหล่านั้นจะเสียงดังมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันขยายตัวสู่คนจำนวนมากขึ้น...
อันที่จริงผมไม่เคยคิดถึงยุคฟื้นฟูจริงๆ จังๆ มาก่อน มานั่งคิดๆ ก็ยิ่งเห็นว่า ถ้าเราสามารถทำให้เสียงที่สองกลายเป็นเสียงแรกได้ ย่อมเป็นโอกาสที่จะพาโลกหวนกลับสู่ "อารยธรรม" อีกครั้ง ลองคิดดูว่าถ้ามีคนจำนวนมากพอที่ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างจริงๆ จังๆ และเรียกร้องให้รัฐบาลของตนดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับปัญหาที่เป็นจริง หรือการที่คนจำนวนมากพอมีการศึกษาและรู้เท่าทันสื่อกระแสหลัก และเรียกร้องให้สื่อกระแสหลักพูด "ความจริง" ที่ไม่บิดเบือนเพื่อเอาใจตลาด
และผมเชื่อว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะนำพา "กระแสรอง" สู่ "กระแสหลัก" ได้


เมนูของ guopai





เมื่อ พ. 16 เม.ย. 2551 @ 07:20
611059 [ลบ]
ฟังคำว่า "สนทนาธรรม" แล้วดูหรูจริงๆ ครับ แหะๆ
แต่ถ้า "ธรรม" หมายถึง "ธรรมดาอันจะเกิดขึ้น" นี่ดีมากครับ ยุคฟื้นฟูจะต้องเกิดขึ้นในไม่ช้า เมื่อข้อเสียของยุคมืดเปิดเผยตัวออกมาเรื่อยๆ ครับ