หากเป็นบางคนอาจเป็นบ้า ฆ่าคนตาย หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายไปแล้ว

    ผมมีเพื่อนรักที่รู้ใจกันมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เขาเป็นตัวของตัวเองมาก แม้คนจะชื่นชมว่าเรียนเก่ง มีประสบการณ์ชีวิตแห่งการเรียนรู้ทั้งในอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และอีกหลายๆที่ในโลก แต่เขาก็ไม่เคยทะเยอทะยาน  มุ่งทำงานรับใช้องค์กร รับใช้สังคม ดูแลญาติพี่น้องลูกหลานอย่างดีนับวันยิ่ง มีแต่ให้ ให้ ให้ .. และค่อนข้างจะเป็นคนเชื่องช้า เฉื่อยแฉะ แต่ไปอยู่ไหนใครก็รัก และรักแน่น รักนานด้วย

    บอกชื่อก็ได้ครับ เขาชื่อ ชัยรัตน์  กันตะวงษ์ ครับ.. เจอกันทีไรเรามีเรื่องคุยต่อยอดกันไปไม่มีเบื่อ มีเรื่องแปลกๆเล่าสู่กันฟังสม่ำเสมอ

    วันหนึ่งมีเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผอ.โรงเรียน บอกเขาว่า .. ” มรึงนั้น เรียนก็เก่ง ทำอะไรมาก็เยอะ .. น่าจะไปได้ไกลและก้าวหน้ากว่านี้นะ ” เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า เขาตอบกลับไปสั้นๆว่า .. ” ไปของมรึงคนเดียวเถอะ

    เพื่อนผมทำงานมาก มิตรมาก คนรักมาก แต่ไม่มีตำแหน่งอะไร เพราะดูเขาจะไม่ใส่ใจ ความสำเร็จเปลือกๆ เหล่านั้นเอาเสียเลย เราเป็นเพื่อนซี้กันก็คงด้วยเหตุนี้ครับ

    ชีวิตผมเองมีเรื่องหนักๆผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย ทำอะไรแล้วสำเร็จมากก็มี พลาดมาก็เยอะ .. ดูแล้วไม่มีทางจะได้รับยกย่องเป็นศิษย์เก่าดีเด่น หรือเป็นบุคคลตัวอย่างที่ไหนได้ แต่ขอยืนยันว่า ผมพอใจชีวิตตัวเองมาก และรู้สึกเสมอว่าตัวเอง เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตสูงมาก

    ผมได้สำเร็จในการเรียนรู้ที่จะสู้กับปัญหาใหญ่น้อยมากมาย  สำเร็จในการปรับจิตใจให้อยู่ได้ในสถานการณ์เลวร้าย ที่หากเป็นบางคนอาจเป็นบ้า ฆ่าคนตาย หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายไปแล้ว .. ผมเฉยๆได้ ทั้งกับการได้มา และ การสูญเสีย .. ฯลฯ 

     จึงขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า .. ความล้มเหลว หรือเรื่องเลวร้ายที่คนเราได้พบ และผ่านมันไปได้ด้วยรอยยิ้มนั้น .. มีคุณค่ามหาศาล เพียงแต่พวกเรา หลงอยู่ในกรอบความคิดบางอย่างมากเกินไป จึงไม่อาจใช้ประโยชน์ที่เกิดจากความล้มเหลวของคนเราได้

     จริงมั้ยครับพี่น้อง