ผมผูกพันกับสวนโมกข์ค่อนข้างมาก ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา เส้นทางชีวิตที่ไม่ได้กำหนดเอง แต่เป็นเพราะคุณพ่อที่เคารพรักเป็นผู้เลือกให้ ทำให้ผมน้อยใจและผิดหวังอยู่ไม่น้อยในระยะแรก
บ้านผมอยู่ห่างตัวอำเภอไชยาไปทางตะวันตกประมาณ ๙ กิโลเมตร จบป.๔ ที่โรงเรียนใกล้บ้านแล้วก็ต้องมาเรียนต่อในตัวอำเภอ เป็น ป. ๕ รุ่นแรก ถนนยังไม่มี จะเดินไป-กลับวันละ ๑๘ กิโลเมตรก็คงไม่ไหว จึงต้องมาอาศัยอยู่ในตัวอำเภอเพื่อเรียนต่อ ความจริงเราก็มีบ้านพี่ชายคนโตซึ่งแต่งงานมีครอบครัวอยู่ไม่ไกลอำเภอ และบ้านน้าชายที่ใกล้ชิดเหมือนพ่อคนที่สองอยู่ใกล้ตลาดไชยา แต่คุณพ่อกลับให้ผมไปอยู่วัด เป็นเด็กวัด ที่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกคือเลือกเอาวัดชยารามที่มีท่านพระครูสุธนธรรมสารเป็นเจ้าอาวาส (ท่านอาจารย์พุทธทาสเคยกล่าวว่าคือเพื่อนตายของท่าน) วัดอื่นมีทำไมไม่ให้เราไปอยู่ ผมคิดเช่นนี้ทุกครั้งที่เห็นเพื่อนๆที่อยู่วัดเหล่านั้น อยู่กันค่อนข้างสบาย เที่ยวเตร่ได้ค่อนข้างมาก ไม่ต้องลำบากเหมือนที่วัดของเรา พ่อเป็นคนพูดน้อย ไม่ได้บอกเหตุผลอะไร แต่คาดเดาได้ในตอนหลังว่าคงจะให้ผมได้เข้ามารับการฝึกความแข็งแกร่งและความเป็นคนที่สมบูรณ์ในสำนักนี้เป็นแน่ ความที่ผมเป็นลูกคนสุดท้องด้วยกระมังที่ทำให้พ่อตัดสินใจเช่นนั้น เพราะอยู่บ้านทำอะไรก็เหยาะๆแหยะๆ ไม่ค่อยต้องรับผิดชอบกับอะไรจริงจังมากนัก เดี๋ยวก็แม่บ้าง พี่สาวบ้าง พี่ชายบ้างช่วยกันโอ๋
ที่วัดชยารามผมเริ่มแปลกใจว่าทำไมเด็กวัดทั้งที่เป็นรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันจึงมีแต่ลูกครู และข้าราชการเป็นส่วนมาก ลูกผู้พิพากษาก็มี นึกอีกทีพ่อเราแม้จะเป็นชาวนาก็นับว่ามีวิสัยทัศน์ที่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน คิดอะไรแบบเดียวกับพ่อแม่ของเพื่อนๆเหล่านั้น
ชีวิตและความเป็นอยู่ที่วัดชยาราม ทรหด หรืออาจเรียกตามความรู้สึกในตอนนั้นว่า "โหดมาก" ก็ได้ ทุกหัวค่ำต้องสวดมนต์ทำวัตร เป็นบทสวดแบบแปลตามแบบฉบับของสวนโมกข์ แม้ว่าจะสวดตอนหัวค่ำแต่ก็สลับวันกันไประหว่างบทสวดทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น แรกๆก็ใช้หนังสือ แต่ตอนหลังก็จำกันได้เกือบทุกคน สวดมนต์เสร็จต้องมารวมตัวกันอ่านหนังสือ ทำการบ้านที่โรงฉันโดยมีท่านอาจารย์พระครูสุธนคอยสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด ผมเคยโดนไม้เรียวฟาดก้น เหตุเพราะท่านเดินเข้ามาหาแล้วถามว่าอ่านอะไร ผมตอบว่าเป็นหนังสือ เสรีภาพ (นิตยสารของสำนักงานข่าวสารอเมริกันในสมัยนั้น) ท่านพร่ำสอนว่าควรทำอะไร อย่างไร ก่อนลงไม้เรียวที่ก้นผม พร้อมด้วยคำว่า เสรีภาพ ๓ ครั้งตามเสียงไม้เรียว เจ็บและจำครับ ไม่ได้โกรธเพราะท่านไม่ได้ใช้อารมณ์ ตอนเช้าทุกคนต้องตื่น ตี ๕ มาอ่านหนังสืออีกรอบ ท่านจะเดินตรวจไปทุกกุฏิที่พวกเราอยู่ หากยังไม่ตื่นก็จะใช้ด้ามไม้กวาดกระทุ้งที่พื้นห้องเพื่อปลุก บางคนขี้เซามากโดนฟาดด้วยไม้เรียวทั้งๆที่อยู่ในมุ้งก็มี
ท่านอาจารย์พระครูสุธนฯ ขยันมากๆ มีฝีมือในการก่อสร้าง และเป็นนักอ่าน นักฟัง และติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ คอยอบรมสั่งสอนพวกเราทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่นหลังสวดมนต์ในวันพระ ที่ว่าไม่เป็นทางการเช่นตอนเราไปขอลาท่านกลับไปเยี่ยมบ้าน จำได้ว่าครั้งหนึ่งไปลากลับบ้านในขณะที่ท่านอยู่บนหลังคาส้วม กำลังง่วนอยู่กับการซ่อมเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคา พนมมือจนเมื่อยแล้วเมื่อยอีก กว่าท่านจะบอกว่าไปเถอะ เพราะก่อนถึงประโยคนั้นท่านจะสอนเรื่องความไม่เห็นแก่ตัว การสำนึกในบุญคุณพ่อแม่ ให้รู้จักทำงานแบ่งเบาภาระท่าน และ โทษของความขี้เกียจเป็นต้น คำฮิตติดหูคือ "อย่าเห็นแก่ตัว" ท่านเน้นย้ำอยู่เสมอ เรื่องความไม่เห็นแก่ตัวนี้ไม่ได้อบรมกันด้วยการบอกกล่าวเท่านั้น ท่านจะนำพวกเราทำงานหนักอยู่เสมอเช่นขุดดิน ลอกคูคลองทางเดินเข้าหมู่บ้าน ขุดสระน้ำ ซ่อมแซมถนน แทบทุกคืนวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่หัวค่ำท่านจะนำพวกเราออกทำงานดังกล่าว โดยใช้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นเครื่องให้ความสว่างในการปฏิบัติการ "เอาเหงื่อล้างอัตตา" ตามแบบฉบับของสวนโมกข์ ท่านย้ำบ่อยๆว่ากินข้าวของเขา ต้องรู้จักทำอะไรทดแทนบุญคุณ นอกจากนี้กิจวัตรหลักของพวกเราอีกอย่างคือการเดินเท้าไปสวนโมกข์ ระยะทางประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ขาไปก็หอบหิ้วของไปช่วยเสริมที่โรงครัวสวนโมกข์ ทั้งอาหารแห้งและพืชผักที่มี โดยเฉพาะดอกขี้เหล็กที่มีมากที่วัดของเรา ขากลับบางทีก็มีสะตอจากสวนโมกข์ติดมือมาเลี้ยงพระที่วัดชยาราม กิจกรรมที่ทำที่สวนโมกข์ได้แก่การจัดเรียงหินตามทางเดินขึ้นเขาพุทธทอง เทปูนในงานก่อสร้างตามจุดต่างๆ รวมทั้งโรงมหรสพทางวิญญาณที่เพิ่งจะก่อสร้างในตอนนั้น การไปล่องแพไม้ซุงมาใช้ในการก่อสร้างพวกเราก็ได้ทำ การเลื่อยไม้ซุงเป็นแผ่นไม้กระดานก็ได้ทำ แรกๆก็เมื่อยแขนมาก แต่นานๆเข้าก็เริ่มชิน
นอกจากการต้องมีวินัย และต้องทำงานหนัก หลากหลายรูปแบบแล้ว ทุกวันพระเด็กวัดชยารามต้อถือศีลอุโบสถ งดอาหารเย็น จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งผมอ่อนเพลียมากจนแทบจะออกไปเดินปิ่นโตตอนเช้าไม่ไหว อาหารเย็นของพวกเราในวันปกติเป็นเมนูที่หลายท่านอาจไม่เชื่อ หรือฟังแล้วอาจรู้สึกผะอืดผะอมขึ้นมาก็ได้ แต่รับรองว่าเป็นเรื่องจริง ไม่ได้ปรุงแต่งครับ คือเราจะเอากับข้าวทุกอย่างที่เหลือมาจากตอนกลางวันเทรวมกันในหม้อใบใหญ่ มีทุกอย่าง เช่นน้ำพริก แกงจืด แกงเผ็ด ของทอด และยำสารพัดชนิด นำมาต้มรวมกัน บางทีก็คั้นกะทิใส่เพิ่มและเติมน้ำปลาเข้าไปด้วย เราเรียกกันว่า "แกงรวม" เสร็จสรรพก็ตักราดข้าวแบ่งปันกันกินในหมู่อารามบอยของวัดนี้ .. กินเพื่ออยู่ กินเพื่อรับประโยชน์จากการกินครับ
เรื่องนี้ยังไม่จบครับ ยังมีเกร็ดชีวิตที่อยากเขียนอีก แต่เพราะมีงานที่ต้องรีบทำรออยู่ จึงต้องสมมติยุติลงด้วยเวลา เอ๊ะ แต่อ่านๆมาได้เห็นธรรม หรือการปฏิบัติธรรมบ้างหรือยังล่ะครับ ถ้าไม่มี หรือไม่เห็น ลอง Click ที่ Link ข้างล่างนี้ซิครับ ท่านจะได้ฟังเสียงของท่านอาจารย์พุทธทาส ตั้งแต่สมัย ปี พศ.๒๕๑๓ ในการอบรมพระนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็น File เสียงสั้นๆ ต่อๆกันไปครับ ขอให้ได้รับประโยชน์จากการอ่านและการฟังกันให้เต็มที่นะครับ
http://www.pantip.com/~buddhadasa/dhammasound1/Buffalo.html
สวัสดีครับ.


เมนูของ handyman





เมื่อ ส. 29 ต.ค. 2548 @ 16:39
4133 [ลบ]
ผมก็สนใจคำสอนของท่านมากนะครับ อย่างเช่นที่ได้เคยเขียนบันทึกไว้ ความกลัว, ความสุข, และ ความจริงของชีวิต #2 “คน”
ต่อไปคงได้อ่านอีกเยอะ ๆ นะครับ
เมื่อ ส. 29 ต.ค. 2548 @ 21:33
4137 [ลบ]
ขอสมัครเป็นสมาชิกติดตามแนวคิดอันดีงามและสร้างสรรค์ของท่านด้วยคน นะคะ
เมื่อ ส. 08 เม.ย. 2549 @ 16:14
20575 [ลบ]
เมื่อ พ. 07 มิ.ย. 2549 @ 14:09
38078 [ลบ]
สนใงนของท่านพุทธทาสมาก เขียนบ่อย ๆนะครับรออ่านอยู่
เมื่อ จ. 21 พฤษภาคม 2550 @ 18:53
267059 [ลบ]
เมื่อ อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 14:11
267908 [ลบ]
สวัสดีครับ
ไม่น่าเชื่อว่าผมจะแย่ขนาดนี้ อาจตื่นเต้นมากไปหรืออย่างไรไม่ทราบได้ .. บันทึกแรกแท้ๆ ไม่ตอบต้อนรับแขกเลย ผ่านไปร่วมปีครึ่งเข้าแล้ว
ขอบคุณ ครู บัว ทองกะไลย ที่ทำให้ผมได้ย้อนกลับมาพบความจริง และได้ตอบขอบคุณทุกท่านในวันนี้
เมื่อ ศ. 14 ก.ย. 2550 @ 10:45
384670 [ลบ]
เมื่อ ศ. 14 ก.ย. 2550 @ 23:44
385793 [ลบ]
คุณปัทมาครับ
ด้วยความยินดีครับ ขณะนี้ผมอยู่ที่ HoChiminh City ที่เวียดนาม จะกลับพรุ่งนี้แล้วครับ
หากสนใจการไปสวนโมกข์ให้ลองโทร.ไปคุยกับญาติสนิทผมที่นั่นดูได้เลย ไม่ต้องเกรงใจครับ บอกว่าผมแนะนำไปเป็น OK.
เมื่อ ส. 15 ก.ย. 2550 @ 00:01
385808 [ลบ]
ท่านอาจารย์
เมื่อ ส. 15 ก.ย. 2550 @ 00:11
385820 [ลบ]
สวัสดียามดึก คุณน้องในดวงใจ Miss somporn poungpratoom
เมื่อ ส. 15 ก.ย. 2550 @ 00:32
385832 [ลบ]
จ้าพี่จ๋า
ติดพ่อครูมาค่ะ เพราะพ่อชอบเรียกพระอาจารย์อ่ะ
เมื่อ ส. 15 ก.ย. 2550 @ 00:34
385835 [ลบ]
ว่านอน สอนง่าย ไม่ดื้อ อิ อิ อิ
คิดถึงนะ
เมื่อ อ. 25 ก.ย. 2550 @ 14:03
397553 [ลบ]
หวัดดีครับอาจารย์แก่น ตอนนี้โรงเรียนใกล้ปิดเทอมต้นงานก้ยิ่งมากขึ้นเพราะทาง สพท.มีการติดคามนิเทศน์จุดเน้นฯ6.ข้อของสพท.อย่างเอาจริงเอาจังและยิ่งใกล้สิ้นปีงบประมาณอีกด้วยงานก็มากหน่อยทำให้ครูอายุมากๆอย่างผมฟิตงานขึ้นอีก20-30เปอร์เซ็น
อาจารย์แก่นเป้นไงบ้างครับสบายดีนะครับขอให้สุขภาพแข็งแรง
อาจารย์สราวุธ
เมื่อ ส. 17 พ.ย. 2550 @ 20:46
460532 [ลบ]
อาจารย์ก็เป็นนักเล่าเรื่องที่เล่าได้น่าติดตามมากค่ะ
ชอบอ่านหนังสือท่านพุทธทาสมากค่ะ จริงๆตัวเองเพิ่งจะมาใฝ่ทางธรรมไม่นานน้อยกว่าสิบปีค่ะ เคยคิดว่าธรรมะไม่ใช่สำหรับเรา และตอนนั้นไม่เคยอ่านหนังสือของท่านเลยเพราะคิดว่าท่านคงพูดถึงธรรมะแบบสูงๆหรือเป็นวิชาการ เข้าใจยาก แต่พอหมดกรรมดวงตามองเห็นทางธรรม ได้มาอ่านแล้วรู้สึกว่านี่แหละของจริงแท้สำหรับมนุษย์ทุกคน นับว่ายังโชคดีนะคะ
เมื่อ ส. 17 พ.ย. 2550 @ 21:10
460570 [ลบ]
ขอบพระคุณท่าน อ.คุณนายดอกเตอร์ มากครับที่ติดตามมายัง บันทึกแรกของการเขียนบันทึกลง Blog ของผมครับ 2 ปีเต็มมาแล้วนะครับ
สวัสดีครับ
เมื่อ ศ. 07 มี.ค. 2551 @ 09:51
567441 [ลบ]
เรียนท่านพี่ ตามมาเรียนรู้ JJ จำได้ว่าตอนมาบวชและจำพรรษา เมื่อ ปี ๒๕๑๖ เดินไปรับบาตร หลายกิโลครับ เจ็บเท้าแค่วันแรก วันต่อไปสบายๆ ครับ
เมื่อ ส. 29 มี.ค. 2551 @ 12:10
590515 [ลบ]
สวัสดีค่ะ อาจารย์
เมื่อ ส. 29 มี.ค. 2551 @ 12:11
590518 [ลบ]
สวัสดีครับอาจารย์
ภาคภูมิใจมากครับที่ได้รับความรู้
เมื่อ พ. 02 เม.ย. 2551 @ 11:57
595041 [ลบ]
ท่าน JJ ... อ. สุจรินทร์ วรรณมาศ และ ท่าน สุวัฒน์ รัตนปริคณน์
ขอบคุณครับที่แวะเวียนมาอ่าน บันทึกแรกของผม ใน Gotoknow แห่งนี้
เมื่อ อา. 04 พฤษภาคม 2551 @ 08:36
636486 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
คำว่า"สวนโมกข์" ขลังอยู่แล้วในความรู้สึก อ่านบทความที่เรียบง่ายแต่ทำให้เกิดศรัทธาใน ธรรมะ มากขึ้น จะติดตามอ่านเรื่อย ๆ ค่ะ
เมื่อ จ. 25 ส.ค. 2551 @ 20:52
799878 [ลบ]
ขอบคุณ ครูแหม่มมากครับ