สมัครสมาชิก   เข้าระบบ  
บ้านสุขภาพ
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
P นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปางครับ...
อีเมลติดต่อ
 
อ่าน: 635
5 เหตุผลที่ควรกินอาหารเช้า
มื้อเช้าเป็นมื้อที่ดีกับสมอง เป็นมื้อของคนที่มองโลกในแง่ดี และเป็นมื้อที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วน

Hiker

พวกเราคงจะชอบอะไรที่ "ง่ายๆ" มากกว่า "ยากๆ"... อาหารเช้าเป็น 1 ในหลายๆ เรื่องของชีวิตที่เราอยากจะให้มัน "ง่ายหน่อย"... คนส่วนหนึ่งจึงไม่กินอาหารเช้า

จดหมายข่าวโรงพยาบาลโฮลีครอส สหรัฐฯ ฉบับเดือนมีนาคม 2550 และจดหมายข่าวโรงพยาบาลลอเดส เฮลธ์ ฉบับเดือนมีนาคม 2550 มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับอาหารเช้า ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

อาจารย์แคเธอรีน ทาลแมดจ์ นักโภชนาการ โฆษกของสมาคมโรคเบาหวานอเมริกันแนะนำว่า มีเหตุผล 5 ข้อที่ควรกินอาหารเช้าเป็นประจำได้แก่...

  1. เพื่อลดความหิวตอนสาย:                           
    อาหารเช้าช่วยลดความหิวที่มากเกินตอนสายๆ... เมื่อความหิวลดลง เราจะ "เลือก" ได้ดีขึ้นว่า อะไรควร(กิน) อะไรไม่ควร(กิน) การปล่อยให้ความหิว "กำเริบ" มากๆ นั้น... ยากที่จะยั้ง หรือหยุดได้ง่ายๆ
     
  2. เพื่อเพิ่มการเผาผลาญอาหาร:                      
    การศึกษาวิจัยพบว่า ร่างกายของคนที่งดอาหารเช้าจะปรับตัวคล้ายกับภาวะขาดอาหาร โดยประกาศภาวะ "ประหยัด" หรือ "รัดเข็มขัด" โดยลดการเผาผลาญอาหารลง ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วนมากขึ้น
  3. เพื่อความรู้สึก และสมองดีๆ:                                     
    สมองของเราเป็นอวัยวะที่อาศัยน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลัก และ "อดอาหาร" มาตั้งแต่มื้อเย็นของวันวาน นาน 8-12 ชั่วโมงแล้ว จึงควรกินอาหารเช้า เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งจะลดสมรรถภาพของสมองอย่างรุนแรง

    เด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้ามีสมรรถภาพในการจดจำเรื่องราวต่างๆ แพ้เด็กที่กินอาหารเช้า... นี่อาจเป็นผลจากภาวะน้ำตาลในเลือดที่ต่ำนานในเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้า

    นอกจากนั้น... คนที่กินข้าวเช้ายังมีแนวโน้มจะมีสมาธิในการทำงานดีกว่า และมองโลกในแง่ดีกว่าคนที่ไม่กินข้าวเช้า
  4. เพื่อให้ได้สารอาหาร:                                
    สมาคมเบาหวานอเมริกันแนะนำให้กินข้าวเช้า โดยเน้นธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ตผสมนมไขมันต่ำ นมไม่มีไขมัน หรือนมถั่วเหลือง ผลไม้ ซีเรียล(ธัญพืชหรือพืชตระกูลข้าวที่ทำเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป) ขนมปังโฮลวีท(สีรำ) ฯลฯ เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีคุณค่าสูง และเส้นใย(ไฟเบอร์)วันละหลายๆ มื้อ
  5. เพื่อพุงเล็กๆ และเอวเล็กๆ:                         
    จากการศึกษากลุ่มตัวอย่างเกือบ 3,000 คนที่ลดน้ำหนักได้ 30 ปอนด์ขึ้นไป และรักษาน้ำหนักไว้ได้อย่างน้อย 1 ปีพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 78% กินอาหารเช้า... ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันความหิวมากเกินในตอนสาย และช่วยป้องกันไม่ให้การเผาผลาญอาหารลดลง
  6. อาหารเช้าเป็นอาหารของ "สมอง"... กินแล้วสมองทำงานได้ดี เป็นอาหารของ "คนมองโลกในแง่ดี"... กินแล้วลดปัญหาโมโหหิว และเป็นอาหารของ "คนประเภทเอวพอดี-พุงพอดี"... กินแล้วลดความเสี่ยงโรคอ้วน

    เรียนเชิญพวกเรากินอาหารเช้ากันทุกวันครับ... "วันนี้คุณกินอาหารเช้าแล้วยัง"...

    ขอแนะนำ...                                                    

    • "สูตรลดความอ้วนฟรี (สูตรคุณสุภา)" พัฒนาสูตรโดยคุณสุภา เกียรติก้องแก้ว นักโภชนาการ ศูนย์มะเร็งลำปาง
    • [ Click - คลิก - Click ]
    • "สูตรลดความอ้วนฟรี" สูตรจากเว็บไซต์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง
    • [ Click - คลิก - Click ]
    • รวมเรื่องสุขภาพ "ลดความอ้วน"
    • [ Click - Click ]

        แหล่งที่มา:                 

    • thank > Breakfast: a good habit for good health. Holycross e-Newsletter. March 13, 2007. > [ Click - Click ] > http://holycrosshealth.netreturns.biz/HealthInfo/Story.aspx?StoryID=58F47BE0-FB74-468B-8436-54BE26F1C081 // source: Obesity Research. Vol.10, No.2.
    • thank > Lourdes Health System > Mental exercises help fight memory loss. e-Health talk. > [ Click - Click ] > http://www.regardinghealth.com/oll/RHO/2007/03/Article.aspx?bmkEMC=28107 > March 2007.
    • บล็อก "บ้านสุขภาพ" และการอ้างอิงมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษา > ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำไปใช้
      1. ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + หน่วยรังสีกรรม
      2. ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย
สร้าง: ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 19:07   แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:54   ขนาด: 14061 ไบต์
ความคิดเห็น
P
1. वीर
เมื่อ ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 21:05
240542 [ลบ]

ผมมีอีกเหตุผลหนึ่งครับ คือ ผมหิว -_-!
ไม่มีรูป
2. Nomad
เมื่อ ศ. 27 เม.ย. 2550 @ 22:43
240667 [ลบ]

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ มีของแปลกมาให้ลองกันครับ เพราะมีนักวิทยาศาสตร์และนายแพทย์บางท่านบอกว่า อาหารเช้าไม่ได้สำคัญอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน และยังบอกอีกด้วยว่า ก็เพราะอาหารเช้าและระบบการกินอาหารวันละ 3 มื้อนี่แหล่ะที่ทำให้คนอเมริกันอ้วนกันเกือบทั้งทั้งประเทศ คนที่รวยจากความรู้หรือความเชื่อเรื่องอาหารเช้าที่ว่าคือพวกธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ธุรกิจขายอาหารเช้า และธุรกิจลดความอ้วน มีวิธีลดความอ้วนซึ่งไม่จำเป็นต้องกินอาหารเช้า ไม่จำเป็นต้องควบคุมหรือจำกัดอาหาร ไม่จำเป็นต้องกินน้อยออกกำลังกายมาก แต่ให้กินอาหารมากเท่าไหร่ก็ได้แค่ช่วงใดช่วงหนึ่งของวันจำนวน 5 ชั่วโมง แล้วที่เหลืออีก 19 ชั่วโมงก็ให้อดอาหาร โดยดื่มได้แค่น้ำเปล่าและเครื่องดื่มที่ไม่มีพลังงานเพื่อหยุดอินซูลิน วิธีนี้ชื่อ The Fast-5 Diet ผู้คิดค้นคือ นายแพทย์ชาวอเมริกันชื่อ Bert Herring (M.D.) ซึ่งใช้แนวคิดจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านการต้านวัย (Anti-ageing medicine) สองวิธีคือ Intermittent Fasting และ Calorie Restriction โดยร่างกายใช้พลังงานจากไขมันในรูปคีโตนร่วมกับไกลโคเจนบางส่วน สมองใช้คีโตนและกลูโคสจากตับเป็นแหล่งพลังงานหลัก ในเมืองไทยเริ่มมีคนเอาวิธีนี้มาใช้กันแล้วและเห็นมีหลายคนก็สามารถลดหรือควบคุมน้ำหนักกันได้สำเร็จแล้ว ในอเมริกาประเทศต้นกำเนิดก็เริ่มเป็นที่นิยม มีคนใช้และประสบความสำเร็จในการลดน้ำความอ้วนด้วยวิธี Fast-5 มากมาย สรุปคือ Fast-5 มันเป็นการฝึกหัดร่างกายให้คุ้นเคยกับการกินอาหารช่วงใดช่วงหนึ่งของวันจากเดิมที่เคยกินวันละ 3 มื้อ พอฝึกจนชินแล้วมันก็จะไม่หิว ไม่อยากอาหาร ร่างกายก็จะปรับเปลี่ยนไปจากที่เคยรออาหารวันละ 3 มื้อไปรออาหารช่วง 5 ชั่วโมงที่ว่าแทน มันไม่ใช่การอดอาหารเพื่อลดความอ้วน แต่เหมือนเป็นการเอาอาหาร 3 มื้อไปกินรวมกันใน 5 ชั่วโมง ที่เหลืออีก 19 ชั่วโมงก็ปล่อยให้ร่างกายใช้พลังงานที่สะสมไว้ในรูปไกลโคเจนและไขมันเพราะไม่มีอินซูลินที่เกิดจากกลูโคสจากอาหาร น้ำหนักส่วนเกินจากไขมันก็จะค่อยๆลดลง ถ้ากินตอนเช้า Fast-5 ก็เหมือนกับพระสงฆ์และคนที่ถือศีล 8 ที่จะงดอาหารหลังเที่ยงไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวันนั่นเอง เพียงแต่น้ำปานะของ Fast-5 จะต้องเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ให้พลังงาน หากท่านใดสนใจก็สามารถโหลดหนังสือ Fast-5 มาอ่านได้ฟรีที่เว็บไซต์ของ The Fast-5 Diet ที่นี่ http://www.fast-5.com/ อันนี้เป็นข้อมูลภาษาไทยที่มีคนเริ่มเอาวิธีนี้มาใช้ http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L5352124/L5352124.html จากที่ดูวิธีนี้จะยากตอนฝึกอดอาหารช่วงแรกๆ พอชินแล้วก็ไม่มีปัญหา ถ้าใครยังกังวลหรือยังชินกับการกินอาหารเช้า ก็เลือกทำตอน 8.00 – 13.00 อะไรแบบนี้ก็เข้าท่าเหมือนกันเหมือนพระเลย แต่ก่อนทำต้องอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างละเอียด หรือถ้าอยากเข้าใจเบื้องหลักของวิธีนี้ก็ต้องไปค้นคว้าเรื่อง Intermittent Fasting และ Calorie Restriction เพิ่มเติมจาก PubMed ครับ จึงจะเข้าใจแนวคิดและวิธีการทำงานของ Fast-5 ได้ดียิ่งขึ้นครับ
P
3. นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 08:23
240993 [ลบ]

ขอขอบคุณ... คุณบ่าววีร์

  • จริงครับ... มื้อเช้าลดความหิวลงไป ทำให้สดชื่น และสบายในช่วงเช้า
  • ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพดี และมีอาหารเช้าดีๆ ไปนานๆ...
P
4. นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 08:44
241008 [ลบ]

ขอขอบคุณอาจารย์ Nomad...

  • ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่น่าสนใจมาก...

ผมลองเข้าไปอ่านดู 

  • เรื่อง 'fast-5 diet' เป็นแนวคิดด้านอาหารอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งฉีกแนวไปจากแนวคิดการลดความอ้วนแบบเดิมๆ
  1. วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง > ให้กิน 5 ชั่วโมง อดอาหาร ยกเว้นน้ำ หรือเครื่องดื่มไม่มีแคลอรี 19 ชั่วโมง [nothing per oral (NPO) except water or 'zero' calorie liquid]
  2. วิธีนี้คล้ายการถือศีล 8 ในข้อวิกาลโภชนา (งดเว้นอาหารหลังเที่ยงจนถึงรุ่งเช้า) ต่างกันตรงที่ศีล 8 ยืดหยุ่นได้มากกว่า คือ มีน้ำปานะ(น้ำผลไม้ขนาดเล็กคั้น + กรอง) และเภสัช 5 (น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เนยข้น เนยใส) ได้ (ถ้ามีเหตุสมควร เช่น หน้ามืด ปวดท้อง ผอม ฯลฯ)

ข้อควรระวัง...

  • ข้อควรระวังของการงดอาหารติดต่อกันนานวันละ 19 ชั่วโมงมีเหมือนกันได้แก่
  1. เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) ซึ่งอาจทำให้เป็นลม หน้ามืด หรือสมองเสื่อม (สมองคนเรายอมรับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ 90 นาที... หลังจากนั้นสมองจะเสี่ยงต่อการเสื่อมสมรรถภาพเรื้อรัง)
  2. เสี่ยงต่อภาวะการเผาผลาญอาหารต่ำ... กลไกคล้ายกับการขาดอาหาร ความเห็นผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า การกินอาหารมื้อละน้อยๆ บ่อยหน่อยได้ผลดีกว่าการอดอาหาร
  3. เสี่ยงต่อภาวะหิวมากเกิน (craving)... ซึ่งในคนส่วนใหญ่มักจะลงเอยด้วยการกินชดเชยอย่างมากมาย และอ้วนขึ้น

มีทางเลือกเหมือนกัน...

  • ถ้าชอบกินอาหารแบบนี้... น่าจะลองสมาทานศีล "วิกาลโภชนา" คือ ไม่กินอาหารหลังเที่ยง
  • กินอาหารครบส่วน + ไม่กินข้าวขาว (ใช้ข้าวกล้อง หรือขนมปังไม่ขัดสี - โฮลวีท) ในช่วงเช้าถึงเที่ยง

เดินๆๆๆ...

  • ใช้อิริยาบถ "เดิน" ให้มากแบบพระภิกษุสมัยพุทธกาล...
  • ดื่มน้ำให้มากหลังเที่ยงทุกๆ ชั่วโมงจนพระอาทิตย์ตกดิน หลังจากนั้นดื่มให้น้อยหน่อย เพราะการดื่มน้ำเกินอาจทำให้ปวดปัสสาวะกลางดึก
  • ดื่มน้ำปานะ หรือน้ำตาลละลายน้ำนิดหน่อย + ตามด้วยน้ำเปล่ามากๆ
  • ถ้าหิวจริงๆ ให้ลองทำ "จตุมธุ (ของหวาน 4 อย่าง)" คือ ให้นำเนย น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำมัน(นิยมน้ำมันงา)มาคนให้เข้ากัน แล้วกินไม่เกิน 1-2 ช้อนโต๊ะ

ได้บุญ...

  • สมาทานศีล 8 ไปเลยยิ่งดีครับ... จะได้ได้บุญด้วย ควบคุมน้ำหนักด้วย
  • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของท่านผู้อ่านทุกท่านที่คิดจะสมาทานศีล 8 หรือสมาทาน "วิกาลโภชนา" ครับ... สาธุ สาธุ สาธุ
P
5. กฤษณา สำเร็จ
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 08:50
241018 [ลบ]

เรียน ท่านอ.หมอวัลลภค่ะ

  • ดิฉันได้อะไรมากมายเลยจากบันทึกและการแชร์นี้ค่ะ
  • งานที่ดิฉันทำอยู่....ถ้าไม่ได้อาหารเช้าละแย่แน่ๆค่ะ...และถ้าเป็นข้าวเหนียวหมูย่างยิ่งดีใหญ่ค่ะ..
  • ขอบคุณท่านอาจารย์ค่ะ
P
6. นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 08:57
241024 [ลบ]

ขอขอบคุณอาจารย์กฤษณา...

  • ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน และให้ข้อคิดเห็น

ข้าวเหนียวหมูย่าง...

  • "ข้าวเหนียวหมูย่าง"  คงจะเป็นสูตรอาหารที่พวกเราชื่นชอบกันมากทีเดียว

ประมาณปี 2528...

  • อาจารย์ท่านหนึ่งเลี้ยงอาหารที่ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ใกล้ๆ สะพานพระราม 6
  • กระดาษรองอาหารมีคำกล่าวไว้ดีครับ...
  • ท่านกล่าวว่า "วันไหนกินเนื้อมาก ให้กินผักมากหน่อย เพื่อให้ร่างกายสมดุล"

คำกล่าว...

  • คำกล่าวนี้น่าสนใจมากเพราะ...
  1. เนื้อมีแนวโน้มจะทำให้ร่างกายเกิดกรดมากหน่อย ถ้าได้ผักแซมไปหน่อย (ผักมีด่างหรือ base buffers สูง) ด่างจากผักจะช่วยลดกรดจากการเผาผลาญอาหารประเภทเนื้อได้ส่วนหนึ่ง
  2. เนื้อย่างมีสารก่อมะเร็งนิดหน่อย... ผักมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันอันตรายได้มากมายทีเดียว
P
7. บีเวอร์
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 13:43
241345 [ลบ]

  • เวลาเช้าผมไม่ทานอาหารหนักแต่จะรองท้องด้วยขนมปัง นม หรืออื่นๆ พอสายๆก็จะทานข้าว เที่ยงๆหรือค่อนๆจะบ่ายก็ทานอีก
  • เย็นๆหรือค่ำ (ส่วนมากจะหลังพระอาทิตย์ตก)ก็จะทานอาหารเย็น มื้อดึกแล้วแต่สถานการณ์
  • เรียนถามอาจารย์ว่า พฤติกรรมการกินมื้อเช้าของผม ควรต้องปรับปรุงมั้ยครับ
  • ขอบคุณครับ
P
8. กฤษณา สำเร็จ
เมื่อ ส. 28 เม.ย. 2550 @ 22:39
241843 [ลบ]

ขอบคุณอ.หมอวัลลภค่ะ..ดิฉันจะทานผักตามเยอะๆ...ขอบคุณค่ะ
P
9. Ranee
เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 14:02
242468 [ลบ]

  • สวัสดีค่ะคุณหมอ
  • เมื่อก่อนคิดว่าไม่ควรกินอาหารเช้า  เพราะจะได้ลดความอ้วน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดค่ะ
  • เดี๋ยวนี้ต้องกินค่ะ เพื่อปรับระบบต่าง ๆ ในร่างกายค่ะ และคิดว่าการกินอาหารเช้าทำให้ลดความอ้วนได้ดีกว่าค่ะ อย่างน้อยให้มีอะไรที่เป็นประโยชน์เข้าไปในร่างกายให้เป็นเวลา เพราะระบบต้องทำการเผาพลาญ
  • ขอบคุณค่ะ
P
10. นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 15:08
242520 [ลบ]

ขอขอบคุณ... คุณบีเวอร์

  • เข้าใจว่า คงจะเป็นสูตร 'เล็ก1 ใหญ่3' หรือเป็นแบบ "เช้าเล็ก + มื้อใหญ่ 3 มื้อ"
  • ถ้ามีขีดจำกัดด้านเวลา... น่าจะใช้ได้ดี เพราะคนส่วนใหญ่ก็กินอาหารแบบ "เล็ก1 ใหญ่3"
  • ถ้าไม่มีขีดจำกัดด้านเวลา... ปรับมื้อเช้าเป็นมื้อใหญ่หน่อยน่าจะดี
  • มื้อเช้าควรมีขนาดประมาณ 30% ของอาหารทั้งวัน... (ถ้าเป็นไปได้)

เรื่องชีวิต...

  • เรื่องชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จ...
  • ถ้าจะมี คงมีเพียงแนวทางกว้างๆ ให้นำไปประยุกต์ใช้ (apply) กันเอง
  • เรื่องนี้คงคล้ายโฆษณาหนึ่งที่ว่า "สูตรใคร สูตรมัน" อะไรทำนองนี้
P
11. นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 15:12
242525 [ลบ]

ขอขอบคุณอาจารย์กฤษณา...

  • น่าลองมากๆ เลย แบบที่อาจารย์แนะนำ
  • บางที... ผักง่ายๆ อย่างแตงกวา แครอทคงจะใช้ได้ดี
P
12. นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์
เมื่อ อา. 29 เม.ย. 2550 @ 15:19
242541 [ลบ]

ขอขอบคุณอาจารย์ Ranee...

  • มื้อเช้ามีแนวโน้มจะดีกับสมอง + เอว...
  1. สมอง "อ่อนไหว (sensitive)" ต่อระดับน้ำตาลในเลือด การงดข้าวเช้าอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้สมองทำงานได้ไม่ดี
  2. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำนานๆ หรือการเว้นช่วงระหว่างมื้อนานเกิน อาจทำให้ร่างกายเข้าใจว่า กำลังจะขาดอาหาร และลดระดับการเผาผลาญลง

มื้อเช้า...

  • มื้อเช้าดีกับหัว... กินแล้วสมองดี
  • มื้อเที่ยงดีกับตัว... กินแล้วมีแรง
  • มื้อเย็นดีกับพุง... ถ้ากินแต่น้อย มีแนวโน้มจะมีโรคน้อย

 

บันทึกนี้ไม่อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว
บันทึกอื่นๆ
สุขภาพ อาหาร ออกกำลัง ลดความอ้วน