อ่าน: 453
ความเห็น: 2
ความเห็น: 2
คำปณิธานส่วนบุคคล
วันนี้นั่งอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ในหน้า 153-154 มีตัวอย่างของการเขียนคำปณิธานส่วนบุคคลของบุคคล ๆ หนึ่ง ที่ผู้เขียนนำมาเสนอไว้ ผมอ่านแล้ว "โดน" ใจมาก ถึงกับต้องพิมพ์แล้วนำไปแปะไว้ในที่ ๆ มองเห็นได้ง่าย เพื่อเตือนสติตัวเอง หากท่านใดจะทำตามผม ผมเชื่อว่าเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ได้รับลิขสิทธิ์ในประเทศไทย คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย คงไม่ตามไปเก็บค่าลิขสิทธิ์แน่นอน เพราะท่านเป็นผู้หนึ่งที่ทำธุรกิจแบบ "วิสาหกิจสังคม" เสมอมา ลองอ่านดูคำปณิธานที่ว่านะครับ เป็นคำปณิธานของคน ๆ หนึ่งที่ประสงค์จะรักษาสมดุลระหว่างครอบครัวกับงานอาชีพ ดังนี้ครับ
"ฉันจะเสาะหาสมดุลระหว่างงานอาชีพกับครอบครัวดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะทั้งสองเรื่องมีความสำคัญต่อฉัน
บ้านของฉันจะเป็นสถานที่ที่ฉันกับครอบครัว เพื่อนพ้อง และผู้มาเยือนสุขกายสบายใจ ปีติ สุขและสงบ แต่ฉันจะไม่ละเลิกที่จะเสาะหาหนทางสรรค์สร้างสภาพแวดล้อมสะอาดเป็นระเบียบ แต่สุขสบายในการอยู่อาศัย ฉันจะใช้สติปัญญาในสิ่งที่เราเลือกทีจะกินอ่าน ดูและทำในบ้าน ฉันจะเน้นเป็นพิเศษ สอนลูกให้รัก เรียน และหัวเราะ และทำงาน พัฒนาความสามารถพิเศษให้โดดเด่นเฉพาะตัว
ฉันให้คุณค่าสิทธิ อิสรภาพ และความรับผิดชอบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ฉันจะเป็นพลเมืองผู้ใส่ใจ รอบรู้เรื่องราวความเป็นไป มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าเสียงของฉันจักต้องมีผู้ได้ยิน คะแนนเสียงของฉันมีน้ำหนัก
ฉันจะเป็นปัจเจกผู้เข็นตัวเองให้เดินเครื่อง จะใช้อำนาจทุกอย่างในตัวในเชิงรุกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ ฉันจะกระทำต่อสถานการณ์และโอกาส แทนที่จะรอให้เป็นฝ่ายถูกกระทำ
ฉันจะรักษาตนเองให้เป็นให้เป็นไทจากสารเสพติดและนิสัยทำลายตนเอง ฉันจะพัฒนาอุปนิสัยใหม่ที่จะปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระจากการตีตราและข้อจำกัดจากอดีต ฉันจะขยายสมรรถนะและทางเลือกของตน
เงินจะเป็นทาสของฉัน มิใช่เจ้านาย ในเวลาอันควร ฉันจะเสาะหาการพึ่งตนเองในเชิงการเงิน ความอยากของฉันจะไม่ล้ำเกินความจำเป็นและรายได้ที่มี หากไม่นับการกู้ยืมระยะยาวเพื่อซื้อบ้านและรถยนต์ ฉันจะเสาะหาหนทางที่จะดึงตนเองให้รอดพ้นหนี้สินเพื่อการบริโภค ฉันจะใช้จ่ายน้อยกว่าที่หาได้และจะเก็บออมสม่ำเสมอ นำเงินออมบางส่วนไปลงทุนให้งอกเงย
ยิ่งไปกว่านั้น ฉันจะใช้เงินและความสามารถพิเศษในตัว ปรุงชีวิตผู้อื่นให้มีความสุขมากขึ้นผ่านการดูแลช่วยเหลือและการให้ทาน"
เราสะสมข้อมูล ความรู้ กันไว้มาก มากจนเกินความจำเป็น หากได้มีการนำเอาข้อมูล และความรู้นั้นไปปฏิบัติให้มากกว่าที่เป็นอยู่ รับรองได้เลยว่า ผลลัพธ์ที่ปรารถนา จักเกิดแน่นอน "ปณิธานส่วนบุคคล" คือก้าวเล็ก ๆ สำหรับฝึกปฏิบัติ เริ่มจากสิ่งที่ง่าย ๆ ก่อนสัก 5 อย่างต่อวัน ทำสิ่งนั้น จนท่านสามารถสั่งตัวเองให้ปฏิบัติได้ทันทีราวกับการเปิดสวิทซ์ไฟ แล้วเพิ่มจำนวนสิ่งที่ต้องทำ เพิ่มความยากของสิ่งที่ต้องทำ ฝึกเช่นนี้ จนไม่มีสิ่งใดที่เป็นเรื่องยากสำหรับท่านเลยในโลกนี้ เมื่อนั้นแหละ ท่านจะได้รู้จักกับคำว่า "อิสรภาพ" อิสรภาพเกิด เมื่อท่าน "เอาชนะตนเอง"
อย่าปล่อยให้ตนเอง จมอยู่กับอดีตที่ผ่านไปแล้ว และวิตกกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทำสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ อดีตกับอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ท่านต้องการแน่นอน
"ฉันจะเสาะหาสมดุลระหว่างงานอาชีพกับครอบครัวดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะทั้งสองเรื่องมีความสำคัญต่อฉัน
บ้านของฉันจะเป็นสถานที่ที่ฉันกับครอบครัว เพื่อนพ้อง และผู้มาเยือนสุขกายสบายใจ ปีติ สุขและสงบ แต่ฉันจะไม่ละเลิกที่จะเสาะหาหนทางสรรค์สร้างสภาพแวดล้อมสะอาดเป็นระเบียบ แต่สุขสบายในการอยู่อาศัย ฉันจะใช้สติปัญญาในสิ่งที่เราเลือกทีจะกินอ่าน ดูและทำในบ้าน ฉันจะเน้นเป็นพิเศษ สอนลูกให้รัก เรียน และหัวเราะ และทำงาน พัฒนาความสามารถพิเศษให้โดดเด่นเฉพาะตัว
ฉันให้คุณค่าสิทธิ อิสรภาพ และความรับผิดชอบของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ฉันจะเป็นพลเมืองผู้ใส่ใจ รอบรู้เรื่องราวความเป็นไป มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าเสียงของฉันจักต้องมีผู้ได้ยิน คะแนนเสียงของฉันมีน้ำหนัก
ฉันจะเป็นปัจเจกผู้เข็นตัวเองให้เดินเครื่อง จะใช้อำนาจทุกอย่างในตัวในเชิงรุกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ ฉันจะกระทำต่อสถานการณ์และโอกาส แทนที่จะรอให้เป็นฝ่ายถูกกระทำ
ฉันจะรักษาตนเองให้เป็นให้เป็นไทจากสารเสพติดและนิสัยทำลายตนเอง ฉันจะพัฒนาอุปนิสัยใหม่ที่จะปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระจากการตีตราและข้อจำกัดจากอดีต ฉันจะขยายสมรรถนะและทางเลือกของตน
เงินจะเป็นทาสของฉัน มิใช่เจ้านาย ในเวลาอันควร ฉันจะเสาะหาการพึ่งตนเองในเชิงการเงิน ความอยากของฉันจะไม่ล้ำเกินความจำเป็นและรายได้ที่มี หากไม่นับการกู้ยืมระยะยาวเพื่อซื้อบ้านและรถยนต์ ฉันจะเสาะหาหนทางที่จะดึงตนเองให้รอดพ้นหนี้สินเพื่อการบริโภค ฉันจะใช้จ่ายน้อยกว่าที่หาได้และจะเก็บออมสม่ำเสมอ นำเงินออมบางส่วนไปลงทุนให้งอกเงย
ยิ่งไปกว่านั้น ฉันจะใช้เงินและความสามารถพิเศษในตัว ปรุงชีวิตผู้อื่นให้มีความสุขมากขึ้นผ่านการดูแลช่วยเหลือและการให้ทาน"
เราสะสมข้อมูล ความรู้ กันไว้มาก มากจนเกินความจำเป็น หากได้มีการนำเอาข้อมูล และความรู้นั้นไปปฏิบัติให้มากกว่าที่เป็นอยู่ รับรองได้เลยว่า ผลลัพธ์ที่ปรารถนา จักเกิดแน่นอน "ปณิธานส่วนบุคคล" คือก้าวเล็ก ๆ สำหรับฝึกปฏิบัติ เริ่มจากสิ่งที่ง่าย ๆ ก่อนสัก 5 อย่างต่อวัน ทำสิ่งนั้น จนท่านสามารถสั่งตัวเองให้ปฏิบัติได้ทันทีราวกับการเปิดสวิทซ์ไฟ แล้วเพิ่มจำนวนสิ่งที่ต้องทำ เพิ่มความยากของสิ่งที่ต้องทำ ฝึกเช่นนี้ จนไม่มีสิ่งใดที่เป็นเรื่องยากสำหรับท่านเลยในโลกนี้ เมื่อนั้นแหละ ท่านจะได้รู้จักกับคำว่า "อิสรภาพ" อิสรภาพเกิด เมื่อท่าน "เอาชนะตนเอง"
อย่าปล่อยให้ตนเอง จมอยู่กับอดีตที่ผ่านไปแล้ว และวิตกกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทำสิ่งที่ต้องทำในปัจจุบันเดี๋ยวนี้ อดีตกับอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่ท่านต้องการแน่นอน
สร้าง: พ. 18 ก.ค. 2550 @ 20:20
แก้ไข: พ. 08 ส.ค. 2550 @ 02:58
ความเห็น
1.
เป็นปณิธาณที่holistic ดีนะคะ
การมีชีวิตที่ระลึกรู้อยู่กับปัจจุบัน ทางพุทธศาสนาถือว่าคือการเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จำได้ว่าท่านดาไลลามะเคยกล่าวไว้ประมาณว่า มีอยู่สองวันที่เราไม่สามารถลงมือทำอะไรได้ นั่นคือ yesterday และ tomorrow
และการทำสิ่งดีๆที่ทำได้ง่ายๆก่อน เป็นเคล็ดไม่ลับที่หลายคนมองข้าม
ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆมาแบ่งปันกันค่ะ
2.
เป็นบทความที่ดีมากๆครับ แต่ผมอยากให้เพิ่มวิธีการเขียนด้วย เพราะมีอีกหลายคนที่เขียนปณิธานไม่เป็น รวมทั้งผมด้วย



















