เมื่อ 2 วันก่อน ได้มีโอกาสได้ฟัง ปาฐกถา ของอาจารย์ ประเวศ  วะสี  อาจารย์แพทย์ ที่เป็นแบบอย่างทั้งทางความคิดและจิตวิญญาณ  ท่านเล่าเรื่องของระบบบริการสุขภาพ ที่พึงเป็น  มีตอนหนึ่งกล่าวถึง ตอนอยู่ที่ศิริราช ที่ภาควิชาอายุรศาสตร์  ทุก ๆ ตอนเช้าที่ ศิริราช จะมีกิจกรรม morning report  นำเอา case ที่ได้เจอเมื่อคืน มา discuss กันว่าได้ให้การดูแลอย่างไรบ้าง   อาจารย์เล่าว่า ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกยากลำบากในการแก้ ปัญหา เพราะเรากำลังแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ 

ผมฟังดูก็นึกถึงบรรยากาศ เมื่อ 20 ปี ก่อน  ตอนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ที่ ศิริราช  ยังจำได้ชัดเจน และก็คิดว่า เป็นอย่างที่อาจารย์เล่ามาจริง ๆ


     ตอนขับรถกลับจากกรุงเทพ ระหว่างทางเปิดเพลงฟัง  มีเพลงหนึ่งเพราะดี  เป็นเพลงหนึ่งที่ชอบแต่ไม่เคยคิดตาม   นึกไปตามเพลง อึม !  มันช่างเหมือนชีวิต คนไข้ที่ผมเจออยู่บ่อย ๆ จังเลย

ตอนเราเป็นนักศึกษาแพทย์ เราก็เรียนการซักประวัติ ตรวจร่างกาย การตรวจชันสูตร การวินิจฉัยแยกโรค  แล้วก็หาทางรักษาโรคตามที่เราวินิจฉัย  รักษา ไม่ว่าหาย หรือตาย ก็จบ 

        มาอยู่โรงพยาบาล เป็นหมอ พยาบาล เราก็ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย การตรวจชันสูตร การวินิจฉัยแยกโรค  แล้วก็หาทางรักษาโรคตามที่เราวินิจฉัย  รักษา ไม่ว่าหาย หรือตาย ก็จบ 

        เรารู้และชำนาญเรื่องเหล่านี้มาตลอด    เวลาเรา discuss กัน  เรื่องที่เรา discuss ก็ เรื่อง ซักประวัติ ตรวจร่างกาย การตรวจชันสูตร การวินิจฉัยแยกโรค  แล้วก็หาทางรักษาโรค บางครั้งไม่รู้ชื่อคนไข้ด้วยซ้า แต่เราก็สามารถให้ความเห็นการรักษา การวินิจฉัยได้   มันเป็นมุม มิติของระบบสุขภาพ ที่เราคุ้นเคยมากที่สุด


        ยายสำลี  หญิงชราอายุ ประมาณ 60 กว่าปี  แต่ดูแก่กว่าอายุจริงมาก เพราะทำงานหนัก มาตลอดชีวิต  สามีแกตายไปเมื่อ 10 ปีก่อน  แก่ก็ทำนาอยู่กับ บุญมี ลูกชาย พออยู่ตามอัตตภาพ  วันหนึ่งปวดท้องตาเหลือง ท้องโตขึ้น  ไปตรวจที่โรงพยาบาลใหญ่  ปรากฎว่า  นักศึกษาแพทย์ และแพทย์จบใหม่ รับไว้ที่โรงพยาบาล  บันทึกในแบบบันทึกการแพทย์

 

นาง .......................    หญิงไทย   หม้าย  อายุ 65 ปี     ..................................................  

อาการสำคัญ  ปวดท้อง 2 วัน

ประวัติปัจจุบัน   1 สัปดาห์ สังเกตุว่ามีอาการตาเหลือง   ท้องอืด

...................................................................

PE T 37.5 c  P 92 /min R 20 /min  BP 120/70 mmHg

good conciousness  moderately pale moderate jaundice   no spider nevi

..........................................................................................................

.........................................................................................................

Diagnosis   R/o Cholangio CA

 
   

          เป็นแบบบันทึกประวัติการตรวจร่างกายที่คุ้นมาตั้งแต่  เป็นนักศึกษาแพทย์แล้ว ยายสำลีก็ถูกรับการรักษาไว้ในโรงพยาบาล  แพทย์ที่ดูแลมีหลายคน  ผลัดกันมาดูซักประวัติ ตรวจเลือดเพิ่ม เอ็กซเรย์  อัลตราซาวน์   มีการ conference case ของนักศึกษาแพทย์ กับ แพทย์รุ่นพี่  โดยไม่ต้องรู้ด้วยซ้ำว่าคนไข้ที่ discuss อยู่ หน้าตา หรือ ชื่ออะไร 

          ตั้งแต่แม่ นอนโรงพยาบาล บุญมีไม่รู้จะคุยกับใครได้บ้าง  ค่าใช้จ่ายการรักษาแม่ ก็ไม่เคยได้เตรียมไว้ บ้าน ควาย นา ก็ฝากเขาเอาไว้ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน   หลังจากนอนได้ 2 วัน พยาบาลมาแจ้งว่าเป็นมะเร็งทางเดินน้ำดี  บอกว่าสงสัยจากการกินปลาดิบ  มีพยาธิใบไม้ในตับ ไม่กล้าถามว่า แม่เป็นรุนแรงแค่ไหน  จะเป็นอย่างไรต่อไป    หลังจากรักษาได้ 10 กว่าวัน ยายสำลี ก็เสียชีวิต  ญาติก็รับกลับบ้าน   แล้วก็จบเรื่องของโรงพยาบาล   เราเห็นเหตุการณ์อย่างนี้บ่อยจนชิน  ทุก ๆ วันก็มี case แบบนี้ ตลอด  เป็นมุมมิติของ เราที่อยู่ที่โรงพยาบาล

            เราไม่รู้ว่า 10 กว่าวัน เกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิตของแก   ของคนรอบข้าง เพราะเราไม่เคย discuss กันถึงชีวิตของแกเลย  ชีวิตของแกกับ บุญมีก็ไม่มีส่วนอะไรในข้อมูล ทางคลินิก  ที่จะช่วยวินิจฉัยแยกโรค หรือกำหนดแนวทางรักษา

ลองดู Music Video ข้างล่างนะครับ ว่า เกิดอะไรขึ้นกับบุญมี  หลังจากวันที่แม่ป่วยแล้ว

( ในมิวสิก เป็นสถานพยาบาลเล็ก ๆ ลองจินตนาการนะครับว่า ยายสำลี กำลังรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ )

ถ้าไม่สามารถดูได้ใน blog ให้ดูที่ link นี้นะครับ

             ผมเข้าใจแล้วว่า เมื่อก่อนทำไมผมฟังเพลงนี้  แล้วรู้เพียงแต่ว่า มนต์สิทธิ์ ร้องเพราะมาก  แต่ไม่เคยนึกตามเลยว่ามันมีเรื่องราวที่เป็นความจริงอยู่ในเพลง อย่างไร   ฟังแล้วยังไม่รู้สึกว่าเพลงมีชีวิต     เพราะเราทำงานในโรงพยาบาลเราไม่เคยได้รับรู้ เรื่องราวของการดูแลสุขภาพในมิติอื่นใดเลย   

              จนวันหนึ่ง เมื่อเราได้สัมผัสกับการดูแล ในงานปฐมภูมิ งานที่สัมผัสกับเรื่องราวชีวิตของคน  สุขทุกข์ของคน  เราได้เห็น มิติที่ ทำให้เราเข้าใจเรื่อง   รักษาได้ทั้งโรค และรักษาได้ทั้งคน  อย่างที่อาจารย์ประเวศ เคยเขียนเอาไว้ จริง ๆ