การศรัทธาต่อพระเจ้าอัลลอฮฺ

ด้านจิตใจในทรรศนะอิสลาม

ศาสนาอิสลาม คือ ศาสนาหนึ่งที่นำเอาหลักการและความเชื่อมั่นมามอบให้ผู้นับถือได้เคารพศรัทธาและปฏิบัติตาม และชักชวนให้ปฏิบัติตาม โดยไม่มีการบังคับ   จากโองการของอัลลอฮฺ ความว่า :

“ไม่มีการบังคับใด (ให้นับถือ) ในศาสนา อิสลาม แน่นอน ความถูกต้องนั้นได้เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้วจากความผิด ดังนั้นผู้ใดปฏิเสธศรัทธาต่อ อัฏ-ฏอฆูต(หมายถึงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคําชี้นําของซัยฏอน) และศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว แน่นอนเขาได้ยึดห่วงอันมั่นคงไว้แล้ว โดยไม่มีการขาดใด ๆ เกิดขึ้นแก่มัน และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้”( อัลบะเกาะเราะฮฺ 256 )

อิสลามได้แนะนำให้ผู้นับถืออิสลามทำการเผยแพร่ศาสนานี้ด้วยวิธีทางที่เปี่ยมด้วยการกระทำที่สง่างามที่สุด  อัลลอฮฺได้ตรัส  ความว่า :

“จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าของสูเจ้าโดยสุขุม และการตักเตือนที่ดี และจงโต้แย้งพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า”( อันนะฮฺลุ 125 )

ฉะนั้น การยอมรับด้วยดี คือสิ่งสำคัญยิ่งในมุมมองอิสลาม   เพราะการปฏิบัติตามเนื่องจากการบังคับ  ทำให้ผู้ถูกบังคับกล่าวด้วยวาจาโดยไม่ตรงกับสิ่งที่อยู่ในใจเขา   เพราะเช่นนี้คือการนิฟากคฺ ( การบิดพลิ้วเเละกลับกลอก ) ซึ่งอิสลามถือว่า ไม่สนับสนุนและจัดให้อยู่ในกลุ่มการงานที่ร้ายแรงกว่ากุฟุรฺ(ปฏิเสธศาสนา )

อัลลอฮฺได้ตรัส   ความว่า :

“แท้จริงบรรดามุนาฟิกนั้นอยู่ในชั้นต่ำสุดจากนรก และเจ้าจะไม่พบผู้ช่วยเหลือใด ๆ สำหรับพวกเขาเป็นอันขาด”( อันนิซาอฺ 145 )

 

การเคารพภักดีต่อพระองค์อัลลอฮฺในทัศนะอิสลาม

อิสลามได้บัญญัติแนวทางการเคารพภักดี หลายด้านด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นด้านวาจา  การกระทำ   และการเชื่อมั่น    ส่วนการเคารพภักดีด้านความเชื่อมั่นอิสลามได้เสนอหลักการศรัทธา  ซึ่งมีห้าประการดังนี้ :

 

  • การศรัทธาต่อ องค์อัลลอฮฺ

เป็นการให้ความเอกภาพเเด่องค์อัลลอฮฺ  ใน สามข้อดังนี้

-การให้เอกภาพต่อองค์อัลลอฮฺในความเป็นพระผู้เป็นเจ้าของพระองค์   คือ การยอมรับว่าอัลลอฮฺทรงมีจริง   พระองค์คือผู้ทรงเอกะ  และพระองค์เท่านั้นเป็นผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกนี้   และพระองค์เท่านั้นคือผู้บริหารและผู้มีสิทธิในการครองสรรพสิ่งดังกล่าว    พระองค์คือผู้ทรงสร้างเพียงพระองค์เดียว     ทุกอย่างจะอยู่ในความต้องการของพระองค์    ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นนอกเสียจากว่าพระองค์ต้องการให้เกิดเท่านั้น. อัลลอฮฺตรัส   ความว่า :

“พึงรู้เถิดว่าการสร้างและกิจการทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของพระองค์เท่านั้น มหาบริสุทธิ์อัลลอฮฺพระผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก”(อัลอะอฺรอฟ 54 )

อัลลอฮฺได้อธิบายเกี่ยวกับความเอกภาพของพระองค์พร้อมเน้นว่า  นอกเหนือจากพระองค์ไม่มีใครอีกแล้ว  อัลลอฮฺตรัส   ความว่า :

“อัลลอฮฺ มิได้ทรงตั้งผู้ใดเป็นพระบุตรและไม่มีพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับพระองค์ ถ้าเช่นนั้นพระเจ้าแต่ละองค์ก็จะเอาสิ่งที่ตนสร้างไปเสียหมด และแน่นอนพระเจ้าบางพระองค์ในหมู่พวกเขาก็จะมีอำนาจเหนือกว่าอีกบางองค์  มหาบริสุทธิ์ยิ่งแห่งอัลลอฮฺ ให้พ้นจากที่พวกเขากล่าวหา”( อัลมุอฺมินูน 91 )

-  การให้เอกภาพเเด่พระองค์ในเรื่องการเคารพภักดีต่อพระองค์  คือการเชื่อมั่นว่า  อัลลอฮฺเท่านั้นคือพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริง   ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์    ไม่มีพระเจ้าองค์ใดที่สมควรได้รับการเคารพภักดีอีกแล้ว   ไม่มีการมอบหมายนอกจากกับพระองค์เท่านั้น  ไม่มีการวิงวอนขอนอกจากจากพระองค์เท่านั้น   ไม่มีการขอความช่วยเหลือในยามตกทุกข์ยกเว้นจากพระองค์เท่านั้น  ไม่มีการตอบรับเพื่อบรรลุถึงจุดมุ่งหมายใดๆนอกจากพระองค์เท่านั้น   ไม่มีการสาบานใดๆนอกจากกับพระองค์เท่านั้น    ทุกการกระทำด้านศาสนกิจต้องมอบหมายไปยังพระองค์เท่านั้น   อัลลอฮฺตรัส    ความว่า :

“ และเรามิได้ส่งศาสนทูตอัลลอฮฺคนใดก่อนหน้าเจ้านอกจากเราได้วะฮีแก่เขาว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากข้า ดังนั้นพวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้า”

( อัลอัมบิยาอฺ 25 )   

-การให้เอกภาพต่อพระองค์ในพระนามและคุณลักษณะต่างๆของพระองค์   หมายถึง  การเชื่อมั่นว่า  อัลลอฮฺทรงมีนามเรียกที่ดีงาม  มีคุณลักษณ์ที่สูงส่ง   พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดจากความบกพร่องทั้งมวล . 

พระองค์ได้ตรัส   ความว่า :

“และอัลลอฮฺนั้นมี บรรดาพระนามอันสวยงาม ดังนั้นพวกเจ้าจงเรียกหาพระองค์ด้วยพระนามเหล่านั้นเถิด และจงปล่อยบรรดาผู้ที่ทำให้เฉ ในบรรดาพระนามของพระองค์เถิด พวกเขานั้นจะถูกตอบแทนในสิ่งที่พวกเขากระทำ”

( อัลอะอฺ รอฟ 180 )

เราศรัทธาต่อคุณลักษณะของอัลลอฮฺ พระองค์ไม่ทรงเหมือนกับลักษณะสิ่งต่าง ๆ ที่มีขึ้นมาใหม่    พระองค์บริสุทธิ์เเละปราศจากการอธิบายถึงคุณลักษณะของพระองค์   หรือ การปฏิเสธคุณลักษณะของพระองค์  หรือ การ เปรียบเทียบคุณลักษณะของพระองค์กับสิ่งที่ถูกสร้างทั้งมวล   อัลลอฮฺตรัส    ความว่า :

“ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น”

( อัซซูรอ 11 )