เรื่องเริ่มต้นจาก ไม้บรรทัดหาย เด็กนักเรียน ป.1 พากันค้นหาไม้รรทัดของเพื่อนที่หายไป โดยพากันไปค้นในกระเป๋าของเด็กชายสันติสุข เนื่องจากเด็กชมีนิสัยชอบขโมยของคนอื่น และยังทราบก่อนเข้ามาเรียน ว่าดื่มเหล้า เบียร์ สูบบุหรี่ยาสูบของผู้ใหญ่ คาดว่าคงมีผู้ใหญ่สอนและไม่ได้ห้ามปราม และเมื่อเขามาเรียนพบว่าเกเร เกกะระรานคนอื่น มีเรื่องราวชกต่อยกับเด็กในชั้นเสมอ ๆ ไม่ได้รับการยอมรับในกลุ่ม เรียนได้สักปีก็ดีขึ้น พฤติกรรมไม่ดีลดลงบ้าง แต่แล้ว เด็กๆพบไม้บรรทัดในกระป๋องกาวที่เด็กชายสันติสุขเอามาด้วย คงต้องทำอะไรแล้ว เราจะต้องทำอย่างไร กับเด็กชายวัย 8 ปีคนนี้ บางวันก็มา บางวันก็ขาดเรียน นึกแล้วก็น่าสงสาร เติบโตมาอย่างไม่ได้รับการดูแล เอาใจใส่ น่าสังเวทรู้สึกสะท้อนใจ ที่จะเปลี่ยนผ้าสีนี้ใหม่ ช่างยากเหลือเกิน เขาไม่มีบัตรและไม่มีสัญชาติ ไม่มีที่อยู่ มีแต่ลมหายใจที่เหมือนกันเราและท่าน
เด็กชายสันติสุข
มีแต่ลมหายใจที่เหมือนกับเราและท่าน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Lin Hui · 27 ก.พ. 2551
หมูอ้วนอ้วน · 27 ก.พ. 2551
sirirat · 27 ก.พ. 2551
ชำเลือง · 27 ก.พ. 2551
pa_daeng · 27 ก.พ. 2551
sarah · 27 ก.พ. 2551
อัยการชาวเกาะ · 27 ก.พ. 2551
ขอบคุณ คุณอ้อยควั่น ค่ะที่เข้าแสดงความคิดเห็น น่าเป็นห่วงมากค่ะ ไม่รู้ว่าจะมีใครพอให้คำแนะนำบ้างไหมค่ะ นึกว่าสงเคราะห์เด็กต่างด้าวคนหนึ่งที่ ยังมีโอกาสได้รับการเมตตาจากคนนสังคมไทย ซึ่งนานวันเข้า เขาอาจเป็นเนื้อร้ายก็ได้
สวัสดีครับครูเอ
ปัญหานี้ใหญ่พอสมควร...เราคงช่วยแค่บรรเทาได้เท่านั้น...ต้องให้ทางการที่เขามีหน้าที่เฉพาะเป็นผู้ดูแล...ก่อนที่จะสายเกินแก้เพราะอายุเขาเพิ่งเริ่มต้น ต้องอยู่อีกยาวนาน...
โชคดีครับผม
ขอบคุณค่ะ
ที่แวะมาเยี่ยม
เด็กคนนี้มีชีวิต กินข้าวได้เหมือนกับเราและท่านแต่ที่ไม่เหมือนกัน คือการที่เกิดมา ท่ามกลางความไม่พร้อมและ หลักลอย ทำให้เด็กกดดัน อาจเป็นแรงผลักดันในทางไม่เหมาะสมได้ เดิมทีเขามีพ่อ แม่ ซึ่งเข้ามาทำงานในประเทศไทย แต่พ่อตายระหว่างทำงาน แม่ก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงอยู่กินกับคนไทยซะ มีชีวิตอยู่เหมือนเอาตัวรอดไปวันๆ ไม่รู้อนาคต
ประเสริฐที่สุดแล้ว สหรับพรมวิหารสี่ที่ท่านได้ให้
สวัสดีครับ
การช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาให้รอดพ้นปัญหาเข้ามาได้เป็นบุญอย่างยิ่ง ทราบว่าการแก้ปัญหาของเด็กชายสันติสุขไม่ง่ายเลย เพราะเด็กไม่ได้อยู่กับเราตลอด ๒๔ ชั่วโมง ออกจากโรงเรียนไปก็จะเป็นสังคมของเขา การที่เขาก้าวร้าวมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่น เพราะเขาต้องเอาตัวรอดในชีวิตจริงของเขา ต้องใช้เวลาครับ ค่อยๆแทรกซึมคุณธรรมจริยธรรมให้เขาไปเรื่อยๆ และอย่าหวังว่าจะเห็นผลอย่างเร็ววัน เพราะเรื่องนี้ต้องใช้เวลาครับ
บันทึกครูเอ มีเสน่ห์น่าติดตามครับ
สวัสดีครับ เรื่องโดนใจ ครูดอยมากเลยครับ
น่าสงสารเด็กชายสันตินะครับ
เราเป็นครู ควรเอาใจใส่ ให้ความอบอุ่นกับเค้า
แสดงให้เห็นว่า ครู เนี่ย รัก เขา แล้วเขา ก็จะเห็นความสำคัญ
และจะตั้งใจเรียนด้วยนะครับ เราไม่ควรไป ด่า หรือ ตัดทอนกำลังใจเขา เนื่องจากว่า เขามี จุดด้อยอยู่แล้ว
ถ้า โรงเรียน ใหน เป็นโรงเรียน เพื่อนเด็ก ก็จะมีวิธีการแก้ไขครับ
อย่าสิ้นหวัง...
ซึ่งหมายถึงเราที่จะต้องดูแลเขาเท่าที่เราจะทำได้
อย่าสิ้นหวัง...
ซึ่งหมายถึง บอกกับเขาว่าชีวิตเปลี่ยนได้ ...
อย่าสิ้นหวัง
ซึ่งหมายถึง บอกกับเขาให้รู้ว่า สังคมมีพื้นที่สำหรับเขาเสมอ...
สวัสดีครับคุณครูเอ
เด็กคือผืนแผ่นผ้า สีขาว
คนอื่นคอยเติมคาว แปดเปื้อน
ครูคอยใส่ความวาว ขาวผ่อง แถมรา
ครูนั่นมิอาจเอื้อน เอ่ยอ้าง ทวงคุณ
ขอให้คุณครูเอประสบความสำเร็จในงานบุญปั้นเด็กคนนี้โดยเร็วด้วยเทอญ.
ตอนนี้มีเรื่องใหม่แล้วค่ะ วันนี้ผู้ปกครองนักเรียนในโรงเรียนมาบอกครูว่า เด็กชายสันติสุข ขโมยพระโยเรของเขาไป เพราะมีเด็กนักเรียนยืนยัน ว่าเด็กชายสันติสุขมาป่วนเปี้ยนที่รถของเขา เนื่องจากวันศุกร์มีการประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียนค่ะ และเรื่องราวผ่านมาตั้งสองวัน ของกลางก็ไม่เห็นนะค่ะ พูดสื่อสารกันก็ค่อยจะไม่รู้เรื่อง ถาม ก็ว่า ไม่ได้เอาไป ครูเลยปวดหัว จะไปตามให้เขาที่ไหน จะทำอย่างงัยดี เฮ้อ...
ครูเอไม่ได้รู้จักเด็กชายคนนี้เท่าไหร่ และไม่ได้เป็นครูประจำชั้นด้วยค่ะ ตอนนี้ก็พยายามถาม คุยกับเขาบ้าง แต่พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่อง เหมือนเขาแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้ นานวันปัญหาก็หนักขึ้น
ตอนนี้เห็นว่าที่ทำงานของผู้ปกครองเขาห้ามเด็กชายคนนี้ เข้ามาในไร่ วันก่อนเห็นไปขโมยเขาซิกก้า ทั้งกล่องของเพื่อนผู้พัน เจ้านายที่แม่เขาทำงานมาสูบ ( เขาเป็นตำรวจด้วย ) เจ้านายเขาเล่าให้ฟังค่ะ แบบเหยียบจมูกเสือเลยค่ะ
จริงๆแล้ว ไม่อยากเล่าให้ใครฟังเลย มันแก้ไม่ตก และต้องใช้เวลา กับผู้คนหลากหลายจิตใจ คนที่ให้อภัย คนที่จ้องจับผิด คนที่ไม่สนใจใม่ใช่เรื่องของฉัน เศร้าค่ะ
ครูเอ ยังด้อยด้วยประสบการณ์ ต้องขอคำชี้แนะด้วยค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ถูกอย่างที่คุณครูพูด
คงต้องใช้เวลานานมากๆ ค่ะ
คนเราต้องไม่สิ้นหวัง ...
ถ้าไปฟังเรื่องราวในหมู่บ้านคงมีอีกเยอะค่ะ แต่ที่ครูเอรู้มา ก็แค่บางส่วน พื้นที่ในสังคม ในชุมชนของเรา ต้องช่วยกันแก้ปัญหานะค่ะ
ถ้าปล่อยไว้ ลูกหลานเราอาจจะเสียอนาคตก็ได้
สวัสดีค่ะคุณครูเอ แวะมาเยี่ยม และมาช่วยคิดค่ะ
จากเรื่องที่คุณครูเอเล่าให้ฟังนั้นมีปัญหาสองส่วน ในส่วนแรกเป็นปัญหาทางด้านอุปนิสัยส่วนตัวซึ่งจะต้องอาศัยเวลาและความเอาใจใส่จากผู้ใกล้ชิดในการช่วยแก้ปัญหา แต่อีกส่วนเป็นปัญหาความไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่ครูเอบอกว่า "น่าจะมีกลุ่มคนที่มาช่วยแก้ไขปัญหาคนต่างด้าว และไร้สัญชาติ" อันนี้เห็นด้วยค่ะ และพอจะช่วยในส่วนนี้ได้ แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะคะว่าเราไม่ได้แก้ปัญหาโดยการให้สัญชาติไทยเสมอไปค่ะ แต่เราจะทำให้คนเหล่านี้ไม่ไร้รัฐ โดยให้เขาเข้ามามีตัวตนอยู่ในระบบทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ทำให้เขามีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และจะนำไปสู่การพิสูจน์สัญชาติในอนาคตหากเขาไม่ใช่คนไทย
ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องดูข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ เพราะมีหลายกรณีที่เราเข้าใจว่าเป็นคนต่างด้าว แต่แท้จริงแล้วเขาอาจเป็นคนสัญชาติไทยที่ตกหล่นจาการบันทึกตัวในทะเบียนราษฎรเนื่องจากเกิดก่อนมีทะเบียนราษฎร หรือเกิดในพื้นที่ห่างไกล และตกหล่นมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย จนมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลานในปัจจุบันด้วยก็ได้ เพราะเมื่อไม่มีเอกสารที่แสดงว่าเป็นคนสัญชาติไทย ย่อมถูกกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นต่างด้าว (พรบ.เข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 57 .. ผู้ใดอ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยถ้าไม่ปรากฎหลักฐานที่เพียงพอที่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่จะเชื่อได้ว่าเป็นคนมีสัญชาติไทย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นคนต่างด้าวจนกว่าผู้นั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสัญชาติไทย ....) อันนี้ลองเข้าไปดูกรณีศึกษาได้ที่ www.archanwell.org นะคะ (ของอาจารย์ข้าพเจ้าเองค่ะ)
ส่วนการแก้ปัญหาติดต่อหลังไมค์ทาง e-mail [email protected] ได้ค่ะ
ถ้าเขาอยู่ในโรงเรียนนะคะ คนที่มีหน้าที่ช่วยเขาเป็นคนแรก ก็คือครูประจำชั้นค่ะ คนต่อมา ก็คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โรงเรียนมีหน้าที่แก้ไขปัญหาเบื้องต้น กล่าวคือ แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเขา และประสานงานกับอำเภอหรือเทศบาลที่มีอำนาจหน้าที่ในท้องที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียน
สรุปให้สั้นๆ ค่ะ
ในประการแรก ครูก็ไปเอาแบบสำรวจบุคคลไร้สถานะบุคคลทางทะเบียนราษฎรจากอำเภอหรือเทศบาลมากรอก เรียกว่า แบบ ๘๙ และนำไปส่งอำเภอหรือเทศบาล เด็กก็จะได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรประเภท "บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร" มีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐ โดยนัยยะทางกฎหมาย เด็กจะไม่ไร้รัฐ เหลือแค่ปัญหาสัญชาติ ที่ยังไม่ทราบสัญชาติ ยังเป็นเด็กไร้สัญชาติ อย่าเรียกเด็กว่า "คนต่างด้าว" ซึ่งแปลว่า ไม่มีสัญชาติไทย เพราะเรายังไม่ทราบเลยค่ะว่า แกสัญชาติอะไร สภาวะของแก ก็คือ "ไร้สัญชาติ" ในกฎหมายคนเข้าเมือง เป็นคนเสมือนต่างด้าว แต่ยังมิใช่คนต่างด้าว และยิ่งในสภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ ตำรวจก็จะจับส่งออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะไม่ทราบจะส่งไปที่ไหน และขัดมาตรา ๔ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สังเกตไหมคะ แกและครอบครัวจังยังอาศัยอยู่ได้ในไทย
ในประการที่สอง เมื่อไม่ไร้รัฐ ปัญหาที่ค้างอยู่ ก็คือ ไร้สัญชาติ ก็ต้องมาพิสูจน์สัญชาติกัน อย่าไปฟันธงว่า เป็นคนต่างด้าว หรือไม่มีสัญชาติไทย โดยยังไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงอะไรเลย
ถ้าพ่อหรือแม่เป็นคนสัญชาติไทย หรือเกิดไทยจากพ่อแม่มีใบต่างด้าวซึ่งหมายถึงมีสิทธิอาศัยอยู่ในไทยแบบถาวร หรือเด็กเกิดก่อน ๒๖/๒/๒๕๓๕ เด็กก็จะมีสัญชาติไทยและพ่อแม่เกิดไทย ก็จะสัญชาติไทย ปัญหาจึงเป็นเรื่องของการไม่ได้รับการแจ้งเกิด ก็ต้องมาศึกษาล่ะซิว่า การแจ้งเกิดย้อนหลังทำได้ไหม ? ทำอย่างไร ? ถ้าพบว่า เด็กเกิดไทย ก็พาไปแจ้งเกิดซิคะ ง่ายจะตาย ตอนนี้ มีครูในหลายโรงเรียนที่สนุกมากกับการให้ "ชีวิตทางกฎหมาย" แก่เด็ก
หากฟังว่า เด็กนั้นไร้รัฐเพราะเกิดในประเทศอื่น ก็อาจพาไปพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง อย่างจังหวัดชายแดน เด็กอาจจะเกิดลาว ก็แนะนำให้แม่เด็กพาเกไปแจ้งเกิดที่ลาว ถ้าทำได้นะ ลาวหรือเขมรน่าจะไม่มีปัญหา พม่าอาจมีปัญหา การแก้ไขปัญหานั้น ครูทำได้ ครูคุยกับผู้ปกครองเด็กได้ ครูมักมีจิตวิทยาที่ดีที่จะคุย
แม้ฟังว่า เด็กไม่มีสัญชาติไทย เพราะพ่อแม่เป็นคนต่างที่หลบหนีเข้าเมืองชั่วคราวหรือหลบหนีเข้าเมือง เด็กก็จะร้องขอสัญชาติไทยได้ในเวลาต่อไป ถ้าฟังว่า เด็กนั้นไร้สัญชาติ
ความรอบรู้เกี่ยวกับเด็กนั้นสำคัญ ครูเอนั้นได้กุศลมากนัก แค่เล่าเรื่องสันตฺสุขในประชาคมโกทูโน ครูก็เริ่มแก้ไขปัญหาในสันติสุขแล้วล่ะค่ะ
ไปดูซิคะ สันติสุขมีเลขประจำตัว ๑๓ หลักแล้วยัง
พ่อแม่ของสันติสุขล่ะ มีแล้วยัง บัตรประจำตัวมีชื่ออะไร? สีอะไร ?
แล้วมาพากันทั้งประชาคมโกทูโนที่จะรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาไร้รัฐให้สันติสุขกันค่ะ รับรองว่า ครูเอ จะแก้ไขปัญหาได้ในเวลาไม่เกิน ๗ วัน
http://gotoknow.org/planet/Knowledge4Stateless-and-Nationalityless-people
สนใจที่จะเรียนรู้เพื่อช่วยเด็กไร้รัฐเด็กไร้สัญชาติในสถาบันการศึกษาไทยนะคะ
คลิกอ่านได้ค่ะ เชียงใหม่มีมากค่ะ เพียงโรงเรียนสนใจเรื่องการขจัดปัญหาความไร้รัฐความไร้สัญชาตินะคะ ปัญหา ก็แก้ไขได้เกินครึ่งแล้วค่ะ