หัวใจสำคัญของการสร้างคุณภาพผู้เรียนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
เป็นการสอนที่คำนึงถึงการจัดเนื้อหา
และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัด
โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
เพราะนักเรียนแต่ละคนมีปัญญาที่ไม่เหมือนกัน
และไม่เท่ากันอีกด้วย ปัญญาของบุคคลมี 8 ด้าน
ได้แก่
1 ปัญญาด้านภาษา
2 ปัญญาด้านดนตรี
3 ปัญญาด้านการควบคุมกล้ามเนื้อ
4
ปัญญาด้านคณิตศาสตร์
5 ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์
6
ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง
7
ปัญญาด้านการเข้าใจผู้อื่น
8 ปัญญาด้านรู้รักธรรมชาติ
หลักการพัฒนาพหุปัญญาของผู้เรียน
จะคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันนั้น
ดูแล้วไม่น่าจะสอดคล้องกับหลักการพัฒนาพหุปัญญาของผู้เรียน
อีกทั้งในห้องเรียนหนึ่งๆจะมีนักเรียนที่มีปัญญาด้านคณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และภาษาเพียง 30 % ส่วน 70%
เป็นปัญญาด้านอื่นๆ
เราต่างให้ความสำคัญของกลุ่มสาระการเรียนรู้ในระดับที่ไม่เท่ากัน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ต้องมาก่อน ใครทำคะแนนทั้ง 2
รายวิชานี้มาก ก็จะเหมาไปเลยว่าเป็นคนเก่ง
ส่วนภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาฯ รองลงมา ที่เหลือ
กลุ่มการงานอาชีพ ศิลปะ พลศึกษาคือพวกรั้งท้าย
ซึ่งนี่เป็นความขมขื่นใจที่ครูแป๋มรู้สึกสงสารนักเรียนห้องท้ายๆ
ที่เขามีปัญญามากในด้านนี้
แต่ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ที่เขาถนัด
กลับถูกละเลยและไม่เห็นคุณค่า เพียงเพราะเขาพูดไม่คล่อง
ในขณะเด็กกลุ่มวิทย์-คณิต พูดดีมีหลักการ
แต่ไม่เก่งปฏิบัติ
เวลาไปทำการแข่งขันก็มักจะนำงานที่เกิดจากเด็กกลุ่มการงานไปนำเสนอด้วยวาจาท่าทางที่น่าเชื่อถือ
ครูแป๋มจะปวดร้าวใจเสมอ
เมื่อสุ่มถามนักเรียนคราใดก็ตามที่ได้ร่วมเป็นกรรมการในการแข่งขันทักษะทางวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ
ว่าครูให้ฝึกพูดจากเนื้อหาในกระดาษที่เหลือเป็นหน้าที่ของครู
(รูปเล่ม, สิ่งประดิษฐ์, ชิ้นงาน ฯลฯ) นี่เราจะมาช่วยกู้วิกฤติ
หรือมาสร้างวิกฤติการศึกษากันแน่คะ....
ครูแป๋ม.
เรียนรู้ตัวเองไม่รู้จบ..
ยิ่งพบยิ่งไม่เข้าใจ
...
มาทักทายครับ.
เพิ่งกลับออกมาจากที่ทำงาน
อดีต..
ผมเรียนสายวิทย์ พื้นฐานการเกษตร, ไม่เคยติด 0 แต่เรียนคณิตฯ ไม่เก่งเอาเสียเลย สังคม ภาษาไทย พุทธศาสนา ...เป็นวิชาที่ชอบเรียน บางวิชาสอบได้เกือบเต็มแทบทุกครั้งเลยก็ว่าได้
แต่เล่นดนตรี,ร้องเพลง, ฟ้อนรำ,วาดรูป-ไม่เป็น....
....
รู้เรียน เรียนรู้ไม่รู้จบ
ยิ่งเรียนยิ่งพบสิ่งใหม่ๆ
เรียนรู้วันรู้วันหน้ายิ่งต่อไป
เรียนเท่าไรให้เรียนเพียรทุกวัน
เจริญพร ครูแป๋ม
แวะมาอ่าน
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
คุณเพิ่งออกจากที่ทำงาน แต่แป๋มยังอยู่ที่ทำงานค่ะ
ขอบคุณที่มาทักทายกันค่ะ...
คุณแผ่นดิน..ได้ชื่อว่าเป็นนักคิด..เป็นนักปฏิบัติที่ได้รับ
การยอมรับว่า..."ไม่ธรรมดา" จากคำบอกเล่าของเขาเอง.....
"อดีต..ผมเรียนสายวิทย์ พื้นฐานการเกษตร, ไม่เคยติด 0 แต่เรียนคณิตฯ ไม่เก่งเอาเสียเลย สังคม ภาษาไทย พุทธศาสนา ...เป็นวิชาที่ชอบเรียน บางวิชาสอบได้เกือบเต็มแทบทุกครั้งเลยก็ว่าได้ แต่เล่นดนตรี,ร้องเพลง, ฟ้อนรำ,วาดรูป-ไม่เป็น....
นี่เป็นคำอธิบายที่แป๋มคงไม่ต้องย้ำอะไรอีก....
ขอบคุณค่ะ กับการเป็นตัวแบบ ที่น่าประทับใจจริงๆ...
สวัสดีค่ะ...
ครูแป๋ม
* อ่านแล้วดีใจจังที่เห็นถึงคุณค่าของเด็กห้องท้าย ๆ ซึ่งมักเป็นผู้ปฏิบัติ และด้อยด้านการนำเสนอ
* หน้าที่ของครู (รูปเล่ม, สิ่งประดิษฐ์, ชิ้นงาน ฯลฯ) นี่เราจะมาช่วยกู้วิกฤติ หรือมาสร้างวิกฤติการศึกษากันแน่คะ.... เป็นคำพูดที่ถูกใจอีกเช่นกันค่ะ
* ขอบคุณค่ะที่ ครูแป๋ม มีความคิดอย่างคุณครูที่ใจกว้าง ยอมรับถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและในตัวตนของนักเรียนแต่ละคน
กราบนมัสการพระคุณท่าน
แป๋มต้องขออภัยที่บันทึกนี้....
ออกมาในรูปแบบกึ่งแนวบ่นค่ะ.......
เมื่อสิ่งที่พบเห็น ช่างขัดกับหลักการ
จึงขอพูดสักนิด ในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องค่ะ...
สวัสดีค่ะ พี่ติ๊ดตี่
ขอบคุณที่แวะมาร่วมรับฟังก็ยังดีค่ะ
แป๋มไปเยี่ยมที่บล็อกของพี่มาแล้วนะคะ
นี่คือ..เรื่องจริง...ที่ปราศจากการตอบรับ
นี่คือ..เรื่องจริง...ที่เป็นปัญหาคาราคาซัง..มาจนบัดนี้
กี่ปีๆๆๆก็คงไม่พัฒนา..อนิจจา..เด็กห้องท้าย
พี่อาจารย์ขจิตคะ
ดีใจจังที่พี่เข้ามาช่วงนี้พอดี
น่าเสียดายที่สุดเลย...
พี่ผ่านมาโคราช แล้วไม่ได้เจอ...
ปีการศึกษาหน้า...แป๋มย้ายกลับบ้าน
อยู่อำเภอเมือง...ในค่ายทหาร...
คราวหน้าจะไม่มีเสียงร้อง แงๆๆๆๆๆๆๆ
ดีใจจังนับวันถอยหลัง..รอพบพี่ชายใจดีค่ะ...
สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านบันทึก พี่นะค่ะ
..
น่านสิคะ..ครูแป๋ม..คงต้องเริ่มปฏิวัติการเรียนรู้เริ่มจากครูเลยล่ะค่ะ..
..ชอบการถ่ายทอดทฤษฎีนี้.และแนวทางการใช้ชีวิต.จากแนวคิดและมุมมองของคนฉลาดๆ..อย่างคุณหนูดีนะคะ..เธอเยี่ยมมากเลย..
..ครูแป๋มสบายดีนะคะ..^^
เรามาเป็นกำลังใจให้กันและกันดีไหมคะ?
สวัสดีครับ
หวังว่าเด็กๆที่โรงเรียน คงได้รับการพัฒนาจากคุณครู ทุกด้าน การพัฒนานักเรียนรายบุคคลเป็นแนวทางที่ยาก แต่หากทำได้ จะเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง นะครับ
เรียน คุณครูแอ๊ว
ส่วนตัวแป๋มมีความเห็นว่า.........
"ตัวแปร" ที่ควรเร่งปฏิรูปมากๆๆๆๆๆ
คือการฝึกให้ครูเรา "คิดเป็น" ก่อน
จึงคิดไปฝึกเด็กๆ เด็กเขารับรู้เร็วค่ะ.
ผมก็เชื่อทฤษฎีนี้ครับ...
ตอนนี้ก็กำลังฝึกฝนตนเองในด้านอื่น ๆ บ้าง...
ขอบคุณครับผม...
เรียน ผศ.เพชรากร ที่เคารพ
เป็นความพยายามอันยิ่งใหญ่ของแป๋มค่ะ
แป๋มเลือกที่จะ "พัฒนา" เด็กที่ใคร "ไม่เอา"ก่อน
พวกเขากำลังอยู่ในสภาพที่เรียกว่ารอวัน"ตายซาก"
ส่วนเด็กที่ใครเขา"แย่งกัน" นั้นแป๋มจะ"เสริม"
เขาไม่ยอมให้ตัวเองตายหรอกค่ะ และไม่มีวันตาย
เพราะมีผู้อาสาเป็นปุ๋ยเป็นน้ำให้อยู่เกลื่อนโรงเรียน.
สวัสดีค่ะ คุณดิเรก
หากคุณเชื่อ....แป๋มก็เชื่อ.....คุณต้องทำได้
หากแป๋มเชื่อ...คุณทำได้.....คุณจะเป็นโมเดล
สำหรับใคร....อีกหลายคน....รวมแป๋มด้วยค่ะ...อิอิ
ยิ่งเรียนมาก รู้ว่าตัวเอง ไม่รู้อะไรอีกมาก
แวะมาอ่าน เพื่อสร้างรอยยักใน หัว ครับ
สวัสดีค่ะ คุณคนตานี
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
เยี่ยมเหมือนเดิม