นำเพลง Jingle Bells (จิงเกิล เบลส์) มาฝากคร้าบ!

เพื่อให้ได้บรรยากาศ ลองแวะไปร้องเพลงที่ให้ไว้หรือเปิดฟังเพลงที่ให้ไว้นี้ก่อน เสร็จแล้วค่อยย้อนกลับมาอ่านต่อครับ ^__^

 

Jingle Bells (Children Version)

 


 เพลง Jingle Bells (เนื้อร้องเต็ม)

(ประสานเสียง)  

Jingle bells, jingle bells,
Jingle all the way;
Oh! what fun [joy] it is to ride
In a one-horse open sleigh.
  

 Dashing through the snow
In a one horse open sleigh
O'er the fields we go
Laughing all the way

 Bells on bob tail ring (หรือ Hear our voices ring)
Making spirits bright
What fun it is to laugh and sing (หรือ What fun it is to ride and sing)
A sleighing song tonight              |: ประสานเสียง :| 

 A day or two ago I thought I'd take a ride
And soon Miss Fanny Bright
Was seated by my side,
The horse was lean and lank
Misfortune seemed his lot
He got into a drifted bank
And then we [we—we] got upsot.  |: ประสานเสียง :|

A day or two ago,
The story I must tell
I went out on the snow,
And on my back I fell;
A gent was riding by
In a one-horse open sleigh,
He laughed as there I sprawling lie,
But quickly drove away.         |: ประสานเสียง :| 


Now the ground is white
Go it while you're young,
Take the girls tonight and sing this sleighing song;
Just get a bob tailed bay
Two forty as his speed
Hitch him to an open sleigh
And crack! you'll take the lead.  |: ประสานเสียง :|

 


สังเกตเนื้อหาของเพลงดีๆ จะเห็นว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับศาสนาเลย! ใช่แล้วครับ ฝรั่งถึงบอกว่าเพลง Jingle Bells เป็นเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา (a secular Christmas song)อย่างเนื้อหาในท่อนประสานเสียงถอดความได้ว่า“สั่นระฆังเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง สั่นระฆังเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง สั่นระฆังเสียงดังไปตลอดทาง โอ้!นั่งบนรถเลื่อนเปิดประทุนที่ม้าลากไปนี่ช่างสนุกซะจริงๆ”

 

ในเนื้อท่อนแรกนี้มีอยู่ 2 คำที่น่ารู้ คือ O’er ซึ่งเป็นคำที่ใช้บทกวี ย่อมาจาก Over ส่วนอีกคำหนึ่งคือ bob tail  แปลตรงตัวว่า หางรูปป้อมๆ นั้น จริงๆ แล้ว หมายถึง ม้าซึ่งโดนตัดแต่งหางเป็นทรงบ๊อบ (นึกถึงทรงผมบ๊อบ) หางจะได้ไม่ยาวรุงรังจนไปพันเกี่ยวกับอะไรขณะกำลังวิ่งลากเลื่อนไป

สำหรับท่อนที่สอง คนร้องพาสาวชื่อ Miss Fanny Bright นั่งไปด้วย แต่โชคร้ายรถเลื่อนพลิกคว่ำ (คำว่า upsot เป็นสแลงโบราณแปลว่า พลิกคว่ำ) พอท่อนที่สามซึ่งคนร้องนอนหงายแผ่ แล้วก็มีหนุ่มอีกคนขี่เลื่อนแวะหยุดหัวเราะเย้ย ส่วนท่อนสุดท้าย คนร้องบอกให้คนฟัง (ซึ่งยังอายุน้อย) ไปชวนสาวๆ แล้วเลือกม้าตัวใหม่ที่เร็วกว่า จะได้พุ่งทะยานออกไปจนแซงหน้าคนอื่น

ทำไมเพลง Jingle Bells จึงไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวันคริสต์มาสเลย?

เรื่องนี้อธิบายกันว่า คนแต่งคือ เจมส์ ลอร์ด เพียร์พ็อนต์ (James Lord Pierpont) ซึ่งเป็นนักแต่งเพลงและคนเล่นออร์แกนในโบสถ์ เดิมนั้นเขาแต่งเพลงนี้สำหรับร้องในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving day) ต่างหาก


เจมส์ ลอร์ด เพียร์พ็อนต์

ผู้แต่งเพลง One Horse Open Sleigh ซึ่งต่อมาเรียกว่า Jingle Bells 

วันขอบคุณพระเจ้าเป็นประเพณีของชาวอเมริกัน ฉลองกันในวันพฤหัสที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน โดยจุดประสงค์เดิมคือ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพวกเพียวริทันชาวอังกฤษ  (Puritan) ที่เข้ามาตั้งรกรากในโลกใหม่ (อเมริกา) เมื่อปี ค.ศ. 1620 โดยพวกเพียวริทันได้รับความช่วยเหลือจากคนอินเดียนแดงพื้นเมือง ที่สอนให้รู้จักการปลูกข้าวโพดและพืชพันธุ์ธัญญาหาร

ย้อนกลับมาเรื่องเพลงอีกครั้ง ด้วยความที่เพลง Jingle Bells ฟังง่าย ร้องง่าย ผู้คนก็เลยนำมาร้องซ้ำในช่วงคริสต์มาส จนกลายเป็นเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสของอเมริกาและของโลกไปในเวลาต่อมา


สำหรับสถานที่เพลงนี้ร้องเป็นครั้งแรกนั้น คนอเมริกันเถียงกันว่าอาจจะเป็นเมืองซาวานนาห์ (ในมลรัฐจอร์เจีย) หรือไม่ก็เมืองบอสตันหรือเม็ดฟอร์ด (ในมลรัฐแมสซาชูเซตส์)

แต่ที่แน่ๆ คือ เพลงนี้ได้รับการจดลิขสิทธิ์ในชื่อ “One Horse Open Sleigh” เมื่อวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 1857 โดยมีเนื้อร้องแตกต่างจากที่ได้ยินในปัจจุบันเล็กน้อย แต่มีทำนองเพลงที่ต่างไปมาก (ลองฟังเพลงต้นฉบับได้ใน Wikipedia ได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Jingle_Bells เข้าไปที่ Media แล้วเลือกเพลงแรก) ส่วนเนื้อร้องและทำนองที่เราคุ้นหูกันเดี๋ยวนี้นั้น มาจากฝีมือของแม่ชีชื่อ Tong Yun Yang

มีเกร็ดหนุกๆ เกี่ยวกับเพลงนี้เรื่องหนึ่ง นั่นคือ นักบินอวกาศสองคนของยานเจมินี่ 6 (Gemini 6) คือ ทอม สแตฟฟอร์ด (Tom Stafford) และแวลลี ชีร์รา (Wally Schirra) ได้รายงานศูนย์ควบคุมฯ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) ว่า

“เราพบวัตถุคล้ายดาวเทียมเคลื่อนที่จากทางเหนือไปใต้ อาจจะอยู่ในวงโคจรผ่านขั้วโลก…
ผมเห็นยานแม่และยานขนาดเล็กอีก 8 ลำข้างหน้า
ผู้บังคับการของยานแม่สวมชุดสีแดง…”

(ล้อเลียนซานตาคลอสและฝูงกวางทั้ง 8 ตัวนั่นเอง)

จากนั้นนักบินอวกาศขี้เล่นทั้งสองก็คว้าหีบเพลงปากและกระดิ่งเล็กๆ ที่ลักลอบนำไปด้วย บรรเลงเพลง Jingle Bells จากอวกาศถ่ายทอดสดกลับมายังโลก (มันส์เขาละ!)

 


ประวัติของบทความ

  • ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ ท่องเวลา-ผ่าอารยธรรม นสพ. กรุงเทพธุรกิจ เซ็คชั่นจุดประกาย เสาร์สวัสดี (เสาร์ 22 ธันวาคม 2550)
  • ดัดแปลงเพื่อนำลงใน GotoKnow เพื่อประโยชน์สาธารณะ

 


บันทึกที่เกี่ยวข้อง

 


ฟังเพลงอื่น?

 


 

 

 

ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็ดูความหมายของเนื้อร้องที่เหลือได้ ท่อนแรกว่า “แล่นตะลุยฝ่าไปบนหิมะ ในรถเลื่อนเปิดประทุนที่มีม้าลาก ไปบนสนาม (หิมะ) และหัวเราะเริงร่าไปตลอดทาง ระฆังที่อยู่บนม้าสั่นส่งเสียง ทำให้จิตใจชื่นบาน ช่างสนุกเหลือเกินที่ได้หัวเราะและร้องเพลงเกี่ยวกับรถเลื่อนในค่ำคืนนี้”