...ชีวิตคนเราเหมือนน้ำทะเล..เดี่ยวขึ้นเดี๋ยวลง...บางครั้งก็สงบราบเรียบ.....

...หมอมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายจะบอก....

...หลังจากสามีฉันเข้ารับการแสกนสมองเกือบครึ่งวัน....ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง...เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2551  ....

....ฉันจำได้ว่าวันนั้นเราตั้งใจจะไปฝากครรภ์ลูกคนที่สอง ที่คลินิกแห่งหนึ่งที่ตัวจังหวัด..ขณะนั้นฉันท้อง 6 เดือนแล้ว...แต่ด้วยความที่คลินิกมีคนรอคิวตรวจเยอะมาก..เราจึงคุยกันว่าจะไปปรึกษาหมอ..เรื่องที่สามีฉันปวดหัวติดต่อกันมาหลายเดือนแล้ว....

-----เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมงแล้ว...เกิดอะไรขึ้น....ฉันต้องรออยู่ไกลๆ เพราะห้องมีแต่รังสี อาจมีผลต่อลูกในท้อง...

---คุณหมอเรียกเราสองคนเข้าไปฟังผลที่ห้อง....หมอให้ดูแผ่นฟลิ์มเอ็กซเรย์หลายใบ...แต่ก็ดูไม่ออกหรอกถ้าคุณหมอไม่ชี้และอธิบายให้ฟัง....คุณหมอบอกว่าคุณโชคดีที่เจอเนื้องอกเร็วจะได้รีบรักษา...แต่โชคร้ายก็คือ...ไม่รู้ว่าเนื้องอกขนาด 6x 7 เซ็นติเมตร (ประมาณโตกว่าไขเป็นเล็กน้อย) เป็นแค่เนื้องอกหรือเป็นเนื้อร้าย.....เป็นไปได้ไงเนี่ย.....หลังจากหมอแนะนำเรามองหน้ากันโดยไม่มีใครพูดอะไรเลย...เราชวนกันไปกินข้าวเที่ยงเหมือนปกติ..แต่มีเรา 2 คนเท่านั้นที่รู้ว่ามันไม่ปกติซะแล้ว....

......เรามาแจ้งหมอแอดมิด..ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดที่เราทำเบอกตรงไว้.....สามีนอนรอบนเปลเข้าห้องฉุกเฉิน....หมอเรียกฉันไปฟังผล...และการรับการรักษา....ทันที่ที่ได้ฟังและมองดูสามีทีนอนอยู่บนเปล..เรามองหน้ากันอยู่นาน..จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ..ทั้งที่สะกดเอาไว้...แต่ยิ่งสะกดไว้เท่าไหร่...ก็ยิ่สะอื้น...มันรู้สึกเจ็บปวดในใจ...ทั้งสับสน..ทั้งกลัว กังวลไปหมด...คิดเลยไปว่าหากมีอะไรเกิดขึ้น  ..ฉันจะเลี้ยงลูกยังไงทั้ง 2 คน.....ยิ่งคิดก็ยิ่งสะอื้น..

...เพื่อนพยาบาลคนหนึ่ง (เพื่อนของสามีฉันเอง) รีบมาพยุงฉันออกไปนอกห้องทั้งปลอบใจ  ทั้งให้กำลังใจ...ที่แน่ๆๆ บอกว่าถ้าฉันไม่เข้มแข็งแล้วคนป่วยจะมีกำลังใจเหรอ....

.....การทรมานคือการรอคอย.....จริงๆๆ..ฉันนั่งรอหน้าห้องผ่าตัด 3 ชั่วโมง..แต่มันดูเหมือนผ่านไปเกือบวัน...ก่อนเข้าห้องผ่าตัดลูกสาวคนโตอายุ 4 ขวบวิ่งมาหาและถามหาพ่อ..แล้ววิ่งตามรถเปลที่หมอเข็นเข้าห้องผ่าตัด..ลูกสาวร้องเรียกพ่อจ๋าๆๆๆ...แต่ไม่ทันแล้วประตูห้องปิดลงก่อนที่ลูกสาวจะได้ทักทายกับพ่อ....ฉันได้แต่เมินหน้าหนีภาพนั้น...แต่ใจกลับรู้สึกเจ็บปวด....

....ด้วยกำลังใจ..(จากเพื่อนพ้องน้องพี่-ครอบครัว-ญาติสนิท มิตรสหาย)  ...ด้วยความดีทั้งหมดที่สร้างมา..ฉันนั่งภาวนาให้สามีปลอดภัย....และแล้วฉันก็ผ่านพ้นมาได้...สามีอาการดีขึ้นมาทำงานได้ปกติแต่ก็ต้องกินยาทุกมื่อหลังอาหาร....

3 เมษายน 2552  หมอนัดแสกนสมองอีกครั้ง...หลังจากผ่าตัด 6 เดือนแล้ว....ฉันก็ได้แต่ภาวนาขอให้ครอบครัวเราอย่าโดนพายุชีวิตพัดผ่านเข้ามาทำร้ายอีกเลย..เพียงแต่นี้ก็เจบปวดพอแล้ว..

....ฉันขอภาวนาให้สามีผ่านวันที่ 3 เมษายน นี้..สามีฉันจงปลอดภัยจากโรคร้าย....สาธุ..สาธุ..เราจะได้อยู่อย่างครอบครัวอื่นที่มีทั้งพ่อ...แม่..ลูกสาวที่น่ารัก (4 ขวบแล้ว)  ลูกชายที่น่าชัง 5 เดือนแล้ว..ขอส่งกำลังใจให้เราด้วยค่ะ.....

 

....แม่กุล+พ่อต๋อม+น้องอิงค์+น้องอาร์ตี้...