ช่วงนี้ออกจะรู้สึก...ความคิดถึง...มาแวะเวียนอยู่ข้างหัวใจบ่อยๆ

       ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมมีนาคม ก็ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พาสามีไปรักษาตัวในขั้นตอนของการฉายรังสี(มะเร็งสมองระยะที่ 3) ก็ฝากลูกทั้ง 2 ไว้กับคุณยายที่จังหวัดชัยภูมิ   แต่เมื่อมาถึงเดือน พฤษภาคม แม่และลูกสาว จึงต้องเดินทางกลับมาที่จังหวัดเลย เพื่อทำหน้าที่ของตนเอง แม่ต้องสอนหนังสือที่โรงเรียน ลูกก็ต้องไปโรงเรียน ทำให้พ่อของลูก (คนป่วยมะเร็ง) ต้องรักษาตัวตามลำบากและเป็นช่วงที่ลำบากกับการเดนทาง เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบ ต้องคอยโทรเช็คตลอดว่าออกจากบ้านหรือยัง ขึ้นรถสายไหน กลับถึงบ้านรึยัง เป็นกิจวัตรที่ต้องทำ แต่หลังจากเหตุการณ์เริ่มเบาบางลง ก็ได้แต่หวังว่าอะไรจะกลับมาเหมือนเดิมและลดความเป็นห่วงลงได้บ้าง แม้จะยังเหลือความคิดถึงอยู่มากเพียงใดก็ตาม

     นอกจากพ่อของเด็กๆ ที่ต้องรักษาตัวลำพัง ลุกชายคนเล้กยังคงอยู่กับคุณยายให้คุณยายช่วยดูแล แม้จะเกรงใจคุณยาย ท่านก็คงเหนื่อยไม่น้อย แต่ทุกครั้งที่โทรไปหา คุณยายก็เล่าเรื่องพัฒนาการ และความซน ของน้องอาร์ตี้ให้ฟังเสมอ ในใจก็นึกอยากจะไปหาลูกทุกวัน แต่ก็ยังมีภาระต้องสู้ ได้แต่ส่งความคิดถึง และหลับฝันถึงลูกและสามี หากมีโอกาสจะรีบไปหา

   แต่ตอนนี้ก็สงสารแต่คนป่วย ด้วยภาวะบ้านเมืองที่ยังไม่คงที่ อากาศที่ร้อน ภาวะแทรกซ้อน ผลข้างเคียงของโรค และภาระการสอนยังรอคอยอยู่ คงจะทำให้คนป่วยลำบากใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้อยากให้เข้มแข็งไว้ เชื่อมันว่าทุกอย่างจะออกมาดี

   ฝากความคิดถึงลูกชายไปกับสายลม

   "  เมื่อมองไปท้องฟ้านั้นหมองหม่น        คิดถึงคนแดนไกลไม่มองเห็น

      ด้วยมีเหตุการณ์ห่างไกลให้จำเป็น      แม้ลำเค็ญทนพรากจากกันไกล

      อดทนนะอดทนเราต้องสู้                 แม้จะอยู่แดนไกลใจยังฝัน

      คิดถึงพ่อคิดถึงลูกไม่พบกัน              ได้แต่ฝันทุกวันให้พบเจอ

      น้องอาร์ตี้อยุู่กับยายสบายไหม          แม่ปวดใจสุดคิดถึงคนึงหา

      ด้วยบทบาทหน้าที่ต้องนำพา            ขอลูกยาอดทนผ่านพ้นภัย

      แม่นับวันเรานั้นได้มาอยู่                 ไม่อยากดูเพียงแต่ภาพในฝัน

      อดทนไว้แล้วเราจะพบกัน                ความรักนั้นผูกพันรักล้นใจ"

บทกลอนนี้แต่งสดอาจไม่คล้องจอง แต่ผู้เขียนกลับรู้สึกน้ำตาจะไหลไปด้วยไม่ไหวจริงๆ ทำไมนะชอบอ่อนแอ สู้!!!!