สูตร คุณหมอ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ แพทย์ทางเลือก จากศรีลังกา อยู่บ้านฉาง จ. ระยอง www.siamthealthy.net โทร. 038-880678-9

 

   การหมักน้ำเอนไซม์เพื่อสุขภาพ

 

1.จัดเตรียมอุปกรณ์  ซึ่งประกอบด้วย

ผลไม้หรือสมุนไพร 3 ส่วน  + น้ำผึ้ง 1 ส่วน + น้ำสะอาด    10 ส่วน

 

2.  นำผลไม้หรือสมุนไพรมาทำความสะอาด ถ้าผลใหญ่ให้แบ่งเป็นชิ้นเล็ก แล้วใส่ในภาชนะ ตามอัตราส่วนโดยเหลือพื้นที่ 1/5  ของภาชนะเพื่อให้อากาศภายในมีการหมุนเวียน

 

3.  ปิดฝา และ ทำประวัติติดข้างภาชนะดังนี้

      * ชนิดของผลไม้

      * วัน เดือน ปี ที่ผลิต

( แนะนำ ถ้าเขียนที่ขวดไม่ได้เขียนไว้ในสมุด )

 

4.   เมื่อได้ระยะเวลา  3 เดือนแล้ว เกิดน้ำใส ( lonic plasma )

ลอยตัวให้ดูดออกด้วยสายยาง แล้วนำมาขยายต่ออีกทุกๆ 3 เดือน เป็นเวลา 3 ปี 

ในอัตราส่วน น้ำใส 1ส่วน +น้ำผึ้ง 1 ส่วน +  น้ำสะอาด 10 ส่วน

 

5.  ตัวกากที่ก้นภาชนะหมักต่อไปในอัตราส่วนเดิม

    กากผลไม้ที่เหลือ+ น้ำผึ้ง 1 ส่วน +น้ำสะอาด 10 ส่วน ทุก 3 เดือน นำน้ำใสออก

 

6.  เมื่อครบ 3 ครั้งแล้ว กากที่เป็นผงตะกอน

      กาก  1 ช้อนโต๊ะ +  ผลไม้  10  กิโลกรัม +  น้ำสะอาด  10 ส่วน

หมักจนน้ำใส แล้วเอามา ต่อ อีกเหมือนตอนต้นไปเรื่อยๆ

 

             การผสมน้ำเอนไซม์ พร้อมดื่ม

 

1. น้ำเอนไซม์ใส  1 ปี  1 ส่วน + น้ำผึ้ง  1 ส่วน + น้ำสะอาด  10 ส่วน

(ถ้าใช้น้ำผึ้งที่มีความชื้น 20% สามารถดื่มได้ทันที แต่น้ำผึ้งธรรมดาต้องหมักไว้ 3 เดือน)

 จึงนำมาดื่มได้

 

  2. ถ้าไม่ดื่มโดยทิ้งไว้จนครบ 3 เดือน สามารถนำมาขยายต่อในอัตราส่วนเดิมได้อีก คือ

     น้ำเอนไซม์ 1 ส่วน + น้ำ 1 ส่วน +น้ำ 10 ส่วน   

( น้ำเอนไซม์ที่นำมาขยายควรมีอายุการหมักตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

เมื่อนำมาขยายแล้วประสิทธิภาพจะไม่ลดลง แต่จะได้ปริมาณมากขึ้นและประหยัด)

 

ขอบคุณ สูตร คุณหมอ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ แพทย์ทางเลือก

จากศรีลังกา อยู่บ้านฉาง จ. ระยอง www.siamthealthy.net  โทร. 038-880678-9

 

              มังคุด

   มีสรรพคุณประโยชน์มากๆอยู่ที่เนื้อเปลือกสีม่วง การหมักมังคุด ที่ได้ทราบมาจากคุณป้าผกา และ คุณวรวิทย์ ในรายการทั่วทิศถิ่นไทยสอน ซึ่งการหมักครั้งแรก กานดาก็หมักตามโดยใช้น้ำตาลทรายแดงที่ทั้งสองท่านสอนในวิทยุสวท.ชึ่งต่างประเทศก็คงหมักเหมือนกัน  ดังนั้น เราทำดื่มเองก็น่าจะหาข้อมูลบ้าง ผลไม้อื่นๆไม่เป็นไร เพราะโดยมากจะใช้เนื้อหรือ ที่เปลือกกินได้ ในหนังสือสูตรของดร. รสสุคนธ์ ท่านก็ไม่ได้ เอ่ยมังคุด   แต่น้ำเอนไซม์ของต่างประเทศแพงมากๆโดยเฉพาะม้งคุด เพราะอยู่ที่เนื้อเปลือกสีม่วง เมื่อหม้ก1-10 ปี ประโยชน์จะมากขึ้น มีสารที่ดีๆต่อร่างกายมากถึงประมาณ 40 ชนิดที่เพิ่มขึ้นมาจากการหมักนาน ซึ่งมีในมังคุดเท่านั้นผลไม้อื่นไม่มากเท่า หมักเอนไซม์มากกว่า 1 ปี ขึ้นไปจะดี   หมักมากปียิ่งแพงแต่บางสูตร ไม่ถึงปีก็กินได้ ดังนั้นให้อยู่ที่การพิจารณาของผู้หม้กด้วย อาจจะทราบมาบ้างแล้ว มีหลายสูตรแต่ที่นำมาเผยแพร่นี้ได้บอกท่านแล้วได้สั่งซื้อหนังสือของท่านมาเผยแพร่เพื่อความถูกต้อง 

         ส่วนการแนะนำเพิ่มเติมจาก กานดา ผู้อ่านก็ต้องพิจารณาเหมือนกัน ก่อนทำ หรือ วิธีดื่ม  มังคุดมีสารแทนนินอยู่ที่ผิวเปลือกแข็งมีฤทธิ์ ทำให้ท้องผูก เมื่อได้ทราบภายหลังกานดาจึงขอแนะนำผู้ที่จะหมักมังคุด ให้ปลอกผิวที่แข็งออก เอาตากแดดไว้ทาแผล หรือทิ้ง หรือหมักเอนไซม์เศษอาหาร ให้เอาเฉพาะเนื้อในเปลือกแข็ง เนื้อขาวๆ จุกเขียว กลีบเลี้ยง ใส่หม้กเท่านั้น เวลาปอกให้ใส่ถุงมือหรือถุงก๊อบแก๊บใส่ของสีม่วงจะติดล้างยาก แต่ไม่ถนัดไม่ใส่ ก็ล้างมือด้วย น้ำมะกรูด หรือน้ำมะนาว

 หมายเหตุ  ได้เป็นนักวิจัยอาสาโครงการวิจัย อาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา ได้มีการทดลองเรื่องมังคุดหลายอย่าง และได้นำเปลือกมังคุด ที่ต้มสุก โดยไม่แตก นำด้านในเปลือกแข็งมาหมักเอนไซม์ น้ำเอนไซม์ สีสวยกว่าไม่ต้มมาก ถ้าถึงฤดูมังคุดลองทำหมักน้ำเอนไซม์มังคุดต้มสุกบ้างนะคะ

 

**** อย่าลืมนะคะ ใช้ผลไม้ที่ปลูกเอง หรือซื้อผลไม้ที่ปลอดสารพิษ

นี่คือสิ่งสำคัญที่ผู้หมักต้องไม่ลืมที่จะเลือกผลไม้ที่จะหมักเพื่อสุขภาพ ****

 

 

     

 

 

    มังคุด

 

กานดา แสนมณี