เมื่อเราได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ผ่านเรื่องเล่า คุณค่าที่ได้จากการสกัดเรื่องราวจากในอดีตมาเป็นต้นแบบสู่ปัจจุบันเพื่อหวังส่งผลไปสู่อนาคตนั้น ข้าพเจ้าให้ผู้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้ได้วิเคราะห์หน้างาน...ในพื้นที่ของตนเองต่อ เพื่อฝึกการเชื่อมโยงจากเรื่องราวในอดีตที่เป็นเรื่องเล่าดีดี นั้นมาหลอมรวมกับงานที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

 

และเพื่อให้สู่ความต่อเนื่องของกระบวนการ ข้าพเจ้าได้ขอน้อมนำเรื่องราวของเภสัชกรทศพร มาเป็น คนต้นแบบ ต่อการเรียนรู้นี้ต่อ

 

หน้างานในพื้นที่

การดูแลติดตามปัญหาที่สืบเนื่องจากการใช้ยาเพื่อป้องกันและแก้ไขให้ผู้ป่วยได้รับยาที่ถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาวะและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

โดยการเยี่ยมผู้ป่วยที่เตียงพร้อมทีมแพทย์และพยาบาลบนหอผู้ป่วยในช่วงเช้า

 

ซักถามประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว การแพ้ยา และประวัติการใช้ยา/สมุนไพร เน้นผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรังที่มักกลับมา admit บ่อยๆ หรือต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาที่เหมาะสมถูกต้องปลอดภัย

 

รวมทั้งแนะนำวิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นเพิ่มเติม หรือทบทวนสิ่งที่ผู้ป่วยได้รับคำนะนำจากแพทย์หรือพยาบาล ทบทวนวิธีการใช้ยาก่อนกลับบ้าน

 

เนื่องจากผู้ป่วยโรคเรื้อรังอาจจะแบ่งการให้การดูแลด้านยา และความสำคัญเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหรือเพิ่งจะเป็น >> ต้องให้ความใส่ใจ การยอมรับ และความเชื่อมั่นที่จะตั้งต้นดูแลสุขภาพตนเองไม่ให้ทุกข์ เพราะโรคที่มันรุนแรงมากขึ้น ไม่ให้ทุกข์เพราะถูกบังคับให้ทำ ไม่ให้ทุกข์เพราะเกิดปัญหาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจะยึดแนวทางทฤษฎีการรักษาเป็นหลัก แต่ต้องให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย ทำให้กลมกลืนกับชีวิตผู้ป่วยมากที่สุด...

 

และอีกกลุ่มหนึ่ง...

คือ กลุ่มที่เป็นโรคเรื้อรังมานานมากแล้ว และมักกลับมารับการรักษาด้วยปัญหาเดิมซ้ำๆ อยู่เรื่อยๆ กลุ่มนี้น่าจะได้รับความรู้ คำแนะนำ มามากแล้ว...แต่อาจมีสาเหตุบางอย่างทำให้อาการของโรครุนแรง อาจจะพอรักษาได้ หรือเป็นระยะที่ต้องประคับประคองอาการให้มีชีวิตอยู่ต่อไป >>> กลุ่มนี้จะต้องได้รับการปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง...

 

เพราะ...

การให้ทฤษฎีหรือการตอกย้ำซ้ำเติมปัญหา การกดดันให้เขาทำให้ได้ตามเป้าหมายของเรา อาจยิ่งทำให้เขาสูญเสียความสุขทีเหลืออยู่ไปหมด

 

ดังนั้น สรุปก็คือ จุดอ่อนเราอยู่ที่วิธีการทำให้ผู้ป่วยยอมรับแผนการรักษาด้วยส่วนลึกของหัวใจ หรืออาจมองอีกมุมหนึ่งว่าให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพของตัวเองตามความพึงพอใจของเขา... และทำให้เขามีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น โทรศัพท์ปรึกษาเรา มาปรึกษาเราได้เมื่อมีปัญหาหรือมีกิจกรรมร่วมกัน เข่น ให้เป็นแกนนำ เป็นตัวอย่าง เป็นครูให้กับผู้ป่วยอื่นๆ ได้ด้วย...

 

ความปรารถนา...

เริ่มในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง...ที่เป็นมานานแล้ว เพราะเหตุผลสองอย่าง คือ มีคนใกล้ชิดที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง คือ เป็นโรคเบาหวานไม่อยากให้เขาทนทุกข์ทรมาณเพราะโรคที่ไม่รู้ว่าจะมีโรค แทรกซ้อนตามมาเมื่อไร ด้วยเหตุที่ว่าเขาไม่สามารถปฏิบัติตัวตามทฤษฎีที่เราเรียนมา

 

เหตุผลที่สองคือ.. ถ้าได้ศึกษาชีวิตของผู้ป่วย...กลุ่มนี้มากขึ้น

เราอาจค้นหาสาเหตุที่ทำให้เขาควบคุมอาการของโรคไม่ได้ และเราก็จะนำไปประยุกต์เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงป่วยเป็นโรค และกลุ่มที่เป็นโรคไม่มีอาการรุนแรงมากขึ้น

 

อยากไปเยี่ยมดูสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิตประจำวันของเขา ซึ่งจะต้องไปกับทีมที่สามารถช่วยทำให้เขาไว้วางใจ เชื่อใจ และพึงพอใจได้ เพราะอย่างหนึ่งที่มองเห็นคือ เขาไม่ได้รับความห่วงใย เขารับรู้ได้น้อย เขาคิดว่าเราทำตามหน้าที่เท่านั้นเอง...อย่างหนึ่งที่อาจสะท้อนความเป็นอยู่รวมทั้งการใส่ใจ เรื่องการใช้ยาคือ ถุงหรือกระเป๋ายาที่เขากินทุกวันอันนี้สำคัญมากที่เราพอจะทำได้ ถ้าเราไม่ได้ออกพื้นที่...ถ้าญาติให้ความร่วมมือนำยาเดิมมาให้เราดี ซักถามกระตือรือร้น...เราก็สบายขึ้นอีกหน่อย เพราะมีผู้ช่วยคอยกระตุ้นแทนเรา

"เราอยากเข้าไปนั่งอยู่ในใจเขาเงียบๆ "

คือ คำบอกเล่าของเภสัชกรผู้มีความงามในงาน

 

เป็นส่วนเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

เขาจะอยู่กับโรคของเขา ยาของเขา ...ชีวิตของเขาได้อย่างสุขสบาย....

 

 

"อาจารย์กะปุ๋ม...สิ่งที่จะเขียนนี่ ดูเหมือนเป็นความฝันจัง..." เธอบอกข้าพเจ้าพร้อมรอยยิ้ม...

ข้าพเจ้า..มองสบเข้าไปในนัยน์ตาของเธอ...พร้อมบอกว่า "ยินดีมาก...หากเภสัชนุ๊กจะเขียนบอกเล่าความฝันนี้ และหากว่าความฝันดังกล่าวเป็นจริง..ยิ่งดีมากเลย"

ขอบคุณเภสัชกรทศพร...

ที่มอบเรื่องราว ความดี ความงามนี้ ...

---------------------------------