ข้าพเจ้าได้อ่านบทพุทธธรรมบทหนึ่ง เป็นเรื่องของฉันทะ และตัณหา... เพราะเคยสงสัยเหมือนกันว่า ระหว่างตัณหาและฉันทะ... คือ ตัวไหนตนเองใช้กับ และเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม อ่านไปอ่านไปข้าพเจ้าเกิดปรุงแต่งทางความคิดไปเชื่อมโยงกับการงานที่ผ่านมา ทำให้นึกทบทวน...

ความมีฉันทะนั้น คือ สภาวะที่มุ่งไปสู่สิ่งที่มีคุณค่าแท้จริงแก่ชีวิต ส่วนตัณหานั้นเป็นการที่นำไปสู่การพัวพันแต่อยู่กับเรื่องของตัวตน สู่การแสวงหาด้วยการเอาอัตตานี้เป็นศูนย์กลาง...

ในพุทธธรรมท่านปยุตโต ได้อธิบายให้เห็นถึงความเข้าใจในเรื่องนี้ว่า

สิ่งที่ตัณหาต้องการจะไม่เป็นเหตุเป็นผลกันกับการกระทำนั้นโดยตรง...ส่วนฉันทะต้องการกุศลหรือต้องการตัวธรรม ต้องการภาวะดีงามหรือความรู้เข้าใจในความจริงแท้...

ถ้ามีฉันทะ...ในการทำ R2R ย่อมต้องการผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำ R2R นั่นก็คือ ปัญหาหน้างานได้รับการแก้ไข งานประจำได้รับการพัฒนา เพราะการกระทำ คือ การก่อผล การกระทำการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัยก็คือ การก่อผลของกระทำการพัฒนาโดยตรง

"นาย ก กวาดถนน ได้เงินเดือน 900 บาท"

หลายคนคิดว่าการกวาดถนนเป็นเหตุให้ได้เงินเดือน 900 บาทจึงสรุปว่า การกระทำ คือ การกวาดถนนเป็นเหตุ เงินเดือนเป็นผล...แต่ความจริงแท้ ข้อสรุปนี้ผิด เป็นเพียงระบบการคิดแบบสะสมความเคยชินและหลอกตัวเองของมนุษย์ ถ้าจะให้ถูก ต้องเติมสิ่งที่ขาดหายไปแทรกเข้ามาด้วย ได้ความใหม่ว่า การกระทำ คือ การกวาดถนน เป็นเหตุให้ถนนสะอาด ความสะอาดของถนนจึงจะเป็นผลที่แท้ของการกระทำ คือ การกวาดถนน ส่วนการกวาดถนนแล้วได้เงินเดือนเป็นเพียงเงื่อนไขที่มนุษย์กำหนดวางกันขึ้น หาได้เป็นเหตุเป็นผลกันที่แท้จริงไม่ (ท่านปยุตโต ได้อธิบายต่อไปว่า ==> เงินไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการกวาดถนน บางคนอาจกวาดถนนแล้วไม่ได้เงิน หรืออีกหลายคนได้เงินเดือนโดยไม่ต้องกวาดถนน = คำพูดที่เคร่งครัดตามหลักเหตุผลในกรณีนี้จึงต้องว่า การกวาดถนนเป็นการกระทำที่เป็นเหตุให้ถนนสะอาดแต่เป็นเงื่อนไขให้นาย ก. ได้เงินเดือน 900 บาท"

ฉันใดก็ฉันนั้น...ในการทำ R2R ก็เช่นเดียวกัน

"การทำ R2R แล้วส่งเข้าร่วมงานมหกรรม R2R แล้วได้รับรางวัล"

การกระทำ ก็คือ การทำ R2R หรือการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย...เป็นเหตุ ซึ่งเป็นเหตุที่นำไปสู่การพัฒนางาน ปัญหาหน้างานได้รับการแก้ไข ความเจริญในการงาน เกิดความสุขในการทำงาน การที่ทำอยู่ทุกวันดีขึ้น ลดภาระงาน ลดความซ้ำซ้อน...ส่วยการได้รางวัลนั้นเป็นเพียงเงื่อนไขที่มนุษย์กำหนดวางกันขึ้น หาได้เป็นเหตุผลที่แท้จริงไม่ (รางวัลอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำ R2R บางคนทำ R2R แล้วไม่ได้รางวัลแต่งานประจำที่ทำอยู่ได้เกิดการพัฒนา ได้รับการแก้ไข)

แต่ถ้าเมื่อใดที่ก้าวไปตามตัณหา หาใช่จะต้องการที่จะทำให้งานประจำดีขึ้น แต่จะมุ่งไปเพียงแค่เรื่องของรางวัล การกระทำก็จะเป็นเพียงวิธีการอย่างหนึ่งตามเงื่อนไขที่จะช่วยให้การแสวงหาสิ่งเสพเสวยสำเร็จลุล่วงตามความต้องการของตัณหา...เท่านั้น

เราจึงเห็นว่า ในการทำการงานใดใด ...ก็ตามหากบุคคล มุ่งเพียงการกระทำ คือ ได้ทำ ได้ลงมือทำ และทำอย่างตั้งใจ นั่นน่ะคือ การทำด้วยฉันทะ แต่หากเมื่อใดที่ทำไปเพื่อมุ่งวัลรางวัล คำชื่นชม ชื่อเสียง ตำแหน่ง หน้าที่การงานที่ก้าวหน้าขึ้น นั่นน่ะเป็นการทำตามเงื่อนไขที่จะช่วยให้การแสวงหาสิ่งเสพเสวยสำเร็จลุล่วงตามความต้องการของตัณหา

กรณีอย่างหลังนี้จะพบเห็นได้อย่างมากมายในสังคม...และคนรอบข้างเรานี่แหละ

ดังนั้น...โจทย์สำหรับชีวิตคนเรานั้น จะทำอย่างไร จึงจะก้าวข้ามผ่านสิ่งที่เรียกว่า "ตัณหา" อันเป็นเงื่อนไขที่ผลักเราให้มุ่งแสวงหา มากกว่าการมุ่งสู่การกระทำอันก่อผล หรือที่เรีกว่า "ฉันทะ" ซึ่งฉันทะต้องการเพียงภาวะที่ดีงามที่เป็นผลของการกระทำ...