"นักรบสุขภาพ" คือ คำพูดของคุณศิริมา โครตตาแสง (ปิติสุข ใจร้อยใจ "คุณศิริมา โครตตาแสง") ที่ใช้เรียกแทนตนเอง ขณะที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R กับ "สำนักโรคไม่ติดต่อ" กรมควบคุมโรคเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓

วันนั้นเราช่วยกันไปเชียร์ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R กับทางสำนักฯ ซึ่งคุณศิริมา เรียกว่า "กองบัญชาการ" และคนหน้างานตามพื้นที่ คือ "นักรบสุขภาพ ..."

เป็นความเชื่อมโยง เพื่อร้อยเรียงและเชื่อม...รอยต่อระหว่างคนทำงานในพื้นที่ กับคนหน้างานในกระทรวงที่นำ "ลักษณะงาน" มาเป็นเป้าหมาย ให้เป็นภาพผืนใหญ่ในการขับเคลื่อนสุขภาพในมิติเชิงป้องกัน ตามภาระกิจหลักของทางสำนักฯ

พี่ต๊อกบอกว่า "วันนี้นักรบพร้อมกุนซือ...บุกเข้ากองบัญชาการ เพื่อมาบอกว่า นักรบสุขภาพกำลังทำอะไรกันบ้าง"

งานของพี่ต๊อก-คุณศิริมานี่เป็น "ต้นแบบ" ที่นำมาแบ่งปันให้เห็นถึงความพยายามของการแก้ไขปัญหาสุขภาพและพัฒนางานประจำในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน โดยใช้กระบวนการวิจัยมาเป็นเครื่องมือในการทำงานชิ้นนี้ หนึ่งในแนวคิดและหลักการของการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของการบูรณาการและเชื่อมโยงการใช้ศักยภาพของท้องถิ่นมาทำงานแก้ไขปัญหาในผู้ป่วยเบาหวาน "เสี่ยวเบาหวาน" คือ จุดเริ่มต้นของการบูรณาการครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็เป็นกำเนิดของการได้เกิดในแวดวง R2R ดังที่เธอบอกเสมอว่า "พี่ต๊อกเกิดจาก R2R และพี่ต๊อกก็ตั้งปณิธานว่าจะขอรับใช้ประเทศชาติผ่านการทำงานและขับเคลื่อน R2R นี้"...ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ข้าพเจ้าโทรไปเชิญมาร่วมเป็นวิทยากรกระบวนการครั้งนี้ พี่ต๊อกตอบรับทันทีโดยที่ไม่ได้สอบถามรายละเอียดอะไรมากมายนัก...

ซึ่ง...เรื่องเล่าที่พี่ต๊อกนำมาเล่านั้น เป็นภาพขยายผลต่อเนื่องจาก "เสี่ยวเบาหวาน" ไปขยายผลในมิติที่กว้างขึ้น โดยมีการทำงานร่วมกับภาคประชาชนและท้องถิ่นเข้ามาร่วมด้วย เป็นโครงการ "บวรยิ้ม" โดยไปเชื่อมโยงกับวัดและชุมชน และขยายวงกว้างของงานบูรณาการเข้าไปในชมรมผู้สูงอายุด้วย...

จากการทำงานครั้งนี้ของพี่ต๊อก ... ทางจังหวัดเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนและตอบสนองต่อความต้องการของคนในพื้นที่และส่งผลในเชิงป้องกันทางด้านสุขภาพ จึงประกาศเป็นนโยบาย โดยให้พื้นที่ของพี่ต๊อกนั้นเป็น "พื้นที่ต้นแบบ" และขยายผลไปในเขตพื้นที่อื่น...

การเชื่อมโยง...ในมิติการแลกเปลี่ยนกับสำนักโรคไม่ติดต่อ...

ทำให้นำไปสู่การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ที่ทางฝ่ายแผนจะใช้แนวคิดที่ได้จากการเรียนรู้ในวันนี้ ไปขับเคลื่อนโดยใช้ R2R และ KM เป็นเครื่องมือ... ข้าพเจ้าเชื่อว่า หากทางสำนักฯ มองเห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้น และเชื่อมต่อกับเครือข่ายงาน NCD ที่มีอยู่ทั่วทั้งประเทศ และหลายพื้นที่ได้มีการนำ R2R เข้ามาต่อยอดพัฒนางานของตนเองบ้างแล้ว และยิ่งหากว่าได้ร่วมมือกับทาง...สำนักฯ เป็น node ใหญ่ที่จะร่วมพัฒนาขับเคลื่อน สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะนำผลดีมาสู่ภาคประชาชนได้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น

 ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓