|
อ่านหนังสือให้ฟัง
อ้างอิง - ภาพ Kati1789 ในนาม ของคนชอบอ่าน นอกเหนือจากอ่านความคิด อ่านความเชื่อ อ่านลมฝนดินฟ้าอากาศ อ่านใจคน สุดท้ายของความเป็นคนชอบอ่าน ผมชอบอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะโดยวิธีการใด ชั่วโมงเวลาใด หรือกระทั่งเมื่ออยู่ในช่วงความรู้สึกใดของชีวิต ผมคิดเสมอว่า การอ่านสอนผมในหลายด้านหลายมุม ไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นจะพูดสิ่งใด การอ่านที่เอาความบ้างไม่เอาความบ้าง การอ่านที่ได้เรื่องและไม่ได้เรื่อง อ่านได้ความไม่ได้ความ ทุกครั้งของการอ่าน ยิ่งทำให้ผมได้เตือนตัวเองมากขึ้น หลายครั้งที่การอ่านไม่ได้เดินทางไปไกลเกินห้าหกบรรทัด พร้อมกับความรู้สึกว่า ไม่มีสมาธิเพียงพอ หรือกระทั่งบ่อยครั้งที่การอ่าน กินระยะเวลาติดพันนานสองสามวัน มีเวลาก็หยิบอ่าน อ่านเรื่องเดิมและทวนประโยคเดิม หนังสือบางเล่ม กินระยะการนอนของชีวิต กินพื้นที่ในการนั่งคุยกับคนรอบข้าง กินระยะเวลาที่ต้องนั่งกินอาหารน้อยลง แต่ได้โอกาสในการคุยกับตัวเอง ได้ลำดับความที่สูญหายของใจที่พลั้งเผลอ กระทั่งได้กลับมาคุยกับคนรอบข้าง ด้วยความเข้าใจคนอื่นมากขึ้น และการอ่านก็เป็นหนึ่งในการกินสำหรับชีวิตผม กินความรู้สึกรับรู้ และกินสู่อารมณ์เนื้อในใจ ผมหลงรักการอ่านจนคิดไปเองว่า การอ่านคือพรของพระเจ้า ซึ่งประทานให้ผู้คน เป็นพระเจ้าองค์เดียวกันกับนามแห่งธรรมชาติ พระเจ้าซึ่งทรงสร้างฝนฟ้า ท้องทะเล ดินน้ำลมไฟ สร้างหัวใจและมันสมองให้กับมนุษย์ พระเจ้าองค์สำคัญซึ่งผมมิอาจสามารถ เพื่อหาข้อสรุปใดมาบอกกล่าวผู้คน เป็นพระเจ้าซึ่งผมคิดว่า พระองค์สูงส่งอย่างมาก เมื่อมนุษย์ได้อ่าน เมื่อผู้คนได้เข้าใจ ในความผิดพลาดของอดีต ได้รับรู้ความจริงของชัยชนะอันสั่งสม ได้เข้าใจในซอกมุมของชีวิต ซึ่งทับถมปนเปกันไปในแต่ละซากอักษร ให้เราได้ค้นหาความอ่อนด้อยของใจ ค้นหาที่ทางอันเหมาะสมซึ่งชีวิตต้องก้าวย่างไป กระทั่งได้ทบทวนเรื่องราว ที่แม้วันนี้รู้ดีอยู่เสมอ ให้ได้กลับมาสู่ความจริงในการตระหนักเข้าใจ และไขความลับของชีวิต สำหรับผมแล้ว การอ่านคือการทบทวน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มใดแบบใด การอ่านล้วนทำได้เสมอ อ่านไปแล้วมากครั้งกี่รอบก็ตาม อ่านไปแล้วมากมายกี่เล่มก็ตาม ทุกสิ่งอย่างของการอ่าน ล้วนไม่เคยเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน จากเดิมที่ผมเคยคิดเคยเชื่อว่า เราต้องอ่านหนังสือตามความยิ่งใหญ่ อ่านตามคำร่ำลือเล่าขาน ถึงงานเล่มใหญ่ชิ้นโต ด้วยข้อเขียนวรรณกรรมระดับโลก จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมค้นพบความจริงของการอ่าน ว่าเมื่อใดที่ชีวิตของเราได้มีโอกาสอ่าน ไม่ว่าหนังสือเล่มใดล้วนทรงคุณค่าเสมอ ทุกครั้งของการอ่านนั้น ไม่ว่าหนังสือเล่มใดก็ให้คุณค่า เมื่อเราเข้าใจรับรู้ ในแต่ละสิ่งอย่างซึ่งถ่ายทอดออกมา หรือแม้กระทั่งว่า ขณะที่เราอ่านไม่อาจซึมซับรายละเอียดนั้นได้ เราก็จะรับรู้ได้เอง เมื่อยามปิดเล่มหนังสือ รู้ได้เองว่าอ่านไม่รู้เรื่อง
ไม่ว่าจะอ่านเอาเรื่องหรืออ่านเอาความ ชีวิตผู้คนล้วนได้ประโยชน์เสมอ ยามพลิกหน้ากระดาษ สำหรับชีวิตที่ผ่านการอ่าน ผมเชื่อเสมอว่า หนังสือวรรณกรรมเด็ก วรรณกรรมเยาวชน เรื่องสั้น นวนิยาย โคลงฉันท์กาพย์กลอน นิยายกำลังภายใน เรื่องเขียนรัญจวนใจ หนังสือประวัติศาสตร์ ปรัชญา การเมือง ความรักวัยรุ่น งานสืบสวนสอบสวน อัตชีวประวัติศาสตร์ และอีกมาก ทุกแนวเรื่อง ของความเป็นหนังสือ ล้วนมีค่าเสมอสำหรับการอ่าน หากผู้คนอ่านแล้ว ได้เข้าใจรับรู้ มีห้วงเวลาแห่งความเงียบ ซึ่งชีวิตได้อยู่เพียงลำพังกับตัวเอง แม้สิ่งรอบข้างจะครึกโครมหรือเงียบงันเพียงใด ยามใดที่เราเริ่มต้นอ่าน เราจะมีสติอยู่กับอักษร และบรรทัดซึ่งโลดแล่นไปในแต่ละหน้ากระดาษ กระทั่งวันหนึ่งในความชื่นชมของการอ่าน ผมกลับฉุกคิดว่า หากวันหนึ่งผมตาบอด ผมจะทำอย่างไรกับชีวิตการอ่าน ผมนอนคิดถึงเรื่องนี้ด้วยความวิตกจริต นานหลายครั้งของหลายปี จนบ่อยครั้งต้องนั่งนึก เพื่อหาคำตอบให้กับตัวเอง ท่ามกลางความชื่นชอบหลงใหลในการอ่าน ผมเคยนอนหลับตาหัวหมุน กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอนนานนับวัน เพียงเพราะว่าค่ำคืนที่ผ่านมานั้น สังสรรค์หนักเกินไป หรือกระทั่งนอนฟังเสียงในรายการโทรทัศน์ นอนฟังข่าวพร้อมหลับตา เพราะเพดานหมุน กระทั่งยามเจ็บป่วย ที่ต้องนอนฟังในทุกอย่าง ยามนั้นผมอยากให้หนังสือมีเสียง มีคำตอบออกจากหน้าหนังสือ จนวันหนึ่งผมเข้าใจเอาเองว่า หากเราอ่านหนังสือเก็บไว้ในรูปเสียง น่าจะส่งผลดีกับชีวิตของเรา และของผู้คนรอบข้าง ไม่นับรวมความจริง ที่ผมเคยเริ่มต้นทำ แม้ว่าจะหลงลืมไปนาน ในการอ่านหนังสือเสียงเดซีเก็บไว้ สมัยเทปบันทึกเสียงแพร่หลาย ผมเคยอ่านหนังสือบันทึกเสียงไว้ จะยังประโยชน์ให้คนตาบอด หรือคนตาดีก็ตาม ผมถือว่า สิ่งเหล่านั้นคือความดีเล็กเล็กน้อยน้อย ที่เรามีโอกาสทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องยุ่งยากและไม่มากมายต่อชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามนี้ที่การบันทึกเสียงดิจิตอล ลดทอนความยุ่งยากของชีวิตลงได้อย่างมหาศาล ยามนี้ผมคิดว่า หนังสือเสียงคือสรวงสวรรค์ ทั้งผู้คนที่อ่านออกเขียนได้ และคนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือผู้คนซึ่งบกพร่องในการมองเห็น ยิ่งในยามที่สายตาของผมพร่ามัว ง่วงนอนงุนงง หรือยามที่ฉุกคิดขึ้นมาว่า หากวันหนึ่งดวงตาของผมมีปัญหา ตามวันวัยและอายุที่มากขึ้น กระทั่งมีความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ให้ผมไม่สามารถอ่านได้ด้วยตัวเอง ผมยิ่งคิดถึงการอ่านหนังสือเสียงเก็บไว้ ไม่ว่าจะเก็บส่วนตัวหรือส่วนรวม ในยามที่ชีวิตยังมีโอกาสสัมผัสความสุข จากการได้เปิดหน้าหนังสือ ได้อ่านและโลดแล่นไปตามอักษร ผมคิดถึงหนังสือเสียง คิดถึงการอ่านหนังสือให้เกิดเสียง และอ่านหนังสือให้ผู้คนได้ร่วมกันฟังร่วมกันรู้
หมายเหตุ : ผู้สนใจ และ ผู้มีความสามารถทางสายตา ในการอ่านออกเสียง และในความสนใจ เพื่อสร้างวัฒนธรรมจิตอาสาร่วมกัน สามารถอ่านหนังสือเสียง อ่านหนังสือออกเสียง เดซี : DAISY Digital Accessible Information System เพื่อสร้างสังคมแห่งการอ่าน ได้ที่
ศูนย์สื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ www.braille-cet.in.th ชมรมอาสาสมัครเพื่อนคนตาบอด www.a-sa.org เอกสารเสียงเดซี มูลนิธิราชสุดา ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียงเดซี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช http://www.stou.ac.th/Offices/Oes/Oespage/Guide/DSS_Center/volunteer.html หรือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งดำเนินโครงการสนับสนุน การจัดตั้งห้องสมุดเสียง DAISY |

สวัสดีค่ะคุณ
ขอบพระคุณนะคะที่ให้ความสนใจเรื่องหนังสือเสียง ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคามก็ผลิตหนังสือเสียงเช่นกันค่ะ ในช่วงนี้เราผลิตเฉพาะหนังสือเรียนของนิสิตที่เรียนมหาวิทยาลัยมหาสารคามอยู่ค่ะ แต่ถ้าหมวดหนังสืออื่นๆ ก็จะสำเนามาจากมูลนิธิราชสุดาค่ะ
สวัสดีครับ
เคยเจอข้อความหนึ่ง การที่พยายามจะอ่านใจคน ทำให้เกิดทุกข์ ครับ
อ่านหนังสือ เป็นไปตามเนื้อเรื่องที่เค้าเขียน + จินตนาการ
ผมอยากมีหนังสือที่ใส่เข้าไปในตู้คอมพิวเตอร์ แล้วแปลงหรือถอดรหัสอัษรออกมาเป็นหนังให้เราดู จังเลยครับ
อ่านบทความนี้แล้ว
ทำให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้น
ขอบคุณค่ะ
มนัญญา