เพลงยอยอศพระลอ โดยชินกร ไกรลาศ คำร้อง พยงค์ มุกดา ทำนอง
เพลงไทยเดิมลาวกระทบไม้
Q: จ้ำจี้มะเขือเปาะ กระเทาะหน้าแว่น พายเรืออ้อนแอ้น
กระแท่นต้นกุ่ม สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด
เอาแป้งที่ไหนผัด เอากระจกที่ไหนส่อง เยี่ยมๆ มองๆ
นกขุนทองร้องกรู๊
ใครจะนึกบ้างว่า บทอาขยาน
นี้จะแทรกคติธรรมเอาไว้ อย่างลึกซึ้ง ก็ที่ว่า
จ้ำจี้ นั้น น่าจะหมายความว่า
ผู้ใด ถูกผู้หนึ่ง
จ้ำจี้จ้ำไช

รูปมะเขือขื่น/มะเขือเปาะ (1)
มะเขือเปาะ
มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า [Solanum
aculeatissimum Jacq.] ภาคกลางเรียกว่า มะเขือขื่น(ขม) (2) น่าจะหมายความว่า
ผู้ใด ถูกผู้หนึ่ง จ้ำจี้จำไช ย่อมได้รับความขมขื่นเหมือนเคี้ยวกลืนลูกมะเขื่อขื่น
กระเทาะหน้าแว่น น่าจะหมายความว่า ผู้ที่ถูกจ้ำจี้จำไชนั้น ย่อมมีทั้งที่ สายตาสั้น
สายตายาว และสายตาเอียง ก็เลยต้องใส่แว่น บ้างก็ใส่แว่นสีชา สีดำ
สีฟ้า สีเหลือง ฯลฯ ฉะนั้น เมื่อ ใส่แว่นสีอะไร ก็ย่อมที่จะเห็น
ภาพเป็นสีนั้นๆ การที่จะทำให้ผู้ที่ถูกจำจี้จำไช มองเห็นภาพ
ตามความเป็นจริง ก็ต้อง
กระเทาะแว่นตาของเขาผู้นั้นออกเสียก่อน
พายเรือ อกแอ่น
(อ้อนแอ้น) น่าจะหมายความว่า คนที่ถูกจ้ำจี้จำไช นั้น
เกิดความขมขื่น เหมือนกลืนมะเขือขื่นแล้ว ก็คงจะพายเรือหนี
เพราะไม่ชอบที่จะฟัง คำจ้ำจี้จำไช นั้นต่อไป พายเรืออ้อนแอ้นไปมา ใน
ห้วง โอฆสงสาร (โอฆสงสาร
เป็นภาษาบาลี เป็นคำนาม
แปลว่า การเวียนเกิดเวียนตายในห้วงของกิเลส.
(3))
กระแท่นต้นกุ่ม น่าจะหมายความว่า
พายเรือ จ้ำพาย ได้อย่างกระท่อนกระแท่น สะเปะสะปะ
ไปถูกต้น กุ่ม ทำให้ดูน่า
สมเพชเวทนายิ่งนัก

ภาพต้นกุ่ม (4)
สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด
น่าจะหมายความว่า ก่อนจะพายเรือออกไปจากท่านั้นน่ะ
อาบน้ำที่ท่าน้ำของวัดไหน?
อนึ่ง การอาบน้ำ นั้น พระท่านมักที่จะเปรียบเปรยว่าการ
ทำดี แต่ไม่ละชั่ว เหมือนแต่งตัว
แต่ไม่อาบน้ำ การ ละชั่ว
แต่ไม่ทำดี ก็เหมือนอาบน้ำ แต่ไม่แต่งตัว (หรืออาจจะหมายความว่า ท่านมีวัดไหน มีพระเถระ
องค์ไหนเป็นที่พึ่งที่ระลึก? ในยามที่ท่านพายเรือ อยู่ในห้วง
วัฎสงสาร)
เอาแป้งที่ไหนผัด น่าจะหมายความว่า คุณงามความดี อันเปรียบเสมือน แป้ง ที่ใช้ฉาบทา ตัว
ท่านนั้น ท่านมีแล้วหรือยัง? ท่านทำความดี หรือแสวงหาความดี
ดังเช่นแสวงหาแป้งเพื่อเอาไว้ผัดทาตน
แล้วหรือยัง?
เอากระจกที่ไหนส่อง น่าจะหมายความว่า ท่านมี กัลยาณมิตร ที่เปรียบเสมือนกระจก
เพื่อเอาไว้ส่องความดี ความเลว ของท่านแล้วหรือยัง
(เอากระจกที่ไหนส่อง)
เยี่ยมๆ มองๆ น่าจะหมายความว่า กระจกนั้น มีเอาไว้เพื่อ เมียงมอง ให้เห็น ว่า
แป้งที่ท่านผัดบนใบหน้าของท่านนั้น งามหน้า
ดีหรือไม่นั่นเอง
นกขุนทองร้องกรู๊ น่าจะหมายความว่า เสียงนกเสียงกา ที่คอยจะมาร้องทัก ท่าน
เสียงนกขุนทองร้องกรู๊ นี้ ก็คือหนึ่งใน โลกธรรมแปด นั่นคือ คำสรรเสริญ ซึ่งคู่กับ คำนินทา หากท่านไม่ชื่นชมยินดี
เมื่อถูกสรรเสริญ ท่านก็ย่อมไม่เศร้าสร้อย เมื่อถูกนินทา เสียงต่างๆ
ก็ย่อมเหมือนกับเสียงนกเสียงกา
นั่นเอง
เมื่อเขียนถึง
ว่าด้วยเรื่องการอาบน้ำ ที่ท่าน้ำนี้ ก็อดคิดถึง พระลอ เสียมิได้
พระลอนั้น ก่อนที่จะเสด็จไป หาพระเพื่อนพระแพงที่เมืองสอง ก็ได้
หยุดพัก สรงน้ำ ที่ริมฝั่ง แม่น้ำกาหลง
<p>ในครานั้น พระลอได้ เสี่ยง(ทาย)น้ำ ว่าหากไป ค่ายจิตอาสา ไปเมืองสอง
ถ้าบ่รอดกลับคืนมา ก็ขอให้น้ำในแม่น้ำกาหลงซึ่งไหลเชี่ยวกรากอยู่นี้
จงเปลี่ยนเป็นไหลวน ด้วยเถิด เพี้ยง
และแล้วน้ำในแม่น้ำกาหลงซึ่งไหลเชี่ยวกรากอยู่นั้น
ก็ไหลวนข้นขุ่นเป็นสีแดง
ดัง คำโคลงที่ว่า</p>
นึกถึงตอนเด็กๆขึ้นมาทันที...อิอิ
แวะมาอ่านและมาขอบคุณสำหรับโค้ดเพลงค่ะ
ต้องตามอ่านต่ออีกหรือคะ...^_^...
(^__^)
ขอบคุณ คุณ kittyjump~เลขา~natadee ครับ กวินก็คิดไปได้งัยไม่รู้นะครับ :)
เขียนเสร็จแล้วนะครับ คนไม่มีราก นึกอะไรขึ้นมาได้ ก็อาจจะเขียนเพิ่มอีก ครับขอบคุณที่แวะมา เล่น จ้ำจี้ เอ้ย แวะมาอ่านบทความครับ
คุณกวินคะ
เพลงถูกใจมากเลยค่ะ วันก่อนหลานสาววัยสี่ขวบของใบไม้เพิ่งบอกว่าชอบเพลงแหล่ของทินกรซึ่งเธอได้ยินจากวิทยุ "หนูชอบเพลงนี้" สงสัยว่าฟังคล้ายเสียงสวดมนต์ ตอนนี้น้องหนูจะท่องบทสวดมนต์ออกมาเป็นครั้งคราว แต่แสดงอาการเดียวกับร้องเพลงเลยค่ะ
อืม..ถ้าเป็นใบไม้ถูกจ้ำจี้จ้ำไชขนาดนี้ ก็ไม่อาบน้ำหรอกค่ะ พายเรือบึกบึนหนีไปเลย ฮ่า ๆ ไม่พายแบบอ้อนแอ้นหรอก เดี๋ยวหนีไม่ทัน..
แต่ว่าหากเป็นเสียงแว่วมาจากกัลยาณมิตรผู้เป็นกระจกใสกระจ่าง ก็คงจะค่อย ๆ อาบน้ำ ผัดแป้ง ส่องกระจกอย่างพินิจพิจารณาค่ะ ..^__^..
สวัสดีค่ะ
* มาฟังเพลงเด็กร้องเล่น
* ผู้ใหญ่(แปลว่าคนโตที่มีวุฒิภาวะสูง )นำมาวิเคราะห์เชิงธรรม
* ว่าแต่ว่า ถ้าไปแล้วบ่รอด กลับคืนมา ใครจะเป็นธุระเผาผี ให้ล่ะนั่น
* น่าสงสารนะ...ประเทศไทยเดี๋ยวนี้ก็มีแต่แร้งทิ้ง.....
* ขอบคุณนะคะที่ทำให้นึกถึงคำกล่าว.....หนักหัวกะลาใคร...
สวัสดีคะ คุณ กวิน ^^
ลึกล้ำ ไม่เคยถูกมองในมุมนี้
ดังนั้น พวกเพลง ช้าง เพลงแมงมุม
มีนัยพวกนี้ด้วยไหมครับ
ขอบคุณคุณพี่อาจารย์พรรณา ผู้เป็นมิตรรักอักษรา นะครับ เริ่มต้นด้วยการลูบหลัง พอลงท้ายเหมือนจะตบหัวกะลา กวิน เลยนะครับ เอิ๊กๆ
ขอบคุณน้องหนุ่ม numeo ครับที่ชี้ช่องให้ หากินกับเพลงอนุบาลกันเลยทีเดียว :)
เอาไว้พี่ อารมณ์ดีๆ จะลอง ตีความเพลง ช้าง เพลงแมงมุม ดูบ้างก็แล้วกันนะ
สวัสดีคะ
สวัสดีวันเพ็ญ 15 ค่ำเดือนสิบสองค่ะ..
สวัสดีท่านกวีเทวดา นามว่า "กวิน"
ขอบคุณครับที่หาเรื่อง...(เอาเรื่อง)เพลงการละเล่นแต่โบราณมา คิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วนำมา จาร ให้ได้อ่านได้คิด กัน
ทางบ้านเราภาคใต้ ก็มีการเล่นที่เหมือนคล้าย คือการเล่น
"จุ้มจี้ จุ้มปุด จุ้มแม่ สีพุด จุ้มแม่ ราร้า พุดทรา เป็นดอก หมากงอก เป็นใบ.......
ขอบคุณอาจารย์ วัชราภรณ์ วัตรสุข ที่ติดตามอ่านบทความอันมีสาระน้อยของกวินนะครับ
. บังหีม--ผู้เฒ่าnatachoei--
ขอบคุณที่มาเกือบทุกๆ ครั้งก็หิ้วความรู้มาฝากด้วยนะครับ
จุ้มจี้ จุ้มปุด จุ้มแม่ สีพุด จุ้มแม่ ราร้า พุดทรา เป็นดอก หมากงอก เป็นใบ.......
สวัสดีคุณกวิน
ไม่ได้มาทักทายเสียนาน สบายดีนะครับ
อ่านแล้วก็ได้ความรู้ติดตัวไปด้วย คุณกวินเรียนมาทางอักษรศาสตร์ละมังครับ มีความรู้กว้างขวาง แตกฉานดีครับ
ชอบตรง....อนุสติ
เวลาอาบน้ำอาบท่า ก่อนที่จะไปทำการทำงานที่ไหนทุกครั้ง ก็ควรที่จะลองเสี่ยงน้ำ กันดูบ้าง
คนอย่างพระลอ นั้น รูปงาม แต่ไม่มีสมอง รู้ทั้งรู้ว่า หากกระทำการณ์บางอย่างแล้วได้ไม่คุ้มเสีย แต่ก็ยังดื้อ ยังรั้นที่จะทำ (พระลอรู้ชะตากรรมของตนเอง จากการเสี่ยงน้ำนั้น) ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย ยังดีที่ พระลอยังมี พระนางบุญเหลือ (พระมารดา) คอยทำศพให้ ในยามที่ เสด็จสวรรคาลัย
หันกลับมามองคนในยุคนี้สมัยนี้ คนบางคนนี่สิ น้ำก็ไม่รู้จักที่จะเสี่ยง แถมจะไปทำอะไรที่ไหน ก็ยังไม่ชัดแจ้งด้วยวัตถุประสงค์ แต่ก็ยังคิดที่จะไป เห้อ สงสัย เป็น พระลอ กลับชาติมาเกิดกันล่ะหนอ ว่าแต่ว่า ถ้าไปแล้วบ่รอด กลับคืนมา ใครจะเป็นธุระเผาผี ให้ล่ะนั่น
:)
ขอบคุณพี่ อาจารย์ คนตัดไม้ ครับ :)
สวัสดีค่ะ
* โอ๊ะโอ๋! ขออภัยค่ะ
* มิได้ตั้งใจจะให้เข้ากับสำนวนสร้างใหม่ "ลูบหลังแล้วตบหัว"
* เพียงแต่เด็กๆ วัยรุ่นมักบ่นเมื่อถูกตักเตือน
* ครูก็ต้องอธิบาย " ไม่หนักกะลาหัวใคร " (บ่อยมาก)
* อย่างน้อยก็หนักกะลาหัวครู(กูละวะ) ต้องมานั่งอธิบายถูกผิด ควรไม่ควร จากความถูกใจของการกระทำที่กระทบถึงคนอื่นโดยบังเอิญให้เอ็งรู้นี่ไง เช่น เอ็งขับรถใช้ความเร็วเกินกำหนดแล้วถูกตำรวจจับ...เอ็งเถียงว่าไม่หนักกะลาหัวใครเพราะเจ็บเอ็งก็เจ็บเองตำรวจไม่ได้เจ็บด้วย แต่เอ็งรู้ไหมว่าตั้งแต่คนแรกที่เห็นเอ็งเจ็บก็หนักกะลาหัวเขาแล้ว ....และสุดท้ายก็คือหมอต้องมาทำแผลให้เอ็งไง....
* แถล้งๆ ๆ
พี่มาฟังเพลง นะคะ ไม่มีความคิดเห็นอีกแล้ว แม่น้องพอ นี่ แย่ จัง
สวัสดีค่ะ