“โรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ได้รับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเท่าที่ควรเป็นเพราะการสนับสนุนจากรัฐบาลน้อยมาก ทั้งที่โรงเรียนได้ช่วยบรรเทาภาระของรัฐบาลได้มาก เพราะมีผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการการศึกษาของรัฐจำนวนมาก แม้ว่าส่วนใหญ่ของนักเรียนเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะลาสิกขา คนกลุ่มนี้ก็เป็นกำลังสำคัญของชาติโดยรัฐลงทุนน้อยมาก”

     โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาเป็นสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ สำหรับพระภิกษุสามเณร ปัจจุบันมี ๔๐๖ แห่งทั่วประเทศ จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น ๗๑,๘๙๒ คน มีห้องเรียน ๒,๗๐๑ ห้องแยกเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ๑,๘๒๑ ห้อง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ๘๘๐ ห้อง มีครูประจำการ ๔,๓๖๓ รูป/คน แยกเป็นครูบรรพชิต ๑,๘๗๓ รูป เป็นครูฆราวาส ๒,๔๙๐ คน 

     แม้ว่าโรงเรียนพระปริยัติธรรมจะอยู่ภายใต้สังกัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทียบกับโรงเรียนโดยทั่วไปถือว่าได้น้อยมาก ค่าใช้จ่ายที่ได้รับจัดสรรตามรายหัวนักเรียนได้เพียง รูปละ ๖,๕๐๐ บาทต่อปี ลำพังค่าใช้จ่ายที่ถูกจักสรรให้น้อยอยู่แล้วยังถูกหักอีก ๒,๓๐๐ บาทที่ส่วนกลาง เหลือตกมาถึงโรงเรียนจริง ๆ เพียง ๔,๒๐๐ บาท เงินที่ถูกหักไปแท้ที่จริงแล้วเกิดประโยชน์กับโรงเรียนน้อยมาก เพราะเงินที่ได้รับโรงเรียนต้องนำไปเป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าตอบแทนผู้บริหารโรงเรียน ค่าตอบแทนครูสอน ค่าสาธารณูปโภค ซึ่งอยู่ในภาวะที่อัตคัดขัดสนเป็นอย่างยิ่ง

     พระสมุห์สุพล  สุทฺธสีโล อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบาลีสาธิต ได้สะท้อนปัญหาการบริหารโรงเรียนว่า

     โรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ได้รับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเท่าที่ควรเป็นเพราะการสนับสนุนจากรัฐบาลน้อยมาก ทั้งที่โรงเรียนได้ช่วยบรรเทาภาระของรัฐบาลได้มาก เพราะมีผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการการศึกษาของรัฐจำนวนมาก แม้ว่าส่วนใหญ่ของนักเรียนเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะลาสิกขา คนกลุ่มนี้ก็เป็นกำลังสำคัญของชาติโดยรัฐลงทุนน้อยมาก

     ในส่วนการสนับสนุนจากประชาชนโดยทั่วไปก็มีไม่มาก

     ญาติโยมไม่ค่อยทำบุญในส่วนของการสร้างคน มักจะทำบุญไปในการก่อสร้างวัตถุสิ่งของ เงินบริจาคที่โรงเรียนได้รับมีน้อยมาก จนเอาไปทำอะไรไม่ได้

     พระปลัดธงชัย  ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดศรีโสดา กล่าวถึงการบริหารโรงเรียนที่ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรจากรัฐบาลว่า

     โรงเรียนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่าการได้รับการสนับสนุนมาหลายปี ในปีการศึกษา ๒๕๔๖ ได้ตัดสินใจรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เหลือเพียง ๔๐ รูป

     ซึ่งการตัดสินใจของโรงเรียนสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ดังกล่าว จะส่งผลให้สามเณรที่จบมัธยมศึกษาตอนต้นกว่า ๑๐๐ รูป รวมทั้งเด็กชายที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาที่มีความหวังกับการบวชเรียน โอกาสดังกล่าวก็จะลดลง

....................................................................................................................

 

     สามเณรจำนวนมากที่เป็นเด็กชายขอบสังคมไทย ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาของรัฐ และหากไม่ขวนขวายดิ้นรนเข้ามาบวชเรียน โอกาสที่จะได้รับการศึกษาก็จะริบหรี่ลงไป

     แม้ว่าจะมีโอกาสเข้ามาศึกษาเล่าเรียน ชีวิตก็ยังคงดิ้นรนต่อสู้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินฝ่าสายฝนเพื่อรับอาหารบิณฑบาตเพื่อยังชีพ บางครั้งต้องทนฉันอาหารบูด บางคราวต้องอดอาหาร การเรียนการสอนก็ด้อยคุณภาพเต็มทีจากการจำกัดจำเขี่ยของทรัพยากรที่ได้รับการสนับสนุน

     เป็นเพราะเราไม่ได้ทำความเข้าใจอย่างจริงจังและยอมรับว่าปัญหานี้มีอยู่จริง จึงปล่อยให้เป็นเรื่องของสงฆ์ที่จะจัดการกันเอง โดยการสนับสนุนจากรัฐที่ได้รับเพียงหยิบมือทั้งที่รัฐและสังคมได้ประโยชน์มากมาย

     แนวโน้มที่จะยุบโรงเรียน และรับนักเรียนใหม่ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมลดลงจึงมีมากขึ้น

     เด็กชายไทยที่อยู่ชายขอบสังคม เราจะเอาเขาไปไว้ที่ไหน ?