สุดท้ายเมื่อผมรู้และคิดว่าตัวเองเข้าใจ KM มากเท่าไหร่ ก็เริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่า จริงๆแล้ว KM มันไม่อยากอย่างที่คิดหากคุณเป็น "คนดี" ให้ได้เท่านั้น
ได้เวลาถึงบทสรุปกับการไปจัดกระบวนการ KM ครั้งนี้ แต่ก่อนอื่นเมื่อผมมาอ่านทบทวนในแต่ละตอนอีกครั้งพบว่ามีบางส่วนขาดหายไป อันนี้ต้องยอมรับว่าการมาเขียนที่หลังหลายๆ วันแบบนี้ บางครั้งก็อาจหลงลืมไปบ้าง โดยเฉพาะระหว่างทำกิจกรรมเราไม่มีคนช่วยจด หรือคุณลิขิต (โทษคนอื่นไว้ก่อน) สำหรับกิจกรรมที่หายไปเป็นช่วงบ่ายของวันแรก นั่นคือ กิจกรรมเป็ด ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่เราเตรียมกระดาษซึ่งอาจตัดเป็นรูปสวยงามก็ได้ (ครั้งนี้ผู้จัดเตรียมมาให้ มีการตัดเป็นรูปสวยงาม) โดยจำนวนกระดาษต้องมากกว่าจำนวนคนที่เข้าร่วมกิจกรรม นำมาติดไว้ที่พื้น จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเหยียบกระดาษไว้ ซึ่งก็จะมีกระดาษที่ไม่ถูกเหยียบเหลืออยู่ กติกาก็ง่ายๆ เรากำหนดให้ใครมาเป็นเป็ดซักคน แล้วบอกว่าให้คนในกลุ่มที่เหยียบกระดาษอยู่คอยป้องกันไม่ให้เป็ดเข้าไปเหยียบกระดาษที่เหลือได้ โดยมีข้อแม้ว่าห้ามทำร้ายเป็ด เมื่อเริ่มกิจกรรมทุกคนก็ต้องคอยขยับมาเหยียบกระดาษที่ว่างอยู่เพื่อไม่ให้เป็ดเหยียบ
โดยส่วนตัวแล้วกิจกรรมนี้เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ผมชอบ เพราะสะท้อนเรื่องการทำงานในองค์กรได้เป็นอย่างดี เราจะเห็นคนที่ทำบทบาทเป็นหัวหน้าโดยอัตโนมัติ คอยวางแผน ชี้นำคนอื่นๆ เห็นคนที่เอาจริงเอาจังที่คอยจะวิ่งตามเป็ดเพื่อไม่ให้เป็ดเหยียบกระดาษได้ เห็นบางคนที่ยืนเฉยๆ เพราะกลัวว่าหากขยับแล้วเป็ดมาเหยียบกระดาษที่ตัวเองเคยเหยียบอยู่แล้วต้องโดนเป็นเป็ด ซึ่งเหมือนๆ กับคนที่อยู่ในองค์กรที่มีหลากหลายประเภท แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นได้คือ ภารกิจการรักษากระดาษก็เป็นเหมือนภารกิจขององค์กร หากทุกคนคิดถึงจุดมุ่งหมายเดียวกัน เช่นเดียวกับการรักษากระดาษ ทุกคนก็พร้อมร่วมมือกันทำอย่างเต็มใจ โดยไม่มีการคำนึงว่าคุณตำแหน่งอะไร ยศอะไร ทุกคนขยับช่วยกันอย่างเต็มที่ ซึ่งความคิดแบบนี้หากถูกแปรเปลี่ยนเป็นการทำงานจริง องค์กรก็ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
สรุปการได้รับเชิญให้มาเป็นคุณกิจในการทำกิจกรรม Human KM ครั้งนี้ผมได้อะไรบ้าง
๑) ได้มีประสบการณ์การนำกิจกรรมเพิ่มขึ้น ลดความประหม่าลง สมาธิมีมากขึ้น
๒) เรียนรู้กระบวนการทำกิจกรรม การลำดับกิจกรรม และเหตุผลของแต่ละกิจกรรมมากขึ้น
๓) การถูกเชิญบ่อยครั้งขึ้นทำให้ผมต้องศึกษาและเรียนรู้ KM มากยิ่งขึ้น
๔) ประสบความสำเร็จจากการได้เห็นข้อผิดพลาดบางประการ ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบในการทำงานครั้งต่อๆ ไป
สุดท้ายเมื่อผมรู้และคิดว่าตัวเองเข้าใจ KM มากเท่าไหร่ ก็เริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่า จริงๆแล้ว KM มันไม่อยากอย่างที่คิดหากคุณเป็น "คนดี" ให้ได้เท่านั้น